法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมคุมประพฤติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการในการดำเนินการเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมคุมประพฤติ

ระเบียบกรมคุมประพฤติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการในการดำเนินการเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์

พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ. ๒๕๕๙ อธิบดีกรมคุมประพฤติจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมคุมประพฤติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการในการดำเนินการเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“การดำเนินการเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์” หมายความว่า การดำเนินการกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในงานคุมประพฤติ

“กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในงานคุมประพฤติ” หมายความว่า กระบวนการที่เปิดโอกาสให้ผู้เสียหายได้แสดงความรู้สึกและบอกเล่าผลกระทบที่ได้รับ ผู้กระทำผิดได้แสดงความรับผิดชอบและนำไปสู่การที่ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาหรือชดใช้ความเสียหายตามความต้องการ

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติในสังกัดกรมคุมประพฤติ

“ผู้ประสานงาน” หมายความว่า พนักงานคุมประพฤติ หรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้อำนวยการให้ทำหน้าที่จัดให้มีการดำเนินการเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์

“ผู้กระทำผิด” หมายความว่า ผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ และผู้ถูกคุมความประพฤติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิบดีกรมคุมประพฤติเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหาเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

หลักเกณฑ์การดำเนินการเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในคดีที่มีผู้เสียหายให้พนักงานคุมประพฤติชี้แจงเรื่องกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในงานคุมประพฤติ ให้ผู้กระทำผิดและผู้เสียหายทราบถึงวัตถุประสงค์ ขั้นตอนการดำเนินการ และประโยชน์ที่อาจจะได้รับพร้อมทั้งแนะนำให้เข้าร่วมในกระบวนการและสอบถามความประสงค์ แล้วบันทึกไว้ตามแบบที่กรมคุมประพฤติกำหนด

ในการดำเนินการกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ตามวรรคหนึ่ง จะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้กระทำผิดและผู้เสียหายทั้งสองฝ่ายให้ความยินยอม ให้พนักงานคุมประพฤติรายงานผู้อำนวยการเพื่อแต่งตั้งผู้ประสานงานดำเนินการ

คุณสมบัติ หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ประสานงาน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ประสานงานต้องผ่านการอบรมหลักสูตรกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในงานคุมประพฤติของกรมคุมประพฤติ และได้รับการขึ้นบัญชีของกรมคุมประพฤติไว้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ประสานงานต้องได้รับการแต่งตั้งจากผู้อำนวยการ ให้ทำหน้าที่ในแต่ละคดี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ประสานงานมีหน้าที่และความรับผิดชอบในกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในงานคุมประพฤติ ขั้นการเตรียมความพร้อม การจัดประชุมประสานสัมพันธภาพ และการจัดทำข้อตกลง

การเตรียมความพร้อม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ผู้ประสานงานศึกษาข้อมูลจากสำนวนคดี เพื่อวางแผนในการดำเนินงานประชุมประสานสัมพันธภาพ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ผู้ประสานงานนัดหมายและพูดคุยกับผู้เสียหาย เพื่อเตรียมประเด็นในการประชุมสำรวจความต้องการในการเยียวยาความเสียหาย และให้ผู้เสียหายเลือกบุคคลที่ตนประสงค์ให้เข้าร่วมประชุม

ให้ผู้ประสานงานนัดหมายและพูดคุยกับผู้กระทำผิด เพื่อเตรียมประเด็นในการประชุมประเมินความพร้อมในการแสดงความรับผิด และให้ผู้กระทำผิดเลือกบุคคลที่ตนประสงค์ให้เข้าร่วมประชุม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ผู้ประสานงานกำหนด วัน เวลา สถานที่ ในการประชุมและแจ้งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบ

การประชุมประสานสัมพันธภาพ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ผู้ประสานงานชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และข้อตกลงของการประชุมประสานสัมพันธภาพ รวมทั้งขั้นตอนการดำเนินการหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนเข้าใจและรับปฏิบัติ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ผู้ประสานงานดำเนินการประชุมดังนี้

(๑) เปิดโอกาสให้ผู้เสียหายและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหาย พูดถึงความรู้สึกและความเสียหายที่ได้รับจากการกระทำผิด ทั้งทรัพย์สิน ชีวิต ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ตลอดจนความต้องการในการเยียวยา หรือทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น

(๒) ให้ผู้กระทำผิด และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดพูดถึงสาเหตุ แรงจูงใจ ความรู้สึกนึกคิดในการกระทำผิด รวมทั้งเสนอวิธีการเยียวยา ชดใช้ ทดแทน หรือบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น

(๓) ให้ทั้งสองฝ่ายหาข้อตกลงร่วมกันในการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น

(๔) ในกรณีที่สามารถทำข้อตกลงร่วมกันได้ ให้ผู้ประสานงานจัดทำบันทึกข้อตกลง ให้ทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อ แล้วสำเนามอบให้ผู้เสียหายและผู้กระทำผิด ต้นฉบับเก็บไว้เป็นหลักฐานในสำนวนคดี

(๕) ในกรณีที่ไม่สามารถทำข้อตกลงได้ ให้ผู้ประสานงานยุติการประชุม และปิดประชุม

ทั้งนี้ การประชุมประสานสัมพันธภาพจนสามารถบรรลุถึงการทำข้อตกลงร่วมกันนั้นอาจจำเป็นต้องดำเนินการจัดการประชุมมากกว่า ๑ ครั้งก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ผู้ประสานงานจัดทำรายงานการประชุมประสานสัมพันธภาพเสนอผู้อำนวยการ

การดำเนินการภายหลังการประชุมประสานสัมพันธภาพ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ผู้ประสานงานส่งรายงานการประชุมประสานสัมพันธภาพ และข้อตกลงร่วมกัน เสนอผู้อำนวยการ เพื่อมอบหมายให้พนักงานคุมประพฤติเจ้าของสำนวนดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในขั้นตอนการสืบเสาะและพินิจให้พนักงานคุมประพฤติเจ้าของสำนวนนำผลจากการประชุมประสานสัมพันธภาพและข้อตกลงประกอบในการจัดทำรายงานสืบเสาะและพินิจ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในขั้นตอนการควบคุมและสอดส่องให้พนักงานคุมประพฤติเจ้าของสำนวน ใช้ข้อมูลจากรายงานการประชุมประสานสัมพันธภาพให้เป็นประโยชน์ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด และติดตามผลการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างผู้กระทำผิดกับผู้เสียหาย

ค่าตอบแทน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การจ่ายค่าตอบแทนผู้ประสานงานที่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่สังกัดกรมคุมประพฤติและบุคคลที่เข้าร่วมประชุมเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกำหนด

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์

อธิบดีกรมคุมประพฤติ

ปุณิกา/ภวรรณตรี/จัดทำ

๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐

นุสรา/ตรวจ

๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๒๕ ง/หน้า ๒๐/๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมคุมประพฤติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการในการดำเนินการเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9d3a5ec782d53acf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com