法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่มีโทษทางปกครอง พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิด

ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่มีโทษทางปกครอง

พ.ศ. ๒๕๕๖

โดยที่มาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติมีหน้าที่ในการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่มีโทษทางปกครองเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติพิจารณาสั่งลงโทษทางปกครอง

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนด ดังนั้น

เพื่อให้กระบวนการในการพิจารณาลงโทษทางปกครองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว

และมีประสิทธิภาพ มีขั้นตอนและกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๖) (๒๔) และมาตรา ๓๗

แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง

วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๗ มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดย อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับมาตรา ๕

และมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.

๒๕๕๑

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติจึงประกาศหลักเกณฑ์การรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่มีโทษทางปกครองและการพิจารณาโทษทางปกครองไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่มีโทษทางปกครอง

พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาประกาศ

ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่มีกำหนดไว้แล้วในประกาศนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ให้ใช้ประกาศนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

“ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า

ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

และให้หมายความรวมถึงผู้มีสิทธิประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามบทเฉพาะกาลแห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ และผู้ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง

หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. ๒๕๕๕

“ผู้ถูกร้องเรียน” หมายความว่า

ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ใดที่ถูกร้องเรียนหรือผู้ซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดที่มีโทษทางปกครองตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑

“คำร้องเรียน” หมายความรวมถึง

ข้อกล่าวอ้างของสำนักงานว่ามีผู้ซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดที่มีโทษทางปกครองตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่มีผู้ร้องเรียนหรือสำนักงานมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ใดกระทำความผิดที่มีโทษทางปกครองตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑

ให้สำนักงานดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการพิจารณาสั่งลงโทษทางปกครอง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การแจ้งคำร้องเรียน การแจ้งผลการพิจารณาคำร้องเรียน

หรือการแจ้งคำสั่งลงโทษทางปกครอง

รวมตลอดถึงการแจ้งกำหนดนัดหรือการเรียกให้ผู้ร้องเรียนหรือผู้ถูกร้องเรียนมาชี้แจงต่อสำนักงานให้ทำเป็นหนังสือ

การส่งหนังสือตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้โดยวิธีให้บุคคลนำไปส่งหรือโดยการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ได้

ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อาจส่งหนังสือตามวรรคหนึ่งทางโทรสาร

หรือด้วยวิธีการอื่นใดตามที่สำนักงานจะประกาศกำหนดเพิ่มเติมในภายหลังก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ภายหลังจากที่คณะกรรมการมีคำสั่งลงโทษทางปกครองแล้ว ให้สำนักงานแจ้งคำสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือ

โดยมีรายละเอียดอันประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ

ข้อกฎหมายที่อ้างอิงและข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

วันเดือนปีที่ทำคำสั่ง ชื่อและตำแหน่งของผู้ทำคำสั่ง ทั้งนี้ ให้ระบุวิธีการและระยะเวลาในการคัดค้านคำสั่งลงโทษทางปกครองไว้โดยชัดแจ้งด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

คำสั่งให้มีผลตั้งแต่ขณะที่ผู้ถูกร้องเรียนได้รับแจ้งคำสั่งนั้นเป็นต้นไป

ในกรณีที่มีการส่งหนังสือแจ้งคำสั่งไปยังภูมิลำเนาของผู้ถูกร้องเรียนให้ถือว่าได้รับทราบคำสั่งตั้งแต่ในขณะที่หนังสือแจ้งคำสั่งไปถึง ทั้งนี้ ในการดำเนินการเรื่องใดที่มีการให้ที่อยู่ไว้กับสำนักงานแล้ว

การแจ้งไปยังที่อยู่ดังกล่าวให้ถือว่าเป็นการแจ้งไปยังภูมิลำเนาของผู้นั้นแล้ว

ในกรณีที่มีการส่งหนังสือแจ้งคำสั่งโดยวิธีให้บุคคลนำไปส่ง

หากผู้ถูกร้องเรียนไม่ยอมรับ หรือถ้าขณะนำไปส่งไม่พบบุคคลดังกล่าว ให้ส่งหนังสือแจ้งคำสั่งกับบุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะที่อยู่หรือทำงานในสถานที่นั้น

และในกรณีที่บุคคลดังกล่าวยังคงไม่ยอมรับหนังสือแจ้งคำสั่ง

ให้สำนักงานหรือบุคคลที่นำหนังสือไปส่ง

วางหนังสือนั้นหรือปิดหนังสือนั้นไว้ในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย ณ

สถานที่นั้นต่อหน้าพยานบุคคลอย่างน้อยสองคน

และให้ถือว่าผู้ถูกร้องเรียนได้รับแจ้งคำสั่งตั้งแต่ขณะนั้นเป็นต้นไป

การส่งหนังสือแจ้งคำสั่งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ

ให้ถือว่าผู้ถูกร้องเรียนได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าวเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีภายในประเทศ

หรือเมื่อครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ

เว้นแต่จะมีการพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการได้รับหรือได้รับก่อนหรือหลังจากวันนั้น

ในกรณีที่ไม่รู้ตัวบุคคลที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่ง

หรือรู้ตัวแต่ไม่รู้ภูมิลำเนาหรือรู้ตัวและภูมิลำเนาแต่มีผู้รับเกินหนึ่งร้อยคน

ให้สำนักงานแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือโดยการประกาศในหนังสือพิมพ์

ซึ่งแพร่หลายในท้องถิ่นนั้นก็ได้

ในกรณีนี้ให้ถือว่าบุคคลที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งได้รับแจ้งคำสั่งเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้แจ้งโดยวิธีดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในการรวบรวมข้อเท็จจริงและการพิจารณาเพื่อมีคำสั่งลงโทษทางปกครองตามประกาศนี้

หากมิได้มีการกำหนดในประกาศนี้ไว้เป็นการเฉพาะ

ให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่มีผู้ร้องเรียน

ให้ระยะเวลาในการพิจารณาและขั้นตอนในการดำเนินการเป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์ที่ออกตามความในมาตรา

๓๐

แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง

วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

การรวบรวมข้อเท็จจริงและการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในกรณีที่มีผู้ร้องเรียนว่าผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ใดกระทำความผิดที่มีโทษทางปกครองตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้สำนักงานพิจารณาคำร้องเรียนและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อพิจารณาว่าคำร้องเรียนดังกล่าว

มีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกร้องเรียนกระทำการตามที่ถูกร้องเรียนหรือไม่

ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่า

คำร้องเรียนไม่มีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกร้องเรียนกระทำการตามที่ถูกร้องเรียน

ให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อมีคำสั่งยุติการดำเนินการตามคำร้องเรียนนั้น

ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่า คำร้องเรียนมีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่า

ผู้ถูกร้องเรียนน่าจะกระทำการตามที่ถูกร้องเรียน

ให้สำนักงานดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในการรวบรวมข้อเท็จจริง ให้สำนักงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้

๑๒.๑ ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ถูกร้องเรียนทราบถึงคำร้องเรียน

พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้ผู้ถูกร้องเรียนได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาอันสมควร

แต่ไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิด

ความเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะ

สำนักงานอาจแจ้งคำร้องเรียนให้ผู้ถูกร้องเรียนทราบด้วยวาจาก็ได้

ในการแจ้งคำร้องเรียนให้ผู้ถูกร้องเรียนทราบตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง

ให้สำนักงานสรุปสาระสำคัญของคำร้องเรียนให้ผู้ถูกร้องเรียนทราบถึงข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาว่า

ผู้ถูกร้องเรียนกระทำหรือน่าจะกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑

โดยให้ละเว้นหรือหลีกเลี่ยงถ้อยคำหรือข้อความที่อาจทำให้ผู้ถูกร้องเรียนทราบถึงรายละเอียดของผู้ร้องเรียน

หรืออาจทำให้เกิดผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

๑๒.๒ ผู้ถูกร้องเรียนอาจชี้แจงเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้

การชี้แจงด้วยวาจา

ให้สำนักงานจัดทำบันทึกถ้อยคำไว้เป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบแนบท้ายประกาศนี้

(ภาคผนวก) และให้ผู้ถูกร้องเรียนลงลายมือชื่อในบันทึกดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน

หากผู้ถูกร้องเรียนไม่ยินยอมลงลายมือชื่อ ให้สำนักงานบันทึกเหตุดังกล่าวไว้ในบันทึกถ้อยคำพร้อมลงลายมือชื่อกำกับการบันทึกดังกล่าว

ในการชี้แจงด้วยวาจา สำนักงานอาจจะบันทึกภาพหรือเสียงด้วยก็ได้

๑๒.๓

ในกรณีที่ผู้ถูกร้องเรียนได้รับทราบคำร้องเรียนแล้วไม่ชี้แจงข้อเท็จจริงหรือนำส่งเอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาที่กำหนด

ให้ถือว่าผู้ถูกร้องเรียนไม่ประสงค์ที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคำร้องเรียนนั้น

ให้สำนักงานบันทึกเหตุดังกล่าวไว้โดยชัดแจ้งและให้ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องต่อไปตามที่เห็นสมควร

๑๒.๔ ในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควร

สำนักงานอาจจัดให้ผู้ร้องเรียนและผู้ถูกร้องเรียนได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสำนักงานก็ได้

๑๒.๕ ในการรวบรวมข้อเท็จจริง

สำนักงานอาจตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงอื่นใดที่เห็นว่าเกี่ยวข้องและตามความเหมาะสมในเรื่องนั้น

โดยให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) การแสวงหาพยานหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับคำร้องเรียนหรือเกี่ยวกับพฤติการณ์หรือผลกระทบของการกระทำที่ถูกร้องเรียน

(๒)

การสอบถามข้อคิดเห็นหรือข้อเท็จจริงจากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่ถูกร้องเรียน

พฤติการณ์ หรือผลกระทบของการกระทำที่ถูกร้องเรียน ทั้งนี้

อาจสอบถามข้อคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานที่มีหน้าที่ในเรื่องดังกล่าวก็ได้

(๓) การออกไปตรวจสถานที่

(๔) ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น

ให้สำนักงานดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนดตามมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑

๑๒.๖ เอกสารที่ใช้ในการพิจารณาให้ทำเป็นภาษาไทย

ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศให้ผู้ร้องเรียนหรือผู้ถูกร้องเรียนซึ่งกล่าวอ้างเอกสารดังกล่าวจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องของคำแปลนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองกำหนด

เว้นแต่ สำนักงานจะยอมรับเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศนั้น

๑๒.๗

ให้มีการแจ้งสิทธิและหน้าที่ในกระบวนการรวบรวมข้อเท็จจริงให้ผู้ร้องเรียนและหรือผู้ถูกร้องเรียนทราบตามความจำเป็นแก่กรณี

และบันทึกการแจ้งสิทธิดังกล่าวไว้เป็นหนังสือ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีที่คำร้องเรียนมีลักษณะเป็นการร้องเรียนว่าผู้ถูกร้องเรียนกระทำการที่เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ ในการเสนอความเห็นของสำนักงานต่อคณะกรรมการ จะต้องประกอบด้วยรายละเอียดอย่างน้อย

ดังต่อไปนี้

๑๓.๑ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รวมตลอดถึงแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการที่ได้เคยวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว

๑๓.๒ ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้หรือเป็นที่เชื่อได้ว่า

ผู้ถูกร้องเรียนกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามข้อ

๑๓.๑

๑๓.๓ ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้หรือเป็นที่เชื่อได้ว่า

ผู้ถูกร้องเรียนมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กำหนดในข้อ ๑๙.๑

๑๓.๔ ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้หรือเป็นที่เชื่อได้ว่า

การกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามข้อ ๑๓.๑

ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กำหนดในข้อ ๑๙.๒

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ในกรณีที่คำร้องเรียนมีลักษณะเป็นการร้องเรียนว่าผู้ถูกร้องเรียนกระทำการที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ในการเสนอความเห็นของสำนักงานต่อคณะกรรมการ

จะต้องประกอบด้วยรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

๑๔.๑

สาระสำคัญของประกาศหลักเกณฑ์ที่มีการร้องเรียนว่าผู้ถูกร้องเรียนฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม

รวมตลอดถึงแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการที่ได้เคยวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว

๑๔.๒ ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้หรือเป็นที่เชื่อได้ว่า

ผู้ถูกร้องเรียนกระทำการอันเป็น การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศหลักเกณฑ์ตามข้อ

๑๔.๑

๑๔.๓ ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้หรือเป็นที่เชื่อได้ว่า

ผู้ถูกร้องเรียนมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กำหนดในข้อ ๑๙.๑

๑๔.๔ ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้หรือเป็นที่เชื่อได้ว่า

การกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนประกาศหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑๔.๑

ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กำหนดในข้อ ๑๙.๒

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในกรณีที่คำร้องเรียนมีลักษณะเป็นการร้องเรียนว่าผู้ถูกร้องเรียนกระทำการที่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการ

หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ในการเสนอความเห็นของสำนักงานต่อคณะกรรมการ จะต้องประกอบด้วยรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

๑๕.๑

สาระสำคัญของคำสั่งที่มีการร้องเรียนว่าผู้ถูกร้องเรียนฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม

รวมตลอดถึงแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติที่ได้เคยวินิจฉัยเรื่องในลักษณะดังกล่าวไว้แล้ว

๑๕.๒ ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้หรือเป็นที่เชื่อได้ว่า

ผู้ถูกร้องเรียนกระทำการอันเป็น การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามข้อ ๑๕.๑

๑๕.๓ ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้หรือเป็นที่เชื่อได้ว่า

ผู้ถูกร้องเรียนมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กำหนดในข้อ ๑๙.๑

๑๕.๔ ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้หรือเป็นที่เชื่อได้ว่า

การกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งแห่งกฎหมายตามข้อ ๑๕.๑

ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กำหนดในข้อ ๑๙.๒

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เมื่อสำนักงานได้รวบรวมข้อเท็จจริงจนเพียงพอแก่การที่จะวินิจฉัยการกระทำความผิดและการพิจารณากำหนดโทษทางปกครองแล้ว

ให้สำนักงานเสนอข้อเท็จจริงพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการ

ในการเสนอความเห็นตามวรรคหนึ่ง จะต้องประกอบด้วยรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

๑๖.๑ สรุปข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดในข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔

หรือข้อ ๑๕ แล้วแต่กรณี

๑๖.๒ ข้อพิจารณาในเบื้องต้นว่า

ผู้ถูกร้องเรียนกระทำการอันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือไม่

๑๖.๓

ในกรณีที่เห็นว่าการกระทำของผู้ถูกร้องเรียนเป็นการกระทำความผิดที่มีโทษทางปกครองตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้สำนักงานเสนอแนะเกี่ยวกับลักษณะและอัตราโทษทางปกครอง

การเสนอโทษทางปกครอง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

โทษทางปกครองตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้แก่

๑๗.๑ การตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร

๑๗.๒ การกำหนดโทษปรับทางปกครอง

(๑) โทษปรับทางปกครองชั้น ๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

(๒) โทษปรับทางปกครองชั้น ๒ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาท

แต่ไม่เกินห้าแสนบาท

(๓) โทษปรับทางปกครองชั้น ๓ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าแสนบาท

แต่ไม่เกินห้าล้านบาท

๑๗.๓ การกำหนดโทษปรับทางปกครองเป็นรายวัน

(๑) กรณีโทษปรับทางปกครองชั้น ๑ ให้ปรับวันละไม่เกินห้าพันบาท

(๒) กรณีโทษปรับทางปกครองชั้น ๒ ให้ปรับวันละไม่เกินสองหมื่นบาท

(๓) กรณีโทษปรับทางปกครองชั้น ๓ ให้ปรับวันละไม่เกินห้าหมื่นบาท

๑๗.๔ การมีคำสั่งให้กระทำการ

หรืองดเว้นกระทำการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดซ้ำอีก

๑๗.๕ การมีคำสั่งให้พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

การเสนอโทษปรับทางปกครอง

๑๘.๑ ในกรณีที่ปรากฏว่า

การกระทำของผู้รับใบอนุญาตหรือบุคคลใดเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ ดังต่อไปนี้

ให้สำนักงานเสนออัตราโทษปรับทางปกครองในอัตราไม่เกินห้าหมื่นบาท

(๑) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๔

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

เกี่ยวกับการให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์รายงานสถานะทางการเงิน

(๒) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๔ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ในการจัดส่งสำเนาข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายภายในสิบวัน

นับแต่วันที่ได้มีการลงนามในข้อตกลง

(๓) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๗ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ในการแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องและจำเป็นในการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่าย

(๔) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๗ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ในการแจ้งหรือประกาศให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงข่ายอันมีผลกระทบต่อการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่าย

หรือต่อผู้ใช้บริการแล้วแต่กรณี

(๕) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา ๔๔

วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ที่ให้ดำเนินการแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายที่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย

๑๘.๒ ในกรณีที่ปรากฏว่า

การกระทำของผู้ถูกร้องเรียนเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ ดังต่อไปนี้ ให้สำนักงานเสนอโทษปรับทางปกครองในอัตราตั้งแต่ห้าหมื่นบาท

แต่ไม่เกินห้าแสนบาท

(๑) การฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๔ วรรคห้า

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ในการแจ้งการเปลี่ยนแปลงผังรายการให้คณะกรรมการพิจารณาก่อนทำการเปลี่ยนแปลงไม่น้อยกว่า

๗ วัน

(๒) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๕

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ในการให้ความร่วมมือในการออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินให้ประชาชนทราบตามที่ได้รับการร้องขอจากรัฐบาลหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๓) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๘

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ในการบันทึกเทปรายการที่ได้ออกอากาศไปแล้ว

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนด

(๔) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรการ

หรือประกาศที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนดตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่งแห่ง

พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

เกี่ยวกับการจัดทำผังรายการให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาต

(๕) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรการ

หรือประกาศที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกำหนดตามมาตรา

๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

เกี่ยวกับมาตรการพื้นฐานเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการและคนด้อยโอกาสให้เข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ได้อย่างเสมอภาคกับบุคคลทั่วไป

(๖) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรการ

หรือประกาศที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกำหนดตามมาตรา ๔๕

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อตกลงการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่าย

รวมถึงอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่าย

(๗) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๔

วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ที่ให้แก้ไขผังรายการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนด

(๘) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่งแห่ง

พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ในการออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย

๑๘.๓ ในกรณีที่ปรากฏว่า

การกระทำของผู้ถูกร้องเรียนเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ ดังต่อไปนี้

ให้สำนักงานเสนอโทษปรับทางปกครองในอัตราตั้งแต่ห้าแสนบาทแต่ไม่เกินห้าล้านบาท

(๑) เจ้าของโครงข่ายกระทำการอันเป็นเหตุให้การใช้หรือการเชื่อมต่อโครงข่ายไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ตามมาตรา ๔๗ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

(๒) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งครอบครองที่ดิน สถานที่ สิ่งก่อสร้าง เสา

หรือโครงสร้างอื่นในทำนองเดียวกันซึ่งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมในการรับ การส่ง

หรือแพร่สัญญาณเสียงหรือภาพ

หากยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตหรือเจ้าของโครงข่ายรายใดใช้ประโยชน์ในการติดตั้งวัสดุ

หรืออุปกรณ์เพื่อรับ ส่ง หรือแพร่สัญญาณเสียงหรือภาพ แต่ไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์หรือเจ้าของโครงข่ายรายอื่นติดตั้งวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน

(๓)

การให้บริการส่งหรือการแพร่ข่าวสารสาธารณะหรือรายการที่มีลักษณะเป็นการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แก่ผู้อื่นซึ่งมิใช่เป็นผู้รับใบอนุญาต

(๔)

การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือประกาศที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๒

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ในการนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ

(๕)

การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือประกาศที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ เกี่ยวกับระยะเวลาในการโฆษณาและการบริการทางธุรกิจ

(๖)

การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือประกาศที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ เกี่ยวกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตราค่าสมาชิก

ค่าบริการและเงื่อนไขในการให้บริการ

(๗)

การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือประกาศที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนดตามมาตรา ๓๔ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

เกี่ยวกับการกำหนดช่วงระยะเวลาของการออกอากาศรายการบางประเภทเพื่อความจำเป็นในการคุ้มครองเด็กและเยาวชน

(๘) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือประกาศที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนดตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

เกี่ยวกับการใช้และเชื่อมต่อโครงข่าย

(๙) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยข้อพิพาทการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายของคณะกรรมการ

หรือคำสั่งคณะกรรมการให้มีการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายไปพลางก่อน ตามมาตรา ๔๓

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ในการเสนอความเห็นเกี่ยวกับลักษณะและอัตราโทษทางปกครองของสำนักงานต่อคณะกรรมการ

ให้พิจารณา ดังต่อไปนี้

๑๙.๑

ให้สำนักงานพิจารณาพฤติการณ์แห่งการกระทำของผู้ถูกร้องเรียนว่ามีลักษณะดังต่อไปนี้หรือไม่

(๑) ผู้ถูกร้องเรียนได้กระทำความผิดโดยจงใจ

(๒) ผู้ถูกร้องเรียนกระทำความผิดตามที่ถูกร้องเรียนเป็นครั้งแรก

(๓) การกระทำความผิดของผู้ถูกร้องเรียนเป็นการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง

(๔)

ผู้ถูกร้องเรียนกระทำความผิดโดยคาดหมายถึงผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจที่จะได้รับ

(๕) ผู้ถูกร้องเรียนกระทำความผิดโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะลด จำกัด

หรือกีดกันการแข่งขันโดยเสรีและอย่างเป็นธรรมในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

(๖)

ผู้ถูกร้องเรียนกระทำความผิดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค

(๗) ผู้ถูกร้องเรียนกระทำความผิดโดยอาศัยความได้เปรียบในทางการตลาด

(๘)

ผู้ถูกร้องเรียนได้พยายามหรือกระทำการเพื่อบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น

(๙) พฤติการณ์อื่นใดตามที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติจะประกาศเพิ่มเติมภายหลัง

๑๙.๒ นอกจากการพิจารณาพฤติการณ์แห่งการกระทำแล้ว

ให้สำนักงานพิจารณาว่ามีผลกระทบหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากการกระทำความผิดของผู้ถูกร้องเรียนในลักษณะดังต่อไปนี้หรือไม่

(๑)

การกระทำความผิดของผู้ถูกร้องเรียนส่งผลกระทบหรือสร้างความเสียหายแก่การประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ของบุคคลอื่น

(๒)

การกระทำความผิดของผู้ถูกร้องเรียนส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อประชาชนผู้ใช้บริการ

(๓) การกระทำความผิดของผู้ถูกร้องเรียนส่งผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

(๔)

การกระทำความผิดของผู้ถูกร้องเรียนส่งผลกระทบต่อการกำกับดูแลการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

(๕)

การกระทำความผิดของผู้ถูกร้องเรียนส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายอื่นใดตามที่คณะกรรมการ

หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนดเพิ่มเติมภายหลัง

๑๙.๓ ในกรณีที่มีเหตุแห่งการลดโทษหรือเพิ่มโทษตามกฎหมาย

ให้สำนักงานเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการให้เพิ่มโทษหรือลดโทษตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ทั้งนี้

ต้องไม่เกินอัตราโทษสูงสุดหรือต่ำสุดตามที่กฎหมายกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

นอกเหนือจากการเสนออัตราโทษทางปกครองโดยการปรับทางปกครองแล้ว

ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่าการกระทำความผิดซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลงโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดต่อเนื่อง

ให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการให้พิจารณาและมีคำสั่งกำหนดโทษปรับรายวันอีก

นับแต่วันที่มีคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองดังกล่าว

ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ ให้นำหลักการในการพิจารณากำหนดอัตราโทษปรับทางปกครองตามข้อ

๑๙ มาใช้บังคับกับการพิจารณาอัตราโทษปรับทางปกครองรายวันโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

นอกเหนือจากการเสนออัตราโทษทางปกครองโดยการปรับทางปกครองตามข้อ ๑๙

และหรือข้อ ๒๐ แล้ว

เพื่อป้องกันมิให้เกิดการฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดอย่างเดียวกันซ้ำอีก

สำนักงานอาจเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการให้พิจารณาและมีคำสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตที่กระทำความผิดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ในกรณีที่ปรากฏว่า ผู้รับใบอนุญาตกระทำความผิดดังต่อไปนี้

ให้สำนักงานเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต

๒๒.๑ ผู้รับใบอนุญาตเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา

๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ที่ให้ดำเนินการแก้ไขการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนประกาศหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการห้ามถือครองธุรกิจในกิจการประเภทเดียวกัน

หรือครองสิทธิข้ามสื่อในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่เกินสัดส่วนที่กำหนดภายในระยะเวลาที่กำหนด

๒๒.๒ ผู้รับใบอนุญาตเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา

๖๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ที่ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการเพื่อป้องกันมิให้เกิดการฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดอย่างเดียวกันซ้ำอีก

๒๒.๓

ผู้รับใบอนุญาตละเลยการตรวจสอบการออกอากาศรายการเนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการที่ให้ดำเนินการแก้ไขตามมาตรา

๓๗ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

และเป็นกรณีที่เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

๒๒.๔

ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือหลักเกณฑ์หรือคำสั่งที่กำหนดตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวอีก

หรือกรณีที่เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

๒๒.๕

ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑

๒๒.๖

ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับงานแพร่เสียงแพร่ภาพอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์

๒๒.๗

ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทฝ่าฝืนข้อกำหนดด้านคุณสมบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑)

การมีบุคคลที่มีสัญชาติไทยถือหุ้นอันเป็นทุนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของทุนทั้งหมดของบริษัท

(๒) การมีบุคคลสัญชาติไทยมีอำนาจตามกฎหมายหรือตามข้อบังคับหรือตามข้อตกลงในการออกเสียงลงคะแนนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนคะแนนเสียงที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท

(๓)

กรรมการไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมดและกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันนิติบุคคลนั้นต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย

(๔) ปฏิบัติตามข้อห้ามของคณะกรรมการหรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติมิให้มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าวให้ผู้รับใบอนุญาตต้องถือปฏิบัติ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ในกรณีที่เห็นสมควรให้มีการพักใช้ใบอนุญาต

ให้สำนักงานเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาและมีคำสั่งให้พักใช้ใบอนุญาต

โดยจะต้องเสนอจำนวนวันที่จะพักใช้ใบอนุญาตที่ชัดเจนแน่นอนแต่ต้องไม่เกินครั้งละสามสิบวัน

โดยอาจนำหลักการตามข้อ ๑๙ มาใช้ในการพิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ในกรณีดังต่อไปนี้

สำนักงานอาจเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งตักเตือนผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็ได้

๒๔.๑ เป็นความผิดซึ่งมีโทษปรับทางปกครองชั้น ๑

๒๔.๒ มิใช่ความผิดต่อเนื่อง

๒๔.๓ เป็นการกระทำความผิดเป็นครั้งแรกซึ่งกระทำโดยไม่จงใจ และ

๒๔.๔ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย

ประกาศ

ณ วันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖

นที ศุกลรัตน์

ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

ปฏิบัติหน้าที่แทน

ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ภาคผนวก บันทึกถ้อยคำ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑ กุมภาพันธ์

๒๕๕๖

โชติกานต์/ผู้ตรวจ

๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖

ชุติมา/ปรับปรุง

๒๒ มกราคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๑๑ ง/หน้า ๓๖/๒๕ มกราคม ๒๕๕๖

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่มีโทษทางปกครอง พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9db576db2f98ab51

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com