法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

เรื่อง การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ (๔) และข้อ ๑๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจึงออก

ประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

เรื่อง การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ ลงวันที่

๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๑๕

(๒) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่๒)

ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๘

(๓) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๓)

ลงวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔

(๔) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๔)

ลงวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๔

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่

(๑) ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น

(๒) รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

(๓) กิจการอื่นตามที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจะได้ประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประกาศนี้

"นายจ้าง" หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้และ

หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล

หมายความว่าผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้น และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย

ให้ทำงานแทนผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล

"ลูกจ้าง" หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้างแต่ไม่รวม

ถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน

"ค่าจ้าง" หมายความว่า เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทน

ในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์

รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติ

ของวันทำงาน และให้หมายรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดและวันลาที่ลูกจ้างมิได้

ทำงาน แต่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามประกาศนี้

"อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ" หมายความว่า อัตราค่าจ้างซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างกลาง

กำหนด หรือคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการค่าจ้างกลาง

แล้วแต่กรณี และเสนอให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

"อัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน" หมายความว่า อัตราค่าจ้างซึ่งคณะกรรมการค่า

จ้างกลางกำหนดเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และเสนอให้รัฐมนตรีประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษา

"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการค่าจ้างกลาง

"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการค่าจ้างกลาง และให้หมายความรวมถึง

ประธานกรรมการด้วย

"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

คณะกรรมการค่าจ้างกลางและคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการค่าจ้างกลางคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวง

แรงงานและสวัสดิการสังคม ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ง

ชาติ ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกรรมการ

และกรรมการอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิสองคน ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่าย

ลูกจ้างฝ่ายละเจ็ดคน และให้หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการค่าจ้าง เป็นเลขานุการ

การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการฝ่ายนายจ้างและกรรมการฝ่าย

ลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานกรรมการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย

ค่าจ้าง

(๒) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการให้ข้อ

แนะนำภาคเอกชนเกี่ยวกับการกำหนดค่าจ้าง และการปรับค่าจ้างประจำปี

(๓) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนา

ระบบค่าจ้าง

(๔) กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน

(๕) กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ลูกจ้างควรได้รับตามความเหมาะสมแก่สภาพ

ทางเศรษฐกิจและสังคมในท้องที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นที่รัฐมนตรีมอบหมาย

(๖) ให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของคณะ

กรรมการค่าจ้างจังหวัด

(๗) วางระเบียบและแบบในการพิจารณาคำร้องขอที่ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูก

จ้างร้องขอให้มีการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

(๘) ให้คำแนะนำด้านวิชาการและแนวทางการประสานประโยชน์แก่หน่วยงาน

ต่าง ๆ ในภาคเอกชน

(๙) รายงานเสนอรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเกี่ยวกับภาวะค่าจ้างและแนว

โน้มของค่าจ้างตลอดจนมาตรการที่ควรจะได้ดำเนินการ

(๑๐) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ประกาศนี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจ

หน้าที่ของคณะกรรมการ หรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

ในกรณีที่คณะกรรมการได้รับมอบหมายให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในจังหวัด

อื่นตาม (๕) ให้ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดตามข้อ ๑๔ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี และเมื่อ

กรรมการพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการ

ขึ้นใหม่ ให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่ากรรมการที่ได้

รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ซึ่งต้องแต่งตั้งให้เสร็จสิ้นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการเดิมพ้น

จากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ ๘ กรรมการพ้นจาก

ตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) รัฐมนตรีให้ออก

(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ

ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลใน

ประเภทเดียวกันตามข้อ ๖ เป็นกรรมการแทน และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่

เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ภายใต้ข้อบังคับข้อ ๑๑ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมา

ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคราวใด ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถ

ปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลง

คะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและ

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐานตามข้อ ๗ (๔) และ (๕) จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าสอง

ในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยมีกรรมการฝ่ายนายจ้างและกรรมการฝ่ายลูกจ้างอย่าง

น้อยฝ่ายละสองคน จึงจะเป็นองค์ประชุมและต้องได้มติอย่างน้อยสองในสามของกรรมการที่เข้า

ประชุม

ในการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหรืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้น

ฐานคราวใด ถ้าไม่ครบองค์ประชุมตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้จัดให้มีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง

ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งหลังนี้แม้จะไม่มีกรรมการซึ่งมาจาก

ฝ่ายนายจ้าง หรือฝ่ายลูกจ้างเข้าร่วมประชุม ถ้ามีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของ

จำนวนกรรมการ ก็ให้ถือเป็นองค์ประชุม และต้องได้มติอย่างน้อยสองในสามของกรรมการที่เข้า

ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน

เพื่อศึกษาพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องที่ได้รับมอบหมายได้

ให้นำความในข้อ ๑๐ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะ

ทำงานโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นสมควรหรือจังหวัดร้องขอต่อรัฐมนตรีให้มีคณะ

กรรมการค่าจ้างจังหวัด รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดขึ้นในจังหวัดใดจังหวัด

หนึ่งก็ได้

การแต่งตั้งคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ให้ประกอบด้วยผู้ว่าราช

การจังหวัด พาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด เป็นกรรมการ และกรรมการอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง

จากผู้ทรงคุณวุฒิสองคน ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละห้าคน และให้แรงงาน

และสวัสดิการสังคมจังหวัดเป็นเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้คณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ลูกจ้างควรได้รับตามความเหมาะสมแก่สภาพ

ทางเศรษฐกิจและสังคมสำหรับท้องที่จังหวัดนั้น ทั้งนี้ การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำต้องไม่ต่ำกว่า

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐานและต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

(๒) รายงานเสนอคณะกรรมการเกี่ยวกับภาวะค่าจ้างและแนวโน้มของค่าจ้าง

ตลอดจนมาตรการที่ควรดำเนินการแก่จังหวัดนั้น

(๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ประกาศนี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจ

หน้าที่ของคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดหรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้นำความในข้อ ๖ วรรคสอง และวรรคสาม ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ

๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับกับคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะกรรมการค่าจ้างจังหวัด

คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานจะมีหนังสือเชิญผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาแสดง

ความเห็นก็ได้

การพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงหรือมีความจำเป็นหรือเมื่อได้รับคำร้องขอจาก

กรรมการฝ่ายนายจ้าง หรือกรรมการฝ่ายลูกจ้าง ให้คณะกรรมการหรือคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัด

แล้วแต่กรณี มีอำนาจกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามข้อ ๗ (๔) (๕) หรือข้อ ๑๔ (๑)

ในการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน คณะ

กรรมการและคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดจะต้องศึกษาและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่า

จ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่เปรียบเทียบกับค่าจ้างของลูกจ้างอื่นที่ทำงานอยู่ในลักษณะและสภาพเดียว

กัน ประกอบกับค่าครองชีพ มาตรฐานการครองชีพ ต้นทุนการผลิต ราคาของสินค้า ความสามารถ

ในการจ่ายค่าจ้าง และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละท้องถิ่น และสภาวการณ์ของ

ประเทศโดยทั่วไปในขณะนั้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จะกำหนดให้ใช้เฉพาะกิจการ

ประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือทุกประเภทหรือในท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้คณะกรรมการและคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่

ในการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับค่าจ้าง รูปแบบของการใช้จ่าย ค่าใช้จ่าย รายได้ และข้อ

เท็จจริงทางสังคมและเศรษฐกิจเพื่อนำมาประกอบการพิจารณากำหนดค่าจ้าง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อได้มีการดำเนินการตามข้อ ๑๗ แล้ว ให้คณะกรรมการกำหนดอัตรา

ค่าจ้างขั้นต่ำหรืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน พร้อมทั้งรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่เห็นสมควรแล้วเสนอ

ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ในกรณีที่คณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดเป็นผู้พิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

ให้เสนอคณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ถ้าจังหวัดใดยังไม่มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้ถือว่าอัตราค่าจ้าง

ขั้นต่ำพื้นฐานที่คณะกรรมการกำหนดเป็นค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดนั้น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ นายจ้างที่อยู่ในข่ายบังคับของประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำต้อง

ปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผยเพื่อให้ลูกจ้างได้ทราบ ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้างจนกว่าจะมีการ

ประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นใหม่

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อได้มีประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใช้บังคับแล้ว ห้ามมิให้

นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ รวมทั้งหลีกเลี่ยง ละเว้นหรือยกเลิก

ผลประโยชน์อันเคยจ่ายให้แก่ลูกจ้างอยู่แล้วก่อนวันใช้บังคับประกาศดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามความในข้อ ๒๐ ให้ใช้บังคับแก่

นายจ้างและลูกจ้างไม่ว่าลูกจ้างนั้นจะมีเชื้อชาติ สัญชาติ หรือเพศใด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีที่นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตามผลของงาน ให้นายจ้าง

ปรับอัตราค่าจ้างเพื่อให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ถ้าลูกจ้างนั้นทำงานไม่น้อย

กว่าแปดชั่วโมงในวันทำงาน

สำนักงานคณะกรรมการค่าจ้าง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้มีสำนักงานคณะกรรมการค่าจ้างขึ้นในกระทรวงแรงงานและ

สวัสดิการสังคม และให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำแผนงาน โครงการเสนอต่อคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการและคณะ

ทำงาน

(๒) ประสานแผนและการดำเนินการของคณะกรรมการ คณะกรรมการค่าจ้าง

จังหวัด คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๓) รวบรวม ศึกษา วิจัย วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจแรงงาน

ภาวะการครองชีพ การขยายตัวของตลาดแรงงาน ผลิตภาพแรงงาน การลงทุนการย้ายถิ่นฐานและ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และ

คณะทำงาน

(๔) เสนอแนะผลการศึกษา และผลการพิจารณาข้อมูลทางวิชาการ และ

มาตรการเสริมอื่นต่อกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์

ในการพัฒนาระบบค่าจ้าง และรายได้

(๕) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามมติของคณะกรรมการ

(๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน

มอบหมาย

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่

ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับให้คงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะครบกำหนดตามวาระหรือได้มี

การแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้

บังคับ และประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๐ ให้คงใช้บังคับได้ต่อไป จนกว่าจะ

มีประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ออกตามประกาศนี้ และให้ถือว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสุดตาม

ประกาศดังกล่าวเป็นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน จนกว่าจะมีประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

พื้นฐานที่ออกตามประกาศนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐

มนตรี ด่านไพบูลย์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

[รก.๒๕๔๐/พ๑๐๖ง/๑๖/๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๐]

จารุวรรณ/แก้ไข

๑๒ กรกฎาคม ๒๕๔๕

A+B (C)

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9fb6baca4454fe61

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com