法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง การยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง

การยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๘

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.

๒๕๕๐ ประกอบกับข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ และข้อ ๙

แห่งกฎกระทรวงการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

พ.ศ. ๒๕๖๐ อธิบดีกรมสรรพสามิต จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“สินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า” หมายความว่า

สินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าประเภทหรือชนิดเดิมหรืออีกประเภทหรืออีกชนิดหนึ่ง

ซึ่งต้องเสียภาษีสรรพสามิต

หรือสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก

สินค้าตามความในวรรคหนึ่งมิให้หมายรวมถึงสินค้าน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จะนำไปใช้ในการผลิตสินค้าน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันโดยการเพิ่มสารเติมแต่ง

และสุรากลั่นชนิดเอทานอลที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ สินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่จะได้รับยกเว้นภาษีต้องมีลักษณะ

ดังต่อไปนี้

(๑) มิใช่สินค้าที่ผลิตขึ้นจากวัตถุดิบหรือมีส่วนประกอบของสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

พ.ศ. ๒๕๖๐ และ

(๒) เป็นสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่ผลิตหรือนำเข้าสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

ยื่นคำขอยกเว้นภาษีต่อสรรพสามิตพื้นที่ตามแบบ ภส. ๐๕ - ๐๔ ท้ายประกาศนี้

พร้อมหลักฐานประกอบคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้า

หรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

หรือผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งให้จัดทำจำนวนสองฉบับ

เมื่อได้รับอนุมัติยกเว้นภาษีแล้วให้เก็บไว้ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติยกเว้นภาษีหนึ่งฉบับ

ส่วนอีกหนึ่งฉบับให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าใช้เป็นเอกสารประกอบการดำเนินการหรือดำเนินพิธีการนำเข้าและใช้กำกับไปกับการขนสินค้า

ในกรณีที่ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าตามวรรคหนึ่งจำหน่ายสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าให้แก่ตัวแทนหรือบุคคลอื่นก่อนส่งสินค้าไปให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าตามวรรคหนึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับตัวแทนหรือบุคคลอื่นในแบบ

ภส. ๐๕ - ๐๔ ด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะนำสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าของตน

แจ้งสูตรการผลิตหรือกรรมวิธีการผลิต เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอตามข้อ ๓

ต่อสรรพสามิตพื้นที่ตามแบบท้ายประกาศนี้ ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

หรือผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ก่อนนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือก่อนขนสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากร

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าตามข้อ ๓ แจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตตามแบบ

ภส. ๐๕ - ๐๔ ฉบับที่ใช้กำกับไปกับการขนสินค้าพร้อมหลักฐานประกอบ ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้าหรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่

แล้วแต่กรณี หรือผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต

http://www.excise.go.th เพื่อทำการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน

ในกรณีสินค้าที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือออกจากอารักขาของศุลกากรไม่ตรงตามจำนวนหรือปริมาณที่ได้รับอนุมัติ

ให้ได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะตามจำนวนหรือปริมาณของสินค้าที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรืออารักขาของศุลกากรตามที่ตรวจสอบจริง

แต่ไม่เกินจำนวนหรือปริมาณที่ได้รับอนุมัติตามข้อ ๓

กรณีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันและสุราที่บรรจุใส่ภาชนะถังที่ติดตั้งบนหรือท้ายยานพาหนะก่อนนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือก่อนขนสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากร

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าตามข้อ ๓ แจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่อยู่ประจำโรงอุตสาหกรรมหรือเจ้าพนักงานสรรพสามิต

ณ สถานที่ตามข้อ ๓ แล้วแต่กรณี ตามแบบ ภส. ๐๕ - ๐๔ ฉบับที่ใช้กำกับไปกับการขนสินค้า

หรือผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th เพื่อทำการตรวจสอบความถูกต้องและผนึกดวงตรากรมสรรพสามิตที่ท่อทางรับ - จ่ายของภาชนะบรรจุถังที่ติดตั้งบนหรือท้ายยานพาหนะ

พร้อมให้ระบุหมายเลขประจำดวงตรากรมสรรพสามิตในข้อ

7 ของแบบ ภส. ๐๕ - ๐๔ เมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตที่อยู่ประจำโรงอุตสาหกรรมหรือเจ้าพนักงานสรรพสามิต

ณ สถานที่ตามข้อ ๓ ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีแล้ว

ให้บันทึกผลการตรวจสอบตามแบบ ภส. ๐๕ - ๐๔ และลงนามในข้อ ๗ ของแบบไว้เป็นหลักฐาน

เพื่อให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าตามข้อ ๓ ใช้เป็นหลักฐานเอกสารกำกับไปกับการขนสินค้า

และให้สำเนาส่งสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติยกเว้นภาษีตามข้อ ๓ เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ

กรณีการขนสุราตามความในข้อ ๕ วรรคสาม

ถ้าภาชนะที่ใช้บรรจุสุราไม่ใช่ภาชนะถังที่ติดตั้งบนหรือท้ายยานพาหนะ

ต้องได้รับการตรวจวัดและรับรองขนาดความจุของภาชนะจากเจ้าพนักงานสรรพสามิตก่อน

เว้นแต่กรณีนำเข้ามาในราชอาณาจักรทั้งภาชนะซึ่งระบุปริมาตรความจุที่ฉลากปิดภาชนะบรรจุสุราไว้อย่างชัดเจนโดยตรวจสอบและยืนยันได้

กรณีสินค้าอื่นนอกจากสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันและสุรา

สรรพสามิตพื้นที่จะสั่งให้ตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ดำเนินการใด ๆ

กับสินค้านั้นเพื่อพิสูจน์หรือแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีก็ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การขนสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือออกจากอารักขาของศุลกากรให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่ได้รับอนุมัติตามข้อ

๓ ใช้เอกสารตามแบบ ภส. ๐๕ - ๐๔ ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ลงนามตามข้อ ๕

เรียบร้อยแล้วกำกับไปกับสินค้าดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ก่อนนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีเข้าไปในโรงอุตสาหกรรม

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้านั้นไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าของตนแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตตามแบบ

ภส. ๐๕ - ๐๔

ฉบับที่ใช้กำกับไปกับการขนสินค้าพร้อมหลักฐานประกอบ ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

หรือผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

ในกรณีที่เห็นสมควร

สรรพสามิตพื้นที่จะสั่งให้ตรวจสอบสินค้าก่อนนำสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเข้าไปในโรงอุตสาหกรรมก็ได้

กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีเจ้าพนักงานสรรพสามิตอยู่ประจำโรงอุตสาหกรรม

ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่อยู่ประจำโรงอุตสาหกรรมทำลายดวงตรากรมสรรพสามิตที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตผนึกไว้ตามที่กำหนดในข้อ

๕ วรรคสาม เพื่อทำการตรวจสอบจำนวนหรือปริมาณน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันหรือสุราที่ได้รับยกเว้นภาษีก่อนนำเข้าไปในโรงอุตสาหกรรมของตน

โดยก่อนทำลายจะต้องตรวจสอบว่ามีสภาพผิดปกติหรือไม่

หากปรากฏว่ามีสภาพผิดปกติให้รายงานต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติยกเว้นภาษีตามข้อ

๓ ทราบ

เมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีตามแบบ

ภส. ๐๕ - ๐๔ และลงนามในข้อ ๘ ของแบบแล้ว

ให้สำเนาแบบดังกล่าวส่งให้สรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติยกเว้นภาษีตามข้อ ๓

และสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ทราบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าของตน

ต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าดังกล่าวตามแบบรายงานสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีท้ายประกาศนี้

พร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษี

หรือในกรณีที่เป็นการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

ให้ยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับการขอยกเว้นภาษีหรือคืนภาษี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีที่มีการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าแล้ว

หากในภายหลังปรากฏกรณีดังต่อไปนี้ ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษี

(๑) ในการขนสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี หากผู้ได้รับยกเว้นภาษีหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามข้อ

๓ ไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่อธิบดีกำหนดเกี่ยวกับการขนสินค้า

ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขนไม่ถูกต้องตามวิธีการดังกล่าว

ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

(๒)

สินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีสูญหายหรือขาดจำนวนไปจากจำนวนที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี

ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้น

ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย

หรือเป็นไปตามธรรมชาติหรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

แล้วแต่กรณี

(๓) ในกรณีที่สินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ

หากสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละศูนย์จุดห้าของจำนวนที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

แล้วแต่กรณี ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้านั้น

ตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ

วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นไปตามธรรมชาติ

หรือกรณีขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

แล้วแต่กรณี

(๔)

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าของตน

ต้องนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น

เว้นแต่อธิบดีจะประกาศกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น

และหากไม่ปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนด

ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้าที่มิได้ปฏิบัติตามนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่

ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัยและได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ขยายระยะเวลาการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

จัดทำบัญชีประจำวันตามแบบ ภส. ๐๕ - ๐๔/๑ และงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามแบบ

ภส. ๐๕ - ๐๔/๒ ท้ายประกาศนี้

และยื่นงบเดือนดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

และให้สำเนาส่งสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติยกเว้นภาษีตามข้อ ๓

แล้วแต่กรณีทราบ หรือผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี

๑ หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒

ตามสินค้าที่อยู่ในกำกับดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณีเป็นผู้รักษาการ มีอำนาจวินิจฉัย

สั่งการ และวางแนวทางปฏิบัติตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การใดอยู่ระหว่างการดำเนินการตามระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ

สำหรับการดำเนินการต่อไปให้เป็นไปตามที่กำหนดในประกาศนี้

การดำเนินการใด ๆ ตามระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่ได้ดำเนินการไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ให้เป็นอันใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดไปโดยเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้

หรือจนกว่าจะมีคำสั่งยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

สมชาย พูลสวัสดิ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

เอกสารแนบท้าย

๑. คำขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตามมาตรา

๑๐๖ (ภส.๐๕ - ๐๔)

๒. แบบแจ้งสูตรหรือกรรมวิธีการผลิต

๓. รายงานสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

๔. งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี (ภส.๐๕ -

๐๔/๒)

๕. บัญชีประจำวันแสดงการรับ-จ่ายสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า

(ภส.๐๕ - ๐๔/๑)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พัชรภรณ์/จัดทำ

ตุลาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ

๑๑๙ ง/หน้า ๑๙๒ (เล่มที่ ๑)/๒๔ พฤษภาคม

๒๕๖๑

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง การยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9f4ca6c8a8f43086

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com