法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อกำหนด ก.อ. ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2503 ว่าด้วยการสอบสวนทางวินัย

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ข้อกำหนด ก

ข้อกำหนด ก.อ.

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

พ.ศ. ๒๕๐๓

ว่าด้วยการสอบสวนทางวินัย[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๘

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๐๓ ก.อ.

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวน การตั้งกรรมการ การกำหนดองค์คณะกรรมการที่จะทำการสอบสวน

การส่งประเด็นไปสอบสวนพยานบุคคลซึ่งอยู่ต่างท้องที่

การรวบรวมพยานหลักฐานและกิจการอื่น ๆ เพื่อให้ได้ความจริงและความยุติธรรม ในกรณีที่ข้าราชการอัยการซึ่งผู้บังคับบัญชาเห็นว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

การแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำการสอบสวน ให้ตั้งประธานกรรมการจากข้าราชการอัยการผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหา

หรือจากข้าราชการอัยการที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา

ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจะตั้งตนเองเป็นประธานกรรมการก็ได้ ส่วนกรรมการอื่นให้ตั้งจากข้าราชการอัยการที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาเว้นแต่มีความจำเป็น

จะตั้งกรรมการจากข้าราชการอัยการที่ดำรงตำแหน่งต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาก็ได้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้ทำเป็นคำสั่งตามแบบหนังสือราชการ

และให้ระบุตัวผู้ถูกกล่าวหากับทั้งเรื่องที่ให้สอบสวนนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

เมื่อได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นแล้วให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนส่งเรื่องกล่าวหาให้ประธานกรรมการสอบสวนโดยเร็ว

และแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกับข้อที่ถูกสอบสวนนั้นด้วยแต่ถ้าไม่อาจแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบได้

ให้ปิดสำเนาคำสั่งไว้ ณ ที่ทำการของผู้ถูกกล่าวหา และแจ้งโดยหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังผู้ถูกกล่าวหา

ณ ที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการด้วย

ถ้าปรากฏจากการสอบสวนว่า

ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องอื่นอีกก็ให้คณะกรรมการสอบสวนมีอำนาจทำการสอบสวนในเรื่องนั้นอีกด้วย

แต่ทั้งนี้ต้องแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบเพื่อแก้ข้อกล่าวหานั้น

ถ้าได้มีการดำเนินการตามวรรคนี้แล้ว ให้รายงานไปยังผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยมิชักช้า

ถ้าผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอนุมัติก็ให้เป็นอันใช้ได้

แต่ถ้าผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าควรแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นดำเนินการสอบสวนใหม่ก็ให้เป็นไปตามที่ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจะสั่ง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในกรณีที่การสอบสวนมีมูลพาดพิงถึงข้าราชการอัยการผู้อื่นที่มิได้ระบุตัวเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้น

ว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมกระทำผิดในเรื่องนี้ด้วย

ให้ประธานกรรมการรายงานไปยังผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้นเพื่อดำเนินการต่อไปตามควรแก่กรณี

ถ้าผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าควรให้คณะกรรมการสอบสวนที่ได้แต่งตั้งไว้แล้วทำการสอบสวนผู้ที่มีส่วนร่วมกระทำผิดในเรื่องนั้นด้วย

ทั้งคณะกรรมการนั้นก็เข้าเกณฑ์ตามข้อ ๑ ก็ให้ดำเนินการตามความในข้อ ๒ และข้อ ๓

ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ใช้พยานหลักฐานที่ได้ดำเนินการสอบสวนมาแล้วนั้นประกอบการพิจารณาความผิดของผู้มีส่วนร่วมกระทำผิดนั้นได้เท่าที่คณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าไม่ทำให้เสียความเป็นธรรม

และการสอบสวนที่จะดำเนินการต่อไปก็ให้ดำเนินการสอบสวนร่วมกันได้ ทั้งนี้

ให้คณะกรรมการสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาตามที่ปรากฏจากการสอบสวนมาแล้วนั้นให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ร่วมกระทำผิดนั้นทราบ

เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง และผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนคณะใหม่ขึ้น

เพราะคณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมนั้นไม่เข้าเกณฑ์ตามข้อ ๑

ให้ใช้พยานหลักฐานที่คณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมได้ดำเนินการสอบสวนมาแล้วนั้น

ประกอบการพิจารณาความผิดของผู้มีส่วนร่วมกระทำผิดนั้นได้ เท่าที่คณะกรรมการสอบสวนจะใช้ดุลพินิจเห็นว่าไม่ทำให้เสียความเป็นธรรม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ถ้าปรากฏว่ากรรมการผู้ใดในคณะกรรมการสอบสวน มีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

ผู้ถูกกล่าวหาอาจคัดค้านได้ คือ

(๑)

เป็นพยานที่ได้รู้ได้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องที่สอบสวนนั้น

(๒) เป็นผู้มีผลประโยชน์ได้เสียในเรื่องที่สอบสวนนั้น

(๓) เป็นผู้มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกกล่าวหา

การคัดค้าน

ให้ทำเป็นหนังสือแสดงเหตุที่คัดค้านนั้นยื่นต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้นภายในสิบห้าวันนับแต่วันทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน

เมื่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาเห็นว่าการคัดค้านนั้นมีเหตุฟังได้ก็ให้สั่งเปลี่ยนแปลงตามควรแก่กรณีโดยด่วน

และถ้าเห็นว่าการคัดค้านนั้นไม่มีเหตุอันควรฟังได้

หรือเห็นว่าแม้จะให้กรรมการผู้ถูกคัดค้านนั้นร่วมสอบสวน

ก็ไม่ทำให้เสียความเป็นธรรมแต่ประการใด จะสั่งยกคำคัดค้านนั้นเสียก็ได้

ในการนี้ให้บันทึกเหตุผลนั้นติดสำนวนการสอบสวนไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

กรรมการผู้ใดมีเหตุอันอาจถูกคัดค้านได้ตามข้อ ๕ ให้ผู้นั้นรายงานต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน

เพื่อพิจารณาและสั่งการตามความในข้อ ๕ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เมื่อได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นแล้วหากมีเหตุสมควรหรือจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวประธานกรรมการหรือกรรมการบางคน

หรือตั้งกรรมการเพิ่มขึ้น ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้นออกคำสั่งเปลี่ยนตัวประธานกรรมการหรือกรรมการ

หรือตั้งกรรมการเพิ่มขึ้น ตามวิธีการในข้อ ๒ และแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบตามวิธีการในข้อ

๓ ด้วย

การเปลี่ยนตัวประธานกรรมการหรือกรรมการ

หรือตั้งกรรมการเพิ่มดังกล่าวนี้ไม่กระทบกระเทือนการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปก่อนแล้ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เมื่อประธานกรรมการได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ให้บันทึกวันที่ได้รับทราบคำสั่งนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในการสอบสวนปากคำบุคคล ต้องมีกรรมการนั่งสอบสวนอย่างน้อยสองคน

จึงจะเป็นองค์คณะทำการสอบสวนได้ แต่ในการประชุมปรึกษาต้องมีประธานกรรมการและกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวน

แต่ไม่น้อยกว่าสามคน จึงจะเป็นองค์คณะดำเนินการประชุมปรึกษาได้

ความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนให้ถือเสียงข้างมาก

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้คณะกรรมการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่สามารถจะทำได้

เพื่อทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา

เอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานให้ใช้ต้นฉบับที่แท้จริงหรือสำเนาที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือประธานกรรมการรับรองว่าเป็นสำเนาที่ถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหา ให้คณะกรรมการสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเท่าที่ปรากฏให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหาที่จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตลอดจนนำพยานหลักฐานมาสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ตามควรแก่กรณีภายในเวลาอันสมควร

ผู้ถูกกล่าวหาจะนำพยานหลักฐานมาเอง

หรือจะขอให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกพยานหลักฐานนั้นมาก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาอาจให้ถ้อยคำหรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือลงลายมือชื่อยื่นต่อคณะกรรมการสอบสวนได้

คณะกรรมการสอบสวนมีอำนาจให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ถ้าผู้ถูกกล่าวหาไม่ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในเวลาที่คณะกรรมการสอบสวนกำหนด

ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนไปโดยไม่ต้องสอบสวนตัวผู้ถูกกล่าวหาแต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ในการสอบสวนพยาน ถ้าพยานไม่มาหรือไม่ยอมให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสอบสวนหรือคณะกรรมการสอบสวนเรียกพยานไม่ได้ภายในกำหนดเวลาอันสมควร

คณะกรรมการสอบสวนจะไม่สอบสวนพยานนั้นก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย ทั้งนี้

เว้นแต่คณะกรรมการสอบสวนเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่พยานไม่สามารถมาได้ตามกำหนด หรือได้ตัวพยานมาให้ถ้อยคำก่อนการสอบสวนพยานสิ้นสุดลง

ก็ให้ผ่อนผันได้ตามควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการสอบสวนพยาน

ถ้าคณะกรรมการสอบสอบเห็นว่าการสอบสวนพยานหลักฐานใดจะทำให้การสอบสวนล่าช้าโดยไม่จำเป็น

หรือมิใช่ประเด็นสำคัญ คณะกรรมการสอบสวนจะงดการสอบสวนพยานหลักฐานนั้นเสียก็ได้

แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

การสอบสวนพยานบุคคลซึ่งอยู่ต่างท้องที่ คณะกรรมการสอบสวนจะส่งประเด็นไปให้หัวหน้าอัยการแห่งท้องที่นั้นทำการสอบสวนแทนให้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การสอบสวนปากคำผู้ถูกกล่าวหาหรือพยาน ให้บันทึกถ้อยคำเป็นหนังสือแล้วอ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟัง

เมื่อรับว่าถูกต้องแล้วก็ให้ลงลายมือชื่อไว้ และให้กรรมการผู้นั่งสอบสวนทุกคนลงลายมือชื่อกำกับด้วย

ถ้าผู้ให้ถ้อยคำไม่สามารถหรือไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้บันทึกเหตุนั้นไว้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ภายใต้บังคับข้อ ๑๖ ห้ามมิให้บุคคลอื่นนอกจากคณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ในการสอบสวนทุกครั้งห้ามมิให้บุคคลอื่นเข้าฟังการสอบสวน เว้นแต่ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน

ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งมีตำแหน่งเหนือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ถ้าผู้ถูกกล่าวหายื่นคำชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวนนั้นต่อคณะกรรมการสอบสวน

หรือต่อผู้มีอำนาจพิจารณา หรือต่อ ก.อ. ก็ให้รับคำชี้แจงนั้นไว้พิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

เมื่อการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวนประชุมปรึกษาทำรายงานการสอบสวนสรุปข้อเท็จจริงพร้อมทั้งแสดงความเห็นว่า

ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยตามเรื่องที่กล่าวหาฐานใด มาตราใด

และควรลงโทษสถานใดหรือไม่เสนอต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพร้อมทั้งสำนวนการสอบสวน

ถ้ากรรมการสอบสวนคนใดมีความเห็นแย้งจะทำความเห็นแย้งติดไว้กับสำนวนการสอบสวนก็ได้

ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเสนอสำนวนการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อไปตามลำดับ

ถ้าอธิบดีหรือ ก.อ. เห็นสมควรให้สอบสวนเพิ่มเติมประการใด ก็ให้สั่งคณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ในกรณีที่มีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดชี้ขาดเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาคนใด

ถ้าคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้ว

คณะกรรมการสอบสวนจะฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษานั้น โดยจะไม่สอบสวนผู้ถูกกล่าวหาและพยานหลักฐานก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การสอบสวนใดที่ทำไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อกำหนด ก.อ. นี้

ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรม ไม่ทำให้สำนวนการสอบสวนทั้งหมดเสียไป

ในกรณีเช่นนี้ ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจะสั่งให้ดำเนินการเสียใหม่

เฉพาะตอนที่ไม่ถูกต้องนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การสอบสวนใดที่ได้ตั้งกรรมการดำเนินการไปแล้วก่อนวันที่ข้อกำหนด ก.อ.

นี้ใช้บังคับ ถ้าถูกต้องตามวิธีการตามนัยกฎ ก.พ. ฉบับที่ ๖๐ (พ.ศ. ๒๔๙๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ ว่าด้วยการสอบสวนแล้ว

ให้เป็นอันสมบูรณ์

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๔

พลเอก ป. จารุเสถียร

ประธาน ก.อ.

ดลธี/ผู้จัดทำ

๑๐ กันยายน ๒๕๕๓

เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ

๑๗

พฤศจิกายน ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๓๕/หน้า ๔๑๑/๑๘ เมษายน ๒๕๐๔

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อกำหนด ก.อ. ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2503 ว่าด้วยการสอบสวนทางวินัย (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9eba90cc306636c0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com