法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภทใช้เชื้อเพลิงทดแทน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
3
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์นั่ง

หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน

๑๐ คน ประเภทใช้เชื้อเพลิงทดแทน[๑]

อาศัยอำนาจตามความใน (๔) ของประเภทที่

๐๖.๐๑ และ ๐๖.๐๒ รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐ คน ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ อธิบดีกรมสรรพสามิต จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐ คน

ประเภทใช้เชื้อเพลิงทดแทนที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน ๓,๐๐๐

ลูกบาศก์เซนติเมตร ใน ๑) - ๓) ของ (ก) และ (ข) ของ (๔) ของประเภทที่ ๐๖.๐๑ และ

๐๖.๐๒ ในกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ต้องมีคุณลักษณะและเป็นไปตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไขดังนี้

๑.๑

รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕

เป็นส่วนผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ หมายถึงรถยนต์ดังต่อไปนี้

๑.๑.๑

เป็นรถยนต์ที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รุ่นนั้น ๆ

ออกแบบที่ผลิตให้มีความยืดหยุ่นในการใช้เชื้อเพลิงประเภทเอทานอล

และต้องสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับเชื้อเพลิง

ที่มีส่วนผสมของเอทานอลแตกต่างกันได้โดยอัตโนมัติ

๑.๑.๒ เป็นรถยนต์ที่บริษัทผู้ผลิตจะต้องมีเอกสารรับประกันว่ารถยนต์รุ่นดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันเบนซินที่มีคุณลักษณะและคุณภาพตามที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดได้ทุกประเภททั้งที่มีและไม่มีส่วนผสมของเอทานอล

๑.๑.๓

เป็นรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านมลพิษจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่าระดับ

มอก. ๒๕๔๐ - ๒๕๕๔

และต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐานที่ได้รับการรับรองดังกล่าวจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภทตามที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดตามข้อ

๑.๑.๒ โดยต้องไม่มีการปรับแต่งเครื่องยนต์เมื่อเปลี่ยนแปลงประเภทเชื้อเพลิง ทั้งนี้

ต้องแสดงอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละประเภทที่คำนวณจากผลการทดสอบข้างต้นตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในข้อกำหนดทางเทคนิค

UN

Reg.101

Rev.2

หรือระดับที่สูงกว่าในคู่มือประจำรถยนต์

รวมทั้งเปิดเผยให้สาธารณชนทราบเป็นการทั่วไป

๑.๑.๔ รถยนต์ตามข้อ ๑.๑.๑ ข้อ ๑.๑.๒

และข้อ ๑.๑.๓ ที่ติดตั้งถังบรรจุเชื้อเพลิงในห้องเครื่องยนต์

ห้องโดยสารหรือห้องเก็บสัมภาระ จะต้องผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการป้องกันผู้โดยสาร กรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้าของตัวรถตามมาตรฐาน

UN Reg.94 Rev.0 หรือระดับที่สูงกว่า

และการชนด้านข้างของตัวรถตามมาตรฐาน UN Reg.95 Rev.0 หรือระดับที่สูงกว่า

๑.๒

รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

๑.๒.๑

มีการออกแบบที่ผลิตให้เป็นรถยนต์ประเภทใช้เชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติโดยโรงอุตสาหกรรมที่ผลิตรถยนต์รุ่นนั้น

ๆ โดยตรง

๑.๒.๒

การรับประกันจากผู้ผลิตว่าสามารถใช้เชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติได้

๑.๒.๓

มีที่เติมเชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติ

ซึ่งมีลักษณะเดียวกับที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงตามปกติ และมิได้อยู่ใต้กระโปรงหน้าหรือกระโปรงหลังของรถยนต์

๑.๒.๔ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานมลพิษ

ตามข้อกำหนดทางเทคนิค UN

83

05

หรือระดับที่สูงกว่า

หรือเป็นรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านมลพิษจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่าระดับ

มอก. ๒๕๔๐ - ๒๕๕๔

๑.๒.๕ มีถังบรรจุเชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติ

ที่ติดตั้งอยู่ในตัวรถอย่างมิดชิด และแยกออกจากส่วนที่เก็บสัมภาระอย่างชัดเจน

๑.๓

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องยื่นเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีที่จะต้องเสียดังนี้

๑.๓.๑ กรณีผลิตในราชอาณาจักร ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงาน

ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

ก่อนนำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว

ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO

Sticker

เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต

ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕ วัน

นับแต่วันที่นำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม

๑.๓.๒ กรณีผลิตในเขตปลอดอากร

คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

หรือเขตประกอบการเสรี ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร

ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่

และชำระภาษีก่อนการตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าวให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น

(ECO

Sticker

เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงาน

ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา

๔๕ วัน นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

๑.๓.๓

กรณีรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงาน

ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่

และชำระภาษีก่อนการตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว

ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO

Sticker

เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร

ณ สำนักงานศุลกากร ที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕

วันนับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

กรณีเป็นรถยนต์ที่มียี่ห้อ รุ่น แบบ และ

Model

Code

เดียวกันกับรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

ที่ระบุในเว็บไซต์ www.car.go.th

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

ของรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดตามที่ระบุไว้ดังกล่าว

เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้

หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง

และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะยื่นหนังสือรับรองหรือเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2)

จากผู้ผลิตของประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิด ผลิต

หรือประกอบที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมอบหมายรับรองเพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้

หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง

และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง และวรรคสาม

หรือผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ประสงค์จะยื่นเอกสารตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม

ให้ยื่นเอกสารที่แสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

ที่วัดได้ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อกำหนด UN Reg.101 Rev.2

หรือระดับที่สูงกว่า โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑)

คู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ จากผู้ผลิต

(๒)

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือสถาบันทดสอบยานยนต์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรอง

(ECE

101

Type

Approval

Authority)

(๓)

หนังสือรับรองจากผู้ผลิต

พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนด

ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

เมื่อได้รับป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานแล้ว

ให้ยื่นเอกสารดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี

และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ

สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐ วัน

นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

๑.๓.๔ รถยนต์ใช้แล้วที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) ตามที่ปรากฏในคู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น

ๆ จากผู้ผลิต หรือจากเว็บไซต์ของผู้ผลิต หรือหนังสือรับรองจากผู้ผลิต

พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

โดยผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

และให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี

และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ

สำนักงานศุลกากร ที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐

วันนับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

๑.๓.๕ กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา ๒๒

หรือมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

ให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบจากผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา

๕ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอยู่ในเขตท้องที่นั้นพร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีภายใน

๓๐ วันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

๑.๓.๖

ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นจนไม่สามารถยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงาน หรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ

ตามระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นคำขอขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานหรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ

ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่

แล้วแต่กรณี ก่อนวันครบกำหนด โดยให้สรรพสามิตพื้นที่มีอำนาจในการขยายระยะเวลาดังนี้

(๑)

กรณีขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร

เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ ๑.๓.๑ ข้อ ๑.๓.๒ หรือข้อ ๑.๓.๓

วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี แล้วจะต้องไม่เกิน ๙๐ วัน

(๒)

กรณีขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงาน

หรือเอกสารการรับรองผลการทดสอบเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี

และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกัน ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร

เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ ๑.๓.๓ วรรคสี่ หรือข้อ ๑.๓.๔

แล้วแต่กรณี แล้วจะต้องไม่เกิน ๒๔๐ วัน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การใดอยู่ระหว่างการดำเนินการตามประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะ

ของรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐ คน ประเภทใช้เชื้อเพลิงทดแทน

ที่ได้รับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จสำหรับการดำเนินการต่อไปให้เป็นไปตามที่กำหนดในประกาศนี้

การดำเนินการใด ๆ ตามประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข

และคุณลักษณะของรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐ คน

ประเภทใช้เชื้อเพลิงทดแทนที่ได้รับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ที่ได้ดำเนินการไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ให้เป็นอันใช้ได้ต่อไป จนกว่าจะสิ้นสุดไปโดยเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้

หรือจนกว่าจะมีคำสั่งยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖

กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

สมชาย พูลสวัสดิ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

พัชรภรณ์/จัดทำ

ตุลาคม ๒๕๖๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๑๑๙ ง/หน้า ๒๒ (เล่มที่ ๒)/๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑

3 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภทใช้เชื้อเพลิงทดแทน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9d396cca599e5c8f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com