ข้อ ๒ องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่ประสงค์จะขอเข้าเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังนี้
(1) องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานนั้นต้องเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชนที่มีฐานะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มูลนิธิหรือสมาคม หรือหน่วยงานสวัสดิการภายในส่วนราชการที่มีวัตถุประสงค์หลักในการดําเนินงานเพื่อเผยแพร่ความรู้และจัดอบรมสัมมนาทางด้านกฎหมายภาษีอากรโดยเฉพาะให้แก่ข้าราชการและบุคคลทั่วไป
องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานตามวรรคหนึ่งจะต้องยื่นหนังสือต่ออธิบดีผ่านผู้อํานวยการสํานักมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากร แสดงความประสงค์เป็นองค์กรวิชาชีพบัญชี หรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบเป็นผู้จัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร พร้อมแนบเอกสารดังต่อไปนี้
(ก) สําเนาหรือภาพถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนของผู้มีอํานาจกระทําการในนามของนิติบุคคล สถาบันอุดมศึกษา หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชน และบัตรประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของนิติบุคคล สถาบันอุดมศึกษา หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชน พร้อมสําเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองนิติบุคคล ทะเบียนสมาคม หรือหลักฐานอื่นที่แสดงฐานะเป็นนิติบุคคล หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชน แล้วแต่กรณี หรือ
(ข) เอกสารหลักฐานแสดงสถานภาพการเป็นหน่วยงานสวัสดิการภายในส่วนราชการ พร้อมทั้งวัตถุประสงค์ในการดําเนินงาน
(ค) รายละเอียดหลักสูตร เนื้อหา ขอบเขตวิชา และระยะเวลาในการจัดอบรม
(ง) ชื่อ คุณวุฒิ และประสบการณ์ในการทํางานของวิทยากรผู้บรรยาย
(2) องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร ต้องจัดหลักสูตรการอบรมในแต่ละปีทางด้านกฎหมายภาษีอากรและความรู้อื่นที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพผู้สอบบัญชีภาษีอากร ให้มีเนื้อหาวิชาครอบคลุมกฎหมายหลักในประมวลรัษฎากร มาตรฐานการบัญชี และมาตรฐานการสอบบัญชี โดยให้มุ่งเน้นเนื้อหาที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่เป็นปัจจุบันและต้องมีเนื้อหาวิชาตามระยะเวลาที่จัดอบรมไม่น้อยกว่า ดังนี้
(ก) ภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ชั่วโมง
(ข) ภาษีมูลค่าเพิ่ม 3 ชั่วโมง
(ค) ภาษีธุรกิจเฉพาะภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับอื่น ๆ 3 ชั่วโมง
(ง) มาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการสอบบัญชี 3 ชั่วโมง
การจัดอบรมตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะจัดอบรมหลักสูตรที่ครอบคลุมเนื้อหาวิชาทั้งหมดในคราวเดียวกันหรือไม่ก็ตาม หากภายหลังองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการอบรมจากที่อธิบดีให้ความเห็นชอบ ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรต่ออธิบดีผ่านผู้อํานวยการสํานักมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากรพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน
การนับระยะเวลาตามหลักสูตรที่จัดอบรมตามวรรคหนึ่ง ให้นับระยะเวลาในการจัดอบรม 1 ชั่วโมงการอบรมเท่ากับ 60 นาที สําหรับระยะเวลาในช่วงพิธีเปิด – ปิดการอบรม และเวลาพัก ไม่ให้นับเป็นชั่วโมงการอบรม และหากไม่มีการกําหนดระยะเวลาพักไว้ ให้ถือเวลาพักรับประทานอาหารเป็น 1 ชั่วโมง และเวลาพักรับประทานอาหารว่างเป็นครั้งละ 15 นาที
(3) องค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร ต้องจัดส่งหลักฐานการลงทะเบียนเข้ารับการอบรมต่ออธิบดีผ่านผู้อํานวยการสํานักมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากรภายใน 7 วันนับแต่วันที่สิ้นสุดการอบรม และจะต้องออกหนังสือรับรองการเข้ารับการอบรมในแต่ละครั้งให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม โดยหนังสือรับรองดังกล่าวจะต้องมีรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(ก) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรขององค์กรวิชาชีพบัญชี หรือหน่วยงานที่จัดอบรม
(ข) เลขที่หนังสือ และวันที่ที่ได้รับความเห็นชอบในการจัดอบรมจากอธิบดีกรมสรรพากร
(ค) ชื่อ – ชื่อสกุลผู้เข้ารับการอบรม และเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีภาษีอากร
(ง) หลักสูตรที่อบรม
(จ) วัน เวลา และจํานวนชั่วโมงที่เข้ารับการอบรม
(ฉ) วันที่ออกหนังสือรับรอง