法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการจัดหางาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการจัดหางาน

ระเบียบกรมการจัดหางาน

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาต

การทำงานของคนต่างด้าว

พ.ศ.

๒๕๔๕

เพื่อให้การพิจารณาอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว

ตามมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๑

แห่งพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑

เป็นไปโดยรอบคอบตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.

๒๕๓๔ อธิบดีกรมการจัดหางานโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจึงวางระเบียบ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว

พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิก

(๑)

ระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคำขออนุญาตทำงานของคนต่างด้าว

พ.ศ. ๒๕๓๗ ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๗

(๒)

ระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคำขออนุญาตทำงานของคนต่างด้าว

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑

(๓)

ระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคำขออนุญาตทำงานของคนต่างด้าว

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“ผู้มีอำนาจพิจารณา” หมายความว่า

อธิบดีหรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีมอบหมายหรือนายทะเบียน แล้วแต่กรณี

“การพิจารณาออกใบอนุญาต” หมายความว่า

การออกใบอนุญาตทำงานตามมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๑

แห่งพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

หลักเกณฑ์การพิจารณาออกใบอนุญาตทำงาน

ต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้เปลี่ยนการทำงานหรือเปลี่ยนท้องที่หรือสถานที่ในการทำงานให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาตเฉพาะกิจการที่ไม่ขัดต่อกฎหมายและอนุญาตแก่คนต่างด้าวเฉพาะที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นคนต่างด้าวที่จะทำงานในสถานประกอบการที่มีทุนชำระแล้วและทุนประกอบธุรกิจเริ่มต้นไม่น้อยกว่าสองล้านบาทและทุกสองล้านบาทให้มีคนต่างด้าวทำงานได้หนึ่งคน

ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบคน

โดยพิจารณาจากเอกสารหลักฐานทุนชำระแล้วและทุนประกอบธุรกิจ

ตลอดจนรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีของธนาคาร

รวมทั้งงบการเงินของปีที่ผ่านมาประกอบการพิจารณาด้วย

(๒) ทำงานในสถานประกอบการที่ได้ชำระภาษีเงินได้ให้แก่รัฐในรอบสามปีที่ผ่านมารวมกันไม่น้อยกว่าห้าล้านบาท

ให้มีคนต่างด้าวทำงานได้หนึ่งคน โดยพิจารณาจากเอกสารหลักฐานการชำระภาษีเงินได้

(๓)

ทำงานในสถานประกอบการที่ดำเนินธุรกิจส่งออกสินค้าไปต่างประเทศและนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศสามล้านบาทขึ้นไปในปีที่ผ่านมา

ให้มีคนต่างด้าวทำงานได้หนึ่งคนทุก ๆ จำนวนสามล้านบาท แต่ไม่เกินสามคน

โดยพิจารณาจากเอกสารหลักฐานใบขนสินค้าขาออก

(๔)

ทำงานในสถานประกอบการที่มีการจ้างงานคนไทยทุกห้าสิบคน

ให้มีคนต่างด้าวทำงานได้หนึ่งคน แต่ไม่เกินห้าคน โดยพิจารณาจากเอกสารหลักฐานแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

(๕)

เป็นคนต่างด้าวที่มีรายได้และมีหน้าที่ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีให้แก่รัฐบาลไทยตั้งแต่หนึ่งหมื่นแปดพันบาทขึ้นไป

หรือได้ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีที่ผ่านมาเป็นจำนวนตั้งแต่หนึ่งหมื่นแปดพันบาทขึ้นไป

โดยพิจารณาจากเอกสารหลักฐานการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เมื่อมีเหตุจำเป็นอันสมควรอธิบดีอาจพิจารณาออกใบอนุญาตทำงานต่ออายุใบอนุญาต

และอนุญาตให้เปลี่ยนการทำงานหรือเปลี่ยนท้องที่หรือสถานที่ในการทำงานให้แก่คนต่างด้าวในลักษณะหนึ่งลักษณะใดดังต่อไปนี้ได้

โดยมิให้นำข้อจำกัดในเรื่องจำนวนคนต่างด้าวตามความในข้อ ๕ มาใช้บังคับ

(๑)

ตัวแทนในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่เดินทางเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

หรือการจัดซื้อสินค้า หรือการศึกษาภาวะตลาดสินค้า

(๒) งานให้คำปรึกษาด้านการลงทุน

หรือด้านการบริหาร หรือด้านเทคนิคและเทคโนโลยี

หรือด้านการตรวจสอบภายในเป็นครั้งคราว

(๓) ผู้แทนธุรกิจท่องเที่ยว

ซึ่งนำชาวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

(๔) สถาบันการเงินระหว่างประเทศ

ซึ่งได้รับการรับรองจากส่วนราชการที่รับผิดชอบ

(๕) กิจการ บันเทิง มหรสพ ดนตรี ศาสนา

สังคมสงเคราะห์ วัฒนธรรม กีฬา ซึ่งมีลักษณะการจ้างงานเป็นครั้งคราว

และไม่แสวงหาผลกำไร

หรือเป็นการก่อให้เกิดรายได้ต่อประเทศหรือเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนรวม

(๖)

การนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานเพื่อให้งานสำเร็จภายใต้โครงการของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ

ซึ่งมีหนังสือรับรองจำนวนคนต่างด้าวพร้อมทั้งระบุชื่อตำแหน่ง มาแสดง

(๗)

งานที่ก่อให้เกิดการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่

หรือสามารถลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ

(๘) งานที่จะช่วยให้มีการส่งออกซึ่งสินค้าไทย

(๙) งานที่นำเทคโนโลยีซึ่งคนไทยยังทำไม่ได้

เพื่อเข้ามาเผยแพร่และถ่ายทอดให้แก่คนไทย

(๑๐) งานที่คนไทยสามารถทำได้

แต่มีจำนวนไม่เพียงพอที่จะสนองความต้องการของตลาดแรงงานภายในประเทศ

(๑๑) มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

โดยมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว

(๑๒) เป็นคู่สมรสของคนไทย

จดทะเบียนสมรสโดยถูกต้องตามกฎหมายและดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาโดยเปิดเผย

และประกอบอาชีพที่สุจริตไม่เป็นที่รังเกียจต่อสังคม

เมื่ออธิบดีได้พิจารณาอนุญาตแล้ว

ให้รายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมทราบภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในกรณีที่คนต่างด้าวจากประเทศที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติตามที่กระทรวงการต่างประเทศกำหนด

ยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานตามมาตรา ๗

หรือกรณีที่บุคคลใดประสงค์จะให้คนต่างด้าวเข้ามาทำงานในกิจการของตนในราชอาณาจักรและยื่นคำขอรับใบอนุญาตแทนคนต่างด้าวตามมาตรา

๘ ก็ดีให้ดำเนินการส่งตรวจสอบประวัติไปยังสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือสำนักงานตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในระหว่างดำเนินการตรวจสอบประวัติข้างต้น

ถ้าเป็นการยื่นคำขอตามมาตรา ๗

อาจจะพิจารณาออกใบอนุญาตทำงานให้ก่อนได้เท่าระยะเวลาการอยู่ในราชอาณาจักรตามหนังสือเดินทางที่มีกำหนดไม่เกินเก้าสิบวัน

ในกรณีที่ผลการตรวจสอบประวัติตามวรรคหนึ่งปรากฏว่า

คนต่างด้าวข้างต้นเป็นบุคคลที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

ห้ามพิจารณาออกใบอนุญาตหรือต้องเพิกถอนการอนุญาตและให้มีหนังสือแจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุและผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะทำงานนั้นต่อไปให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อนายทะเบียน

และให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต ทำงานไปพลางก่อนจนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งไม่อนุญาต

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในกรณีที่คนต่างด้าวขออนุญาตทำงานในสถานประกอบการที่เป็นนิติบุคคล มูลนิธิ

สมาคม

หรือทำงานให้กับกลุ่มบุคคลหรือบุคคลในประเทศไทยที่ได้รับความช่วยเหลือจากองค์การเอกชนต่างประเทศที่มิได้อยู่ในความควบคุมของกรมวิเทศสหการ

ให้ตรวจสอบการเข้ามาดำเนินงานขององค์การเอกชนต่างประเทศนั้นหากยังมิได้ยื่นขออนุญาตเข้ามาดำเนินงานและหรือตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทยตามระเบียบว่าด้วยการเข้ามาดำเนินงานขององค์การเอกชนต่างประเทศในประเทศไทยให้ระงับการพิจารณาการอนุญาตของคนต่างด้าวนั้นไว้ก่อน

จนกว่าองค์การเอกชนต่างประเทศนั้นจะได้รับอนุญาตตามระเบียบดังกล่าวแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในการพิจารณาออกใบอนุญาต กรณีผู้มีอำนาจพิจารณามีคำสั่งไม่อนุญาต

ให้มีหนังสือแจ้งพร้อมระบุเหตุผลแห่งการไม่อนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอทราบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่ออธิบดีหรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีมอบหมายหรือนายทะเบียน

แล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งไม่อนุญาตหรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน

ไม่อนุญาตให้ทำงานอื่นหรือเปลี่ยนท้องที่หรือสถานที่ในการทำงาน

ซึ่งผู้รับอุทธรณ์ต้องนำส่งคณะกรรมการพิจารณาการทำงานของคนต่างด้าวภายในสิบห้าวัน

และคณะกรรมการพิจารณาการทำงานของคนต่างด้าวจะพิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีภายในสิบห้าวัน

และรัฐมนตรีวินิจฉัยคำอุทธรณ์ภายในสามสิบวัน คำวินิจฉัยของรัฐมนตรี ให้เป็นที่สุด

กรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน

ผู้อุทธรณ์มีสิทธิทำงานไปพลางก่อนได้จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

คนต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้ทำงานได้ต่อไปจนกว่าครบระยะเวลาการอนุญาต

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

วันชัย ผดุงศุภไลย

อธิบดีกรมการจัดหางาน

สัญชัย/ปรับปรุง

กรกฎาคม ๒๕๕๐

ภัทรวีร์/ปรับปรุง

ธันวาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๔๗ ง/หน้า ๒๔/๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๕

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการจัดหางาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9cb702760957fb2f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com