法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 49/2544 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้ทำหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือเป็นตัวแทนสนับสนุน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สน. 49/2544

เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้ทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน

หรือเป็นตัวแทนสนับสนุน

อาศัยอํานาจตามความในข้อ 7 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 3/2544 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน และการตั้งตัวแทนสนับสนุน ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

"ตัวแทนสนับสนุน" หมายความว่า บุคคลซึ่งบริษัทจัดการตั้งให้เป็นตัวแทนในการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน

"บริษัทจัดการ" หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม

"ขาย" ให้หมายความรวมถึง การเสนอขายด้วย

"กองทุนรวม" หมายความว่า กองทุนปิดและกองทุนเปิด

"คําแนะนําเฉพาะเจาะจง" หมายความว่า คําแนะนําที่ให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการลงทุน ฐานะทางการเงิน หรือความต้องการของบุคคลนั้น

"คําแนะนําทั่วไป" หมายความว่า คําแนะนําที่ให้แก่บุคคลใด โดยมิได้คํานึงถึงวัตถุประสงค์ในการลงทุน ฐานะทางการเงิน และความต้องการของบุคคลนั้น

"ผู้จัดการกองทุนรวม" หมายความว่า ผู้ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้จัดการกองทุนรวมตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการในการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทุนรวม

"ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล" หมายความว่า ผู้ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการในการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล และการจัดการกองทุนส่วนบุคคลของผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล

"ผู้จัดการ" หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของบริษัทให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารงาน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างใดก็ตาม

"หลักประกัน" หมายความว่า หลักประกันเพื่อชดเชยความเสียหายของลูกค้าที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนของตัวแทนสนับสนุน อันได้แก่

(ก) กรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันภัย

(ข) หนังสือค้ําประกันของธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(ค) หลักประกันอื่นใดตามประกาศสํานักงานที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน และการตั้งตัวแทนที่ปรึกษาการลงทุน

"สินทรัพย์สภาพคล่อง" หมายความว่า สินทรัพย์ที่ปราศจากภาระผูกพัน ดังต่อไปนี้

(ก) เงินสดและเงินฝากธนาคาร

(ข) บัตรเงินฝากหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ ธนาคารที่มีกฎหมาย เฉพาะจัดตั้งขึ้น บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

(ค) ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน และพันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ออก

(ง) สินทรัพย์สภาพคล่องอื่นใดตามประกาศสํานักงานที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน และการตั้งตัวแทนที่ปรึกษาการลงทุน

"สถาบันฝึกอบรม" หมายความว่า สถาบันพัฒนาบุคลากรธุรกิจหลักทรัพย์ และสถาบันฝึกอบรมอื่นที่สํานักงานให้การยอมรับ

"ผู้อํานวยการฝ่าย" หมายความว่า บุคคลที่รับผิดชอบงานในระดับส่วนงานภายในบริษัท

"เจ้าหน้าที่การตลาด" หมายความว่า ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนเจ้าหน้าที่การตลาด

"บริษัทที่ปรึกษาการลงทุน" หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน

"ผู้ให้คําแนะนํา" หมายความว่า ผู้ให้คําแนะนําตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วย เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน และการตั้งตัวแทนที่ปรึกษาการลงทุน

"ประกาศที่ กน. 3/2544" หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 3/2544 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนและการตั้งตัวแทนสนับสนุน ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

"สํานักงาน" หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บุคคลที่จะทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือเป็นตัวแทนสนับสนุน ให้อยู่ภายใต้บังคับแห่งประกาศนี้ เว้นแต่บุคคลดังกล่าวจะทําหน้าที่เป็นตัวแทนสนับสนุนเฉพาะในต่างประเทศ หากสามารถประกอบการเป็นตัวแทนสนับสนุนได้ตามกฎหมายของประเทศนั้น ให้ถือว่าบุคคลนั้นได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานให้เป็นตัวแทนสนับสนุนตามประกาศนี้แล้ว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ขอรับความเห็นชอบเพื่อทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือเป็นตัวแทนสนับสนุนต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในประกาศนี้

การขอรับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง หากเป็นบุคคลธรรมดาให้ระบุว่าต้องการขอรับความเห็นชอบเพื่อเป็นผู้ที่ทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนระดับหนึ่ง ซึ่งสามารถให้คําแนะนําเฉพาะเจาะจงและคําแนะนําทั่วไป หรือระดับสอง ซึ่งสามารถให้คําแนะนําได้เฉพาะคําแนะนําทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การขอรับความเห็นชอบเพื่อทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือเป็นตัวแทนสนับสนุน ให้ผู้ขอรับความเห็นชอบดําเนินการจัดส่งข้อมูลผ่านระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานจัดไว้เพื่อการขอรับความเห็นชอบดังกล่าว และนําส่งเอกสารที่มีข้อมูลเช่นเดียวกับที่ผู้ยื่นคําขอได้ส่งผ่านระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ให้สํานักงานภายในวันทําการถัดจากวันที่ได้จัดส่งข้อมูลผ่านระบบดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้จัดการกองทุนรวมหรือผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลขอรับความเห็นชอบต่อสํานักงานตามข้อ 5 ให้ถือว่าบุคคลนั้นได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามประกาศนี้แล้ว และให้ถือว่าการเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับการทําหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทุนรวมหรือผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในทุกช่วงสองปีตามที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทุนรวม หรือประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล และการจัดการกองทุนส่วนบุคคลของผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล แล้วแต่กรณี เป็นการเข้ารับการอบรมตามที่กําหนดในข้อ 19

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับความเห็นชอบ

ที่เป็นนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ นิติบุคคลที่จะขอรับความเห็นชอบตามประกาศนี้ ต้องเป็น

(1) ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

(2) บริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

(3) บริษัทหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แต่ไม่รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์

(4) บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต

(5) บริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย

(6) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือ

(7) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ที่การประกอบกิจการเป็นตัวแทนสนับสนุนอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ขอรับความเห็นชอบที่เป็นนิติบุคคลตามข้อ 7(1) (2) (3) (4) (5) และ (6)ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) แสดงได้ว่ามีหรือจะมีระบบงานที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนสนับสนุนดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

(ก) ระบบการรับลูกค้า วิธีการรับลูกค้า และการให้คําแนะนํา

(ข) ระบบรับคําสั่งซื้อขายจากพนักงานในสังกัดและการส่งคําสั่งซื้อขายให้บริษัทจัดการ

(ค) ระบบการนําส่งเงินค่าขายหน่วยลงทุนให้บริษัทจัดการ และระบบการนําส่งเงินค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้ลูกค้า

(ง) ระบบการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการเก็บรักษาความลับของลูกค้า

(จ) ระบบการรับเรื่องร้องเรียน

(2) แสดงได้ว่ามีหรือจะมีความพร้อมด้านบุคลากร โดยพนักงานที่จะทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามประกาศนี้ด้วย

(3) มีผู้จัดการที่มีความซื่อสัตย์สุจริต โดยพิจารณาจากประวัติการทํางาน รวมทั้งมีความสามารถ และประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนสนับสนุน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ขอรับความเห็นชอบที่เป็นนิติบุคคลตามข้อ 7(7) ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) มีคุณสมบัติตามข้อ 8

(2) มีหลักประกันหรือสินทรัพย์สภาพคล่องอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกันมีมูลค่าไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท ทั้งนี้ การคํานวณและการดํารงความเพียงพอของหลักประกันหรือสินทรัพย์สภาพคล่องดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 17 และข้อ 18

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ขอรับความเห็นชอบที่เป็นนิติบุคคลตามข้อ 7 ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ภายในระยะเวลาสามปีย้อนหลังนับแต่วันที่ยื่นคําขอ และจนถึงวันที่ได้รับความเห็นชอบ

(1) มีประวัติการกระทําความผิดตามกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลนั้น หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจทางการเงินไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ ทั้งนี้ ในความผิดเกี่ยวกับการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์หรือการประกอบธุรกิจที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทุจริต

(2) มีประวัติการกระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ

(3) มีประวัติการดําเนินกิจการใดที่มีลักษณะอันเป็นการหลอกลวงหรือไม่ซื่อสัตย์สุจริต หรือแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบ ไม่ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของลูกค้าหรือขาดความรอบคอบ หรือสะท้อนถึงวิธีการทําธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่น่าเชื่อถือ

(4) เคยถูกสํานักงานเพิกถอนจากการปฏิบัติงานใด ๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์ตามที่ได้รับความเห็นชอบ การขึ้นทะเบียน หรือการอนุญาตใด ๆ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ สาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศ หรือสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต หรือธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย แล้วแต่กรณี เป็นผู้ยื่นคําขอรับความเห็นชอบตามประกาศนี้ สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ สาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศ หรือสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศดังกล่าว ต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 8 และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับความเห็นชอบ

ที่เป็นบุคคลธรรมดา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ บุคคลธรรมดาที่จะขอรับความเห็นชอบตามประกาศนี้ ต้องเป็น

(1) พนักงานของบริษัทจัดการ

(2) พนักงานของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์

(3) พนักงานของนิติบุคคลที่จะทําหน้าที่เป็นตัวแทนสนับสนุน หรือ

(4) บุคคลธรรมดาที่จะทําหน้าที่เป็นตัวแทนสนับสนุน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ขอรับความเห็นชอบตามข้อ 12 ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) มีวุฒิทางการศึกษาหรือประสบการณ์ในการทํางานดังนี้

(ก) สําเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่าตามที่สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรอง หรือ

(ข) มีประสบการณ์ในการทํางานที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินหรือตลาดทุน หรือการให้คําแนะนําเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ ไม่น้อยกว่าสองปี และ

(2) ผ่านการทดสอบความรู้เกี่ยวกับการทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือการเป็นตัวแทนสนับสนุนจากสถาบันฝึกอบรม หรือตามหลักสูตรที่สํานักงานให้ความเห็นชอบแล้วไม่เกินหนึ่งปีในวันที่ยื่นคําขอรับความเห็นชอบ

ในกรณีที่ผู้ขอรับความเห็นชอบเป็นผู้จัดการหรือผู้อํานวยการฝ่ายที่ดูแลรับผิดชอบสายงานที่เกี่ยวกับการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือสายงานที่เกี่ยวกับการเป็นตัวแทนสนับสนุนของนิติบุคคลตามข้อ 12(1) (2) และ (3) ซึ่งได้ผ่านการอบรมเกี่ยวกับการทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือการเป็นตัวแทนสนับสนุนจากสถาบันฝึกอบรม หรือตามหลักสูตรที่สํานักงานให้ความเห็นชอบมาแล้วไม่เกินหนึ่งปีในวันที่ยื่นคําขอ ให้ได้รับยกเว้นคุณสมบัติตาม (2) แต่ข้อยกเว้นดังกล่าวให้ใช้สําหรับผู้ขอรับความเห็นชอบเพียงรายเดียว และต่อนิติบุคคลตามข้อ 12(1) (2) และ (3) แต่ละแห่ง

ในกรณีที่ผู้ขอรับความเห็นชอบเป็นผู้ที่การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลงตามข้อ 21(5) แต่ได้ผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับการทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือการเป็นตัวแทนสนับสนุนจากสถาบันฝึกอบรม หรือตามหลักสูตรที่สํานักงานให้ความเห็นชอบภายในระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันที่การให้ความเห็นชอบครั้งก่อนสิ้นสุดลง ให้ได้รับยกเว้นคุณสมบัติตาม (2)

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ขอรับความเห็นชอบตามข้อ 12 นอกจากต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 13 แล้ว ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย

(1) เป็นบุคคลล้มละลาย

(2) เป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์

(3) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(4) เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อบุคคลที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเห็นว่าไม่สมควรเป็นผู้บริหารตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

(5) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษหรือถูกดําเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์กฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต กฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับธุรกิจทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ โดยหน่วยงานที่มีอํานาจตามกฎหมายนั้น ทั้งนี้ ในความผิดเกี่ยวกับการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์หรือการปฏิบัติงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทุจริต

(6) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษหรือถูกดําเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ โดยหน่วยงานที่มีอํานาจตามกฎหมายนั้น

(7) อยู่ระหว่างถูกสํานักงานสั่งพักการปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดหรือการอนุญาตให้บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนตั้งให้เป็นผู้ให้คําแนะนํา

(8) อยู่ระหว่างถูกสํานักงานสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นผู้จัดการกองทุนรวมหรือผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล

(9) มีประวัติดังต่อไปนี้ภายในระยะเวลาสามปีย้อนหลังนับแต่วันที่ยื่นคําขอ และจนถึงวันที่ได้รับความเห็นชอบ

(ก) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริต

(ข) เคยต้องคําพิพากษาหรือถูกเปรียบเทียบปรับเนื่องจากกระทําความผิดตามกฎหมายตาม (5) หรือ (6)

(ค) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน อันเนื่องจากการกระทําโดยทุจริต

(ง) เคยถูกสํานักงานเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้ทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือตัวแทนสนับสนุน

(จ) เคยถูกสํานักงานเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดหรือการอนุญาตให้บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนตั้งให้เป็นผู้ให้คําแนะนํา

(ฉ) เคยถูกสํานักงานเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้จัดการกองทุนรวมหรือผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล

(ช) เคยมีการทํางานอันส่อไปในทางไม่สุจริตในลักษณะที่อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับทรัพย์

(ซ) เคยมีการทํางานที่มีลักษณะอันเป็นการหลอกลวงหรือไม่ซื่อสัตย์สุจริต หรือแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบ ไม่ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของลูกค้าหรือขาดความรอบคอบ หรือสะท้อนถึงการทํางานที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่น่าเชื่อถือ

การให้ความเห็นชอบ และการสิ้นสุดการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สํานักงานจะแจ้งผลการพิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สํานักงานได้รับเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน และในกรณีที่สํานักงานไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลใด สํานักงานจะแจ้งเหตุผลไปพร้อมกันด้วย

สํานักงานอาจแจ้งให้ผู้ขอรับความเห็นชอบมาชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานอื่นเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควรภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด หากบุคคลดังกล่าวมิได้ปฏิบัติหรือดําเนินการตามที่กําหนด สํานักงานจะถือว่าบุคคลนั้นไม่ประสงค์จะขอรับความเห็นชอบเพื่อทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือเป็นตัวแทนสนับสนุน แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ได้รับความเห็นชอบที่เป็นนิติบุคคลตามข้อ 7 ต้องดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) จัดให้มีระบบงานและบุคลากรที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจ และขอความเห็นชอบการเริ่มประกอบธุรกิจต่อสํานักงานล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบวันก่อนวันเริ่มประกอบธุรกิจ และจะเริ่มประกอบธุรกิจได้เมื่อสํานักงานเห็นชอบแล้ว

(2) จัดทําข้อมูลรายชื่อ สถานที่ปฏิบัติงานของพนักงานที่ทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยต้องแก้ไขข้อมูลดังกล่าวทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง และเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวทั้งหมดไว้เพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบได้ หรือเพื่อจัดส่งให้สํานักงานเมื่อได้รับการร้องขอ

(3) มีหนังสือแจ้งการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงผู้จัดการให้สํานักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีมติแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงผู้จัดการ

ความใน (1) มิให้นํามาใช้บังคับกับผู้ได้รับความเห็นชอบที่สํานักงานได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีระบบงานและบุคลากรที่มีความพร้อมตามข้อ 8(1) และ (2) อยู่แล้วในขณะที่ยื่นคําขอให้สํานักงานพิจารณาให้ความเห็นชอบ

การเปลี่ยนแปลงระบบงานตาม (1) ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบแจ้งให้สํานักงานทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งหากสํานักงานไม่ทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สํานักงานได้รับแจ้ง ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบนั้นดําเนินการเปลี่ยนแปลงระบบงานได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องเปลี่ยนแปลงระบบงานอย่างเร่งด่วน ผู้ได้รับความเห็นชอบอาจแจ้งต่อสํานักงานเพื่อขอทราบผลการพิจารณาก่อนครบระยะเวลาสิบห้าวันก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ได้รับความเห็นชอบที่เป็นนิติบุคคลตามข้อ 7(7) ต้องดํารงความพอเพียงของหลักประกันหรือสินทรัพย์สภาพคล่องอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันมีมูลค่าไม่น้อยกว่าที่กําหนดตามข้อ 9(2) ตลอดเวลาที่ประกอบกิจการเป็นตัวแทนสนับสนุน

ในกรณีที่มีการดํารงความเพียงพอของหลักประกันและสินทรัพย์สภาพคล่องรวมกัน หรือใช้สินทรัพย์สภาพคล่องเพียงอย่างเดียว ให้คํานวณความเพียงพอของหลักประกันและสินทรัพย์สภาพคล่องทุกสิ้นวันทําการ และยื่นรายงานตามแบบ 100-1 ท้ายประกาศนี้ต่อสํานักงานภายในวันที่เจ็ดของเดือนถัดไป

ในกรณีที่มีการดํารงความเพียงพอของหลักประกันเพียงอย่างเดียวโดยมีมูลค่าไม่น้อยกว่าที่กําหนดตามข้อ 9(2) ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบดังกล่าวแสดงหลักฐานการมีหลักประกันต่อสํานักงาน และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหลักประกัน ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบจัดส่งหลักฐานการมีหลักประกันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้นภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ผู้ได้รับความเห็นชอบที่เป็นนิติบุคคลตามข้อ 7(7) ไม่สามารถดํารงความเพียงพอของหลักประกันหรือสินทรัพย์สภาพคล่องตามที่กําหนดในข้อ 17 ได้ในวันใด ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบดังกล่าวปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) จัดทํารายงานที่แสดงถึงความไม่เพียงพอของหลักประกันหรือสินทรัพย์สภาพคล่องตามแบบ 100-1 ท้ายประกาศนี้ และยื่นต่อสํานักงานภายในสองวันทําการถัดไป

(2) แก้ไขให้สามารถดํารงความเพียงพอของหลักประกันหรือสินทรัพย์สภาพคล่องตามที่กําหนดได้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวันทําการติดต่อกัน ภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ไม่สามารถดํารงความเพียงพอดังกล่าวได้ และแจ้งการแก้ไขให้สํานักงานทราบภายในสองวันทําการนับแต่วันที่สามารถแก้ไขได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบที่เป็นบุคคลธรรมดาเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับการทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือการเป็นตัวแทนสนับสนุนจากสถาบันฝึกอบรม หรือตามหลักสูตรที่สํานักงานให้ความเห็นชอบ (refresher course) อย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในทุกช่วงสองปี เว้นแต่ในการเข้ารับการอบรมครั้งแรกภายหลังจากการได้รับความเห็นชอบ สํานักงานอาจกําหนดช่วงระยะเวลาที่ต้องเข้ารับการอบรมให้เป็นช่วงเวลามากกว่าสองปีก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ได้รับความเห็นชอบรายใดขาดคุณสมบัติตามข้อ 8 ข้อ 9 หรือข้อ 13 หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10 หรือข้อ 14(5) (6) (9) (ก) (ข) (ค) (ช) หรือ (ซ) ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบนั้นรายงานข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรต่อสํานักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่รู้หรือมีเหตุอันควรรู้ถึงการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามนั้น เว้นแต่กรณีขาดคุณสมบัติตามข้อ 9(2) และได้ดําเนินการตามข้อ 18 แล้ว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ได้รับความเห็นชอบรายใดมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้การได้รับความเห็นชอบเป็นอันสิ้นสุดลง

(1) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 14(1) (2) (3) หรือ (4)

(2) ถูกสํานักงานสั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามข้อ 22

(3) ผู้ได้รับความเห็นชอบที่เป็นผู้จัดการกองทุนรวมหรือผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลพ้นจากการเป็นบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้จัดการกองทุนรวมหรือผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล

(4) ผู้ได้รับความเห็นชอบที่เป็นผู้จัดการหรือผู้อํานวยการฝ่ายที่ดูแลรับผิดชอบสายงานที่เกี่ยวกับการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือการเป็นตัวแทนสนับสนุนพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากการดํารงตําแหน่งเช่นว่านั้น

(5) ผู้ได้รับความเห็นชอบที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่เข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับการทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือการเป็นตัวแทนสนับสนุนจากสถาบันฝึกอบรม หรือตามหลักสูตรที่สํานักงานให้ความเห็นชอบภายในระยะเวลาที่กําหนดตามข้อ 19

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ได้รับความเห็นชอบรายใดมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ สํานักงานอาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับความเห็นชอบรายนั้น

(1) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 8 ข้อ 9 หรือข้อ 13

(2) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 14(5) หรือ (6)

(3) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10 หรือข้อ 14(9) อยู่แล้วก่อนวันที่ได้รับความเห็นชอบและสํานักงานตรวจพบลักษณะต้องห้ามดังกล่าวภายในสามปีนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบ

(4) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 10 หรือตามนัยข้อ 14(9) (ก) (ข) (ค) (จ) (ฉ) (ช) (ซ) ภายหลังจากที่ได้รับความเห็นชอบ และสํานักงานตรวจพบลักษณะต้องห้ามดังกล่าวภายในสามปีนับแต่วันที่มีลักษณะต้องห้ามนั้น

(5) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 16 ข้อ 17 ข้อ 18 หรือข้อ 20

(6) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้เป็นไปตามประกาศ ที่ กน. 3/2544 กําหนดไว้ในลักษณะที่ร้ายแรง หรือฝ่าฝืนคําสั่งของสํานักงานที่สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศ ที่ กน. 3/2544

ในกรณีที่สํานักงานสั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบอันเป็นผลให้ผู้ได้รับความเห็นชอบตามประกาศนี้ไม่อาจทําหน้าที่ในการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน หรือทําหน้าที่เป็นตัวแทนสนับสนุนได้ สํานักงานอาจมีคําสั่งกําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคําขอรับความเห็นชอบของบุคคลดังกล่าวในคราวต่อไปด้วยก็ได้

เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาหรือเมื่อได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สํานักงานกําหนดตามวรรคสองแล้ว สํานักงานจะไม่นําประวัติการกระทําที่เป็นเหตุให้สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบมาประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบอีก

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ สํานักงานอาจเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลงตามข้อ 21หรือสํานักงานเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามข้อ 22 ตามที่กฎหมายให้อํานาจไว้ได้

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ นับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2545สํานักงานจะไม่นําระยะเวลาตามข้อ 13(2) ที่กําหนดให้ผู้ยื่นคําขอรับความเห็นชอบต้องเป็นผู้ผ่านการทดสอบหรือผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับการทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือการเป็นตัวแทนสนับสนุนจากสถาบันฝึกอบรม หรือตามหลักสูตรที่สํานักงานให้ความเห็นชอบมาแล้วไม่เกินหนึ่งปีในวันที่ยื่นคําขอ มาใช้บังคับในการพิจารณาให้ความเห็นชอบแก่ผู้ยื่นคําขอรับความเห็นชอบตามประกาศนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2544

(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 49/2544 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้ทำหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือเป็นตัวแทนสนับสนุน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9fb619a48650f446

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com