ข้อ ๑ กรณีที่เจ้าของที่ดินทําสัญญาให้ผู้อื่นทําการปลูกสร้างอาคารหรือโรงเรือนบนที่ดินของตน โดยผู้ปลูกสร้างยกกรรมสิทธิ์ในอาคารหรือโรงเรือนที่ปลูกสร้างนั้นให้แก่เจ้าของที่ดินเมื่อสร้างเสร็จ และเจ้าของที่ดินตกลงให้ผู้ปลูกสร้างเช่า หรือให้เช่าช่วงอาคารหรือโรงเรือน หรือตกลงให้ผู้ปลูกสร้างจัดหาผู้เช่าอาคารหรือโรงเรือนนั้นโดยตรงจากเจ้าของที่ดินเป็นการตอบแทนภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้คํานวณค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนนั้นเป็นเงินได้พึงประเมินของเจ้าของที่ดินตามจํานวนปีแห่งอายุการเช่าในอัตราร้อยละของมูลค่าอาคารหรือโรงเรือนในวันที่ได้รับกรรมสิทธิ์ดังต่อไปนี้
จํานวนปีแห่งอายุการเช่า อัตราร้อยละของมูลค่าอาคารฯ
| | |
| --- | --- |
| จํานวนปีแห่งอายุการเช่า | อัตราร้อยละของมูลค่าอาคารฯ |
| 1 | 95.0 |
| 2 | 90.2 |
| 3 | 85.7 |
| 4 | 81.4 |
| 5 | 77.4 |
| 6 | 73.5 |
| 7 | 69.8 |
| 8 | 66.3 |
| 9 | 63.0 |
| 10 | 59.9 |
| 11 | 56.9 |
| 12 | 54.0 |
| 13 | 51.3 |
| 14 | 48.8 |
| 15 | 46.4 |
| 16 | 44.0 |
| 17 | 41.8 |
| 18 | 39.7 |
| 19 | 37.7 |
| 20 ปีขึ้นไป | 35.8 |
คําว่า “มูลค่าอาคารหรือโรงเรือน” หมายความว่า ราคาหรือค่าอันพึงมีในวันที่ได้รับอาคารหรือโรงเรือนนั้น ตามมาตรา 9 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีเงินได้ในกรณีดังกล่าว ราคาหรือค่าอันพึงมีในวันที่ได้รับอาคารหรือโรงเรือนนั้นให้ถือราคาทุนที่แท้จริงของอาคารหรือโรงเรือนในวันที่ได้รับกรรมสิทธิ์
ตัวอย่าง มูลค่าอาคารหรือโรงเรือนในวันที่เจ้าของที่ดินได้รับกรรมสิทธิ์เป็นเงิน 1,000,000 บาท และมีอายุสัญญาเช่า 12 ปี เงินได้พึงประเมินของเจ้าของที่ดินจะเป็นเงิน 540,000 บาท (1,000,000 x 54.0/100 )
“มูลค่าอาคารหรือโรงเรือนดังกล่าว เป็นมูลค่าที่ได้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามจํานวนปีแห่งอายุการเช่าแล้ว จะนํามาหักเป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในการคํานวณภาษีเงินได้สําหรับกรณีดังกล่าวซ้ําอีกไม่ได้”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดย ป. 25/2533 ใช้บังคับสําหรับเงินได้พึงประเมินประจําปี พ.ศ. 2533 เป็นต้นไป)