法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๓๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ

พ.ศ. ๒๕๒๑

ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๓๖ วรรคสอง แห่งพระราช

บัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อย

แห่งชาติ ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

(๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

(๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้

ปี หมายความว่า ปีงบประมาณ

รอบปีที่แล้วมา หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎคม ของปีหนึ่งถึง

วันที่ ๓๐ มิถุนายน ของปีถัดไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจประจำปีให้เลื่อนตั้งแต่

วันที่ ๑ ตุลาคม ของปีที่ได้เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนนั้น

ผู้ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนได้ตาม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ หากต่อไปถ้ามีขั้นและอัตราเงินเดือนที่จะเลื่อนให้ได้ หรือได้รับแต่งตั้งให้มี

ชั้นยศสูงขึ้นก่อนวันที่ ๑ กรกฎาคม ให้พิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนได้ไม่เกินหนึ่งขั้น

ตั้งแต่วันที่มีขั้นและอัตราเงินเดือนที่จะเลื่อนให้ได้ หรือวันที่ได้รับการแต่งตั้งให้มีชั้นยศสูงขึ้น

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ข้าราชการตำรวจซึ่งจะได้รับพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนประจำปี

ครึ่งขั้นต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ประจำปีหนึ่งขั้นตามข้อ ๕ (๑) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) และในรอบปีที่แล้วมามีผลการ

ปฏิบัติงานซึ่งผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาแล้วเห็นว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สมควรจะได้เลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนครึ่งขั้น

(๒) เป็นผู้ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ประจำปีหนึ่งขั้นตามข้อ ๕ (๓) (๕) หรือ (๖) แต่มีเวลาปฏิบัติราชการในรอบปีที่แล้วมาเป็น

เวลาไม่น้อยกว่าหกเดือน ตลอดจนอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ประจำปีหนึ่งขั้น ตามข้อ ๕ (๑) (๔) (๗) และ (๘) และในรอบปีที่แล้วมามีผลการปฏิบัติงาน

ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาแล้วเห็นว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สมควรจะได้เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ประจำปีหนึ่งขั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ข้าราชการตำรวจซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ประจำปีหนึ่งขั้นต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) ในปีที่แล้วมาได้รับบรรจุเข้ารับข้าราชการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

แปดเดือน

(๒) ในรอบปีที่แล้วมาได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนด้วยความสามารถและ

ด้วยความอุตสาหะจนเกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาแล้ว

เห็นว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สมควรจะได้เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนหนึ่งขั้น

(๓) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ

ไว้ก่อนเป็นระยะเวลารวมกันเกินสี่เดือน

(๔) ในรอบปีที่แล้วมาจนถึงวันออกคำสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนต้อง

ไม่ถูกลงโทษทางวินัยที่สูงกว่าโทษภาคทัณฑ์ หรือไม่ถูกศาลพิพากษาในคดีอาญา ให้ลงโทษ

ในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของ

ตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนซึ่งมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจผู้ใดอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สมควรได้เลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือน และได้ถูกงดเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนเพราะถูกลงโทษทางวินัยที่สูงกว่าโทษ

ภาคทัณฑ์ หรือถูกศาลพิพากษาในคดีอาญาให้ลงโทษ ในกรณีนั้นมาแล้ว ให้ผู้มีอำนาจสั่ง

เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนประจำปีต่อไปให้ผู้นั้นตั้งแต่วันที่ ๑

ตุลาคมของปีที่จะได้เลื่อนเป็นต้นไป

(๕) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ลาหรือมาทำงานสายเกินจำนวนครั้งที่อธิบดีหรือ

ผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีกำหนดเป็นหนังสือไว้ก่อนแล้ว โดยคำนึงถึงลักษณะ

งานและสภาพท้องที่อันเป็นที่ตั้งของแต่ละส่วนราชการหรือหน่วยงาน

(๖) ในรอบปีที่แล้วมาต้องมีเวลาปฏิบัติราชการสิบสองเดือนโดยไม่มีวันลา

เกินกว่าสีสิบห้าวัน แต่ไม่รวมถึงวันลาดังต่อไปนี้

(ก) ลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิ

อาระเบีย เฉพาะวันลาที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามกฎหมายว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน

(ข) ลาคลอดบุตรไม่เกินเก้าสิบวัน

(ค) ลาป่วยซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานานไม่ว่าคราวเดียวหรือหลายคราว

รวมกันไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันทำการ

(ง) ลาป่วยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือ

ในขณะเดินทางไปหรือกลับจากปฏิบัติราชการตามหน้าที่

(จ) ลาพักผ่อน

(๗) ในรอบปีที่แล้วมา ถ้าได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาในประเทศ หรือไปศึกษา

ฝึกอบรมหรือดูงาน ณ ต่างประเทศ ตามระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และ

ดูงาน ณ ต่างประเทศ ต้องได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการในรอบปีที่แล้วมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

แปดเดือน สำหรับผู้ที่ศึกษาในสถานศึกษาของกรมตำรวจ ต้องได้ปฏิบัติราชการในปีที่แล้ว

มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าแปดเดือน

คำว่า "ศึกษาในประเทศ" ตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า การศึกษาในประเทศ

ตามหลักสูตรที่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียนหรือการวิจัยเพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาหรือ

ประกาศนียบัตรวิชาชีพอันอาจพิจารณาคุณวุฒิให้ได้

(๘) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ขาดราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

การนับจำนวนวันลาไม่เกินสี่สิบห้าวัน สำหรับวันลากิจส่วนตัวและวันลาป่วย

ที่มิใช่วันลาป่วยตาม (ง) ให้นับเฉพาะวันทำการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ข้าราชการตำรวจซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ประจำปีหนึ่งขั้นครึ่งต้องเป็นผู้อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ประจำปีหนึ่งขั้นตามข้อ ๕ และอยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการ

ดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอันก่อให้เกิด

ประโยชน์และผลดีต่อทางราชการและสังคม

(๒) ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือได้ค้นคว้าหรือ

ประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ

(๓) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่มีสถานการณ์ตรากตรำเสี่ยงอันตราย หรือมีการต่อสู้

ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิต

(๔) ปฏิบัติงานที่มีภาระหน้าที่หนักเกินกว่าตำแหน่งหน้าที่จนเกิดประโยชน์

ต่อทางราชการ และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย

(๕) ปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อยยากลำบาก

และงานนั้นได้ผลดีเป็นประโยชน์ต่อทางราชการและสังคม

(๖) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จ

เป็นผลดีแก่ประเทศชาติ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ข้าราชการตำรวจซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ประจำปีสองขั้นต้องเป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ประจำปีหนึ่งขั้นต่อข้อ ๕ และอยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการ

ดังต่อไหนี้ด้วย

(๑) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดีเด่น มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอันก่อให้

เกิดประโยชน์และผลดียิ่งต่อทางราชการและสังคมจนถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้

(๒) ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือได้ค้นคว้าหรือ

ประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการเป็นพิเศษ และทางราชการได้ดำเนินการ

ตามความคิดริเริ่มหรือได้รับรองให้ใช้การค้นคว้าหรือสิ่งประดิษฐ์นั้น

(๓) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่มีสถานการณ์ตรากตรำเสี่ยงอันตรายมาก หรือมีการ

ต่อสู้ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิตเป็นกรณีพิเศษ

(๔) ปฏิบัติงานที่มีภาระหน้าที่หนักเกินกว่าตำแหน่งหน้าที่จนเกิดประโยชน์ต่อ

ทางราชการเป็นพิเศษ และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย

(๕) ปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อยยากลำบาก

เป็นพิเศษ และงานนั้นได้ผลดียิ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการและสังคม

(๖) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จ

เป็นผลดียิ่งแก่ประเทศชาติ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจประจำปี

ตามข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗ ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาโดย

คำนึงถึงคุณภาพและปริมาณของผลงาน ความรู้ความสามารถ ความอุตสาหะ ความรับผิดชอบ

พฤติกรรมการมาทำงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการลา การรักษาวินัย และข้อควรพิจารณาอื่น ๆ ของผู้นั้น

มาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ แล้วรายงานผลการพิจารณาต่อไปยังผู้บังคับบัญชา

ชั้นเหนือขึ้นไปตามลำดับจนถึงอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ในการพิจารณารายงานตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือแต่ละระดับ

ที่ได้รับรายงานเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนได้รับรายงานผลการ

พิจารณาจากผู้บังคับบัญชาตามข้อ ๘ แล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับ

การพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนประจำปีครึ่งชั้นตามข้อ ๔ ให้เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

แก่ผู้นั้นครึ่งขั้น และถ้าข้าราชการตำรวจผู้ใดอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและ

อัตราเงินเดือนประจำปีหนึ่งขั้นตามข้อ ๕ ให้เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนแก่ผู้นั้นหนึ่งขั้น และ

ถ้าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีผลการปฏิบัติงานอยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ ๖ ด้วย ก็ให้เลื่อนขั้นและ

อัตราเงินเดือนให้แก่ผู้นั้นหนึ่งขั้นครึ่ง หรือถ้าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีผลการปฏิบัติงานอยู่ใน

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๗ ด้วย จะเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนให้แก่ผู้นั้นสองขั้นก็ได้

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนพิจารณาเห็นว่าข้าราชการ

ตำรวจผู้ใดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนประจำปีครึ่งขั้น

ตามข้อ ๔ หรือปฏิบัติงานตามหน้าที่ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรให้งดเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนสำหรับ

ผู้นั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ

ให้เลื่อนได้ดังต่อไปนี้

(๑) ลูกแถวหรือเทียบกับตำแหน่งลูกแถว ให้เลื่อนได้ไม่เกินอัตราเงินเดือนของ

พลตำรวจ

(๒) ผู้บังคับหมู่หรือเทียบกับตำแหน่งผู้บังคับหมู่ยศสิบตำรวจตรี สิบตำรวจโท

สิบตำรวจเอก จ่าสิบตำรวจ ให้เลื่อนได้ไม่เกินอัตราเงินเดือนของยศจ่าสิบตำรวจ (พิเศษ) สำหรับ

ยศนายดาบตำรวจให้เลื่อนได้ไม่เกินอัตราเงินเดือนของยศนายดาบตำรวจ (๓) รองสารวัตรหรือเทียบกับตำแหน่งรองสารวัตร ให้เลื่อนได้ไม่เกินอัตรา

เงินเดือนยศตำรวจเอก

(๔) สารวัตร สารวัตรใหญ่ และรองผู้กำกับการหรือเทียบกับตำแหน่งดังกล่าว

ให้เลื่อนได้ไม่เกินอัตราเงินเดือนของยศพันตำรวจโท

(๕) ผู้กำกับการหรือเทียบกับตำแหน่งผู้กำกับการ ให้เลื่อนได้ไม่เกินอัตรา

เงินเดือนของยศพันตำรวจเอก

(๖) รองผู้บังคับการหรือเทียบกับตำแหน่งรองผู้บังคับการ ให้เลื่อนได้ไม่เกิน

อัตราเงินเดือนของยศพันตำรวจเอกอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พิเศษ)

(๗) ผู้บังคับการ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ และรองผู้บัญชาการหรือเทียบกับตำแหน่ง

ดังกล่าวให้เลื่อนได้ไม่เกินอัตราเงินเดือนของยศตำรวจตรี

(๘) ผู้บัญชาการ และผู้ช่วยอธิบดีหรือเทียบกับตำแหน่งดังกล่าว ให้เลื่อนได้

ไม่เกินอัตราเงินเดือนของยศพลตำรวจโท

(๙) รองอธิบดีหรือเทียบกับตำแหน่งรองอธิบดี ให้เลื่อนได้ไม่เกินอัตรา

เงินเดือนของยศพลตำรวจเอก

(๑๐) อธิบดี ให้เลื่อนได้ไม่เกินอัตราเงินเดือนของยศพลตำรวจเอก ตามที่

กฎหมายกำหนดให้เป็นอัตราเงินเดือนของอธิบดีกรมตำรวจ

หากตำแหน่งใดซึ่ง ก.ตร. กำหนด หรือ ก.ตร. กำหนดและคณะรัฐมนตรี

ให้ความเห็นชอบให้มียศแตกต่างไปจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น ให้เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ของผู้ดำรงตำแหน่งนั้นได้ไม่เกินอัตราเงินเดือนของยศนั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ข้าราชการตำรวจซึ่งประจำกรม ประจำกอง หรือประจำส่วนราชการใด

หรือสำรองราชการ ให้เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนได้ไม่เกินขั้นของชั้นยศในขณะนั้น

ข้าราชการตำรวจซึ่งถูกสั่งให้สำรองราชการตามข้อ ๒ (๑) (๒) (๔) และ (๕)

แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำกรม ประจำกอง หรือประจำ

ส่วนราชการใดเป็นการชั่วคราวหรือให้สำรองราชการส่วนราชการใด ให้เลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนได้เสมือนดำรงตำแหน่งสุดท้ายก่อนถูกสั่งให้สำรองราชการ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนประจำปี ถ้าผู้มีอำนาจสั่ง

เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนเห็นสมควรให้ข้าราชการตำรวจผู้ใดได้เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน แต่ปรากฏว่าได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้าราชการตำรวจผู้นั้นว่ากระทำผิดวินัย

หรือผู้นั้นถูกฟ้องในคดีอาญาในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือความผิด

ที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนซึ่งมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดย

ประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่พนักงานอัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้ และผลประทับ

ฟ้องคดีนั้นแล้ว ก่อนมีคำสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนรอการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนไว้ก่อน และให้กันเงินสำหรับเลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนไว้ด้วย

เมื่อการสอบสวนพิจารณาเสร็จแล้ว หรือเมื่อศาลได้มีคำพิพากษาแล้วให้เลื่อนขั้น

และอัตราเงินเดือนดังนี้

(๑) ถ้าผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนมีคำสั่งว่าผู้นั้นไม่มีความผิด

หรือมีความผิดแต่ถูกลงโทษไม่สูงกว่าโทษภาคทัณฑ์ หรือผลการพิจารณาคดีอาญาปรากฏว่า

ไม่ถูกศาลพิพากษาลงโทษ หรือไม่มีมลทินหรือมัวหมอง ให้เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนในปี

ที่รอการเลื่อนไว้ได้ ถ้าได้รอการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนไว้เกินหนึ่งปี ให้เลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนย้อนหลังไปในแต่ละปีที่รอไว้ตามสิทธิด้วย แม้ว่าผู้นั้นจะได้ออกจากราชการไปแล้ว

ก็ตาม

(๒) ถ้าผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนมีคำสั่งลงโทษสูงกว่าโทษ

ภาคทัณฑ์หรือผลการพิจารณาคดีอาญาปรากฏว่าถูกศาลพิพากษาลงโทษ หรือมีมลทินหรือ

มัวหมอง ให้งดการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ ถ้าได้รอการเลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนไว้เกินหนึ่งปี ให้งดการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ในปีที่ถูกลงโทษ

ถ้าผู้นั้นได้ออกจากราชการไปแล้วด้วยเหตุอื่นที่ไม่ใช่เพราะเหตุเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วย

บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้งดการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนในปีที่จะได้เลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนปีสุดท้าย หรือถ้าเป็นผู้พ้นจากราชการเพราะเหตุเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วย

บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้งดการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนได้รอการเลื่อนไว้ในวันที่ ๓๐ กันยายนของปีที่ได้รอการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนไว้

แต่ถ้าถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ เนื่องจากการกระทำผิดทางวินัยหรือกระทำผิด

ทางอาญาดังกล่าว หรือถูกให้ออกจากราชการเพราะมีมลทินหรือมัวหมอง ให้งดการเลื่อนขั้นและ

อัตราเงินเดือนทุกปีที่รอการเลื่อนไว้

การพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนตาม (๑) และ (๒) สำหรับผู้ที่ถูกตั้ง

คณะกรรมการการสอบสวนว่ากระทำผิดวินัย หรือถูกฟ้องในคดีอาญาประทับฟ้องไว้หลายกรณี

ให้แยกพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนเห็นสมควรเลื่อนขั้น

และอัตราเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ใด แต่ผู้นั้นจะต้องพ้นจากราชการไปเพราะเกษียณ

อายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

สั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนเพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญให้ผู้นั้นในวันที่ ๓๐

กันยายนของปีสุดท้ายก่อนที่จะพ้นจากราชการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนพิจารณาเห็นสมควร

เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนให้ข้าราชการตำรวจผู้ใด แต่ผู้นั้นได้ตายหรือออกจากราชการไม่ว่า

เหตุใด ๆ หลังวันที่ ๑ ตุลาคม แต่ก่อนที่จะมีคำสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนประจำปีตามปกติ

ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนจะสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนให้ผู้นั้นย้อนหลังไปถึง

วันที่ ๑ ตุลาคมของปีที่มีสิทธิจะได้เลื่อนนั้นก็ได้ แต่ถ้าผู้นั้นก็ได้พ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุ

ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการไปก่อนที่จะมีคำสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

เพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญ ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนจะสั่ง

เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนให้ผู้นั้นย้อยหลังไปถึงวันที่ ๓๐ กันยายนของปีที่จะเลื่อนนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจนอกเหนือจาก

หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ หรือที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ แต่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนพิจารณาเห็นควรเลือนขั้น

และอัตราเงินเดือนให้แก่ผู้นั้นโดยมีเหตุผลเป็นกรณีพิเศษ ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนดังกล่าวดำเนินการเพื่อเสนอ ก.ตร. พิจารณา อนุมัติเป็นพิเศษเฉพาะราย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่งดการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจผู้ใด

ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งเหตุผลให้จ้าราชการตำรวจผู้นั้นทราบ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกรอการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนไว้ก่อน

กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับเนื่องจากอยู่ในระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่ากระทำผิดวินัย หรือถูกฟ้องในคดีอาญาซึ่งศาลประทับฟ้องแล้ว ถ้าการสอบสวนพิจารณากรณีทางวินัยเสร็จแล้ว

ปรากฏว่าผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนมีคำสั่งว่าผู้นั้นไม่มีความผิด หรือมีคำสั่งลงโทษ

หรือมีคำสั่งให้ออกจากราชการเพราะมีมลทินหรือมัวหมอง หรือคดีอาญาศาลมีคำพิพากษาเมื่อ

กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับแล้ว และเป็นเวลาภายหลังปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๙ การพิจารณา

เลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้สำหรับข้าราชการตำรวจผู้นั้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ แต่ถ้าการสอบสวนพิจารณากรณีทางวินัยเสร็จแล้ว หรือ

คดีอาญานั้นเสร็จสิ้นลง ก่อนสิ้นปีบงประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๙ การพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้สำหรับข้าราชการตำรวจผู้นั้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการตำรวจ พ.ศ.๒๕๒๑ ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ ซึ่งแก้ไข

เพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ และ

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจประจำปีงบประมาณ

พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้นำคุณภาพและปริมาณของผลงาน ความรู้ความสามารถ ความอุตสาหะ

ความรับผิดชอบ พฤติกรรม การมาทำงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการลา การรักษาวินัย และข้อควร

พิจารณาอื่น ๆ ในรอบปีที่แล้วมาที่ข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีอยู่ก่อนกฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และ

ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาไว้แล้วตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความใน

พระราชบัญญัติระเบียบระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและอัตรา

เงินเดือนข้าราชการตำรวจ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและ

อัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความใน

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ข้าราชการตำรวจมาประกอบการพิจารณาสั่งเลื่อนตามกฎกระทรวงนี้ได้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

บรรหาร ศิลปอาชา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

+-----------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติเงินเดือน

และเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้กำหนดบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจขึ้นใหม่

โดยมีโครงสร้างของบัญชีอัตราเงินเดือนต่างไปจากโครงสร้างของบัญชีอัตราเงินเดือนเดิม เป็นเหตุให้หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่ใช้บังคับ

อยู่ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่กำหนดขึ้นใหม่สมควรปรับปรุง

หลักเกณฑ์และวิธีการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจเสียใหม่ให้เหมาะสมประกอบกับ

มาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ

คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้บัญญัติ

ิให้การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน

กฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

[รก.๒๕๓๙/๒๗ก/๒๒/๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๙]

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 ว่าด้วยการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9f3b083accd06045

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com