ข้อ ๑
รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐ คน
ประเภทใช้เชื้อเพลิงทดแทนที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน ๓,๐๐๐
ลูกบาศก์เซนติเมตร ใน ๑) - ๓) ของ (ก) และ (ข) ของ (๔) ของประเภทที่ ๐๖.๐๑ และ
๐๖.๐๒ ในกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ต้องมีคุณลักษณะและเป็นไปตามหลักเกณฑ์
เงื่อนไขดังนี้
๑.๑
รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕
เป็นส่วนผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ หมายถึงรถยนต์ดังต่อไปนี้
๑.๑.๑
เป็นรถยนต์ที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รุ่นนั้น ๆ
ออกแบบที่ผลิตให้มีความยืดหยุ่นในการใช้เชื้อเพลิงประเภทเอทานอล
และต้องสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับเชื้อเพลิง
ที่มีส่วนผสมของเอทานอลแตกต่างกันได้โดยอัตโนมัติ
๑.๑.๒ เป็นรถยนต์ที่บริษัทผู้ผลิตจะต้องมีเอกสารรับประกันว่ารถยนต์รุ่นดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันเบนซินที่มีคุณลักษณะและคุณภาพตามที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดได้ทุกประเภททั้งที่มีและไม่มีส่วนผสมของเอทานอล
๑.๑.๓
เป็นรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านมลพิษจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่าระดับ
มอก. ๒๕๔๐ - ๒๕๕๔
และต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐานที่ได้รับการรับรองดังกล่าวจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภทตามที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดตามข้อ
๑.๑.๒ โดยต้องไม่มีการปรับแต่งเครื่องยนต์เมื่อเปลี่ยนแปลงประเภทเชื้อเพลิง ทั้งนี้
ต้องแสดงอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละประเภทที่คำนวณจากผลการทดสอบข้างต้นตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในข้อกำหนดทางเทคนิค
UN
Reg.101
Rev.2
หรือระดับที่สูงกว่าในคู่มือประจำรถยนต์
รวมทั้งเปิดเผยให้สาธารณชนทราบเป็นการทั่วไป
๑.๑.๔ รถยนต์ตามข้อ ๑.๑.๑ ข้อ ๑.๑.๒
และข้อ ๑.๑.๓ ที่ติดตั้งถังบรรจุเชื้อเพลิงในห้องเครื่องยนต์
ห้องโดยสารหรือห้องเก็บสัมภาระ จะต้องผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการป้องกันผู้โดยสาร กรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้าของตัวรถตามมาตรฐาน
UN Reg.94 Rev.0 หรือระดับที่สูงกว่า
และการชนด้านข้างของตัวรถตามมาตรฐาน UN Reg.95 Rev.0 หรือระดับที่สูงกว่า
๑.๒
รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
๑.๒.๑
มีการออกแบบที่ผลิตให้เป็นรถยนต์ประเภทใช้เชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติโดยโรงอุตสาหกรรมที่ผลิตรถยนต์รุ่นนั้น
ๆ โดยตรง
๑.๒.๒
การรับประกันจากผู้ผลิตว่าสามารถใช้เชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติได้
๑.๒.๓
มีที่เติมเชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติ
ซึ่งมีลักษณะเดียวกับที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงตามปกติ และมิได้อยู่ใต้กระโปรงหน้าหรือกระโปรงหลังของรถยนต์
๑.๒.๔ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานมลพิษ
ตามข้อกำหนดทางเทคนิค UN
83
05
หรือระดับที่สูงกว่า
หรือเป็นรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านมลพิษจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่าระดับ
มอก. ๒๕๔๐ - ๒๕๕๔
๑.๒.๕ มีถังบรรจุเชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติ
ที่ติดตั้งอยู่ในตัวรถอย่างมิดชิด และแยกออกจากส่วนที่เก็บสัมภาระอย่างชัดเจน
๑.๓
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องยื่นเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีที่จะต้องเสียดังนี้
๑.๓.๑ กรณีผลิตในราชอาณาจักร ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงาน
ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่
ก่อนนำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว
ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO
Sticker
เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต
ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕ วัน
นับแต่วันที่นำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม
๑.๓.๒ กรณีผลิตในเขตปลอดอากร
คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
หรือเขตประกอบการเสรี ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่
และชำระภาษีก่อนการตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าวให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น
(ECO
Sticker
เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงาน
ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา
๔๕ วัน นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
๑.๓.๓
กรณีรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงาน
ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่
และชำระภาษีก่อนการตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว
ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO
Sticker
เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
ณ สำนักงานศุลกากร ที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕
วันนับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
กรณีเป็นรถยนต์ที่มียี่ห้อ รุ่น แบบ และ
Model
Code
เดียวกันกับรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
ที่ระบุในเว็บไซต์ www.car.go.th
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
ของรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดตามที่ระบุไว้ดังกล่าว
เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้
หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง
และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะยื่นหนังสือรับรองหรือเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2)
จากผู้ผลิตของประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิด ผลิต
หรือประกอบที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมอบหมายรับรองเพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้
หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง
และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง และวรรคสาม
หรือผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ประสงค์จะยื่นเอกสารตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม
ให้ยื่นเอกสารที่แสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
ที่วัดได้ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อกำหนด UN Reg.101 Rev.2
หรือระดับที่สูงกว่า โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑)
คู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ จากผู้ผลิต
(๒)
ข้อมูลจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือสถาบันทดสอบยานยนต์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรอง
(ECE
101
Type
Approval
Authority)
(๓)
หนังสือรับรองจากผู้ผลิต
พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนด
ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐
เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
เมื่อได้รับป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานแล้ว
ให้ยื่นเอกสารดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี
และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ
สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐ วัน
นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
๑.๓.๔ รถยนต์ใช้แล้วที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) ตามที่ปรากฏในคู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น
ๆ จากผู้ผลิต หรือจากเว็บไซต์ของผู้ผลิต หรือหนังสือรับรองจากผู้ผลิต
พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
โดยผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี
และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ
สำนักงานศุลกากร ที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐
วันนับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
๑.๓.๕ กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา ๒๒
หรือมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐
ให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบจากผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา
๕ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอยู่ในเขตท้องที่นั้นพร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีภายใน
๓๐ วันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
๑.๓.๖
ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นจนไม่สามารถยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงาน หรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ
ตามระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นคำขอขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานหรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ
ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่
แล้วแต่กรณี ก่อนวันครบกำหนด โดยให้สรรพสามิตพื้นที่มีอำนาจในการขยายระยะเวลาดังนี้
(๑)
กรณีขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร
เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ ๑.๓.๑ ข้อ ๑.๓.๒ หรือข้อ ๑.๓.๓
วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี แล้วจะต้องไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒)
กรณีขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงาน
หรือเอกสารการรับรองผลการทดสอบเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี
และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกัน ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ ๑.๓.๓ วรรคสี่ หรือข้อ ๑.๓.๔
แล้วแต่กรณี แล้วจะต้องไม่เกิน ๒๔๐ วัน