法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
3
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๑

(พ.ศ. ๒๕๒๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนตร์

พ.ศ. ๒๕๒๒[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๕ (๑) และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติรถยนตร์

พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้รถใช้งานเกษตรกรรมเป็น รถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์

รถใช้งานเกษตรกรรมตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า

รถที่ผลิตหรือประกอบขึ้นเพื่อใช้งานเกษตรกรรม โดยใช้เครื่องยนต์ซึ่งมิได้ใช้สำหรับรถยนตร์โดยเฉพาะมาติดตั้ง

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

รถใช้งานเกษตรกรรมต้องเป็นรถที่มีสามล้อหรือสี่ล้อน้ำหนักไม่เกิน ๑,๖๐๐

กิโลกรัม มีขนาดกว้างไม่เกิน ๒ เมตร ยาวไม่เกิน ๖ เมตร เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกัน

ไม่เกิน ๑,๒๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

รถใช้งานเกษตรกรรมต้องมีและใช้เครื่องอุปกรณ์สำหรับรถ ดังต่อไปนี้

(๑) โคมไฟหน้ารถ

(ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล ใช้ไฟแสงขาว จำนวน ๒ ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่หน้ารถข้างซ้ายและข้างขวา

แห่งละ ๑ ดวง สูงจากพื้นทางราบถึงจุดศูนย์กลางดวงโคมไม่น้อยกว่า ๐.๖๐ เมตร

แต่ไม่เกิน ๑.๓๕ เมตร

ในกรณีที่เป็นรถที่มีสามล้อให้ใช้โคมไฟแสงพุ่งไกลเพียงดวงเดียว โดยติดไว้ที่กลางหน้ารถ

(ข) โคมไฟแสงพุ่งต่ำ ใช้ไฟแสงขาว จำนวน ๒ ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่หน้ารถ

ข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ ๑ ดวง สูงจากพื้นราบถึงจุดศูนย์กลางดวงโคมไม่น้อยกว่า ๐.๖๐

เมตร แต่ไม่เกิน ๑.๓๕ เมตร

ในกรณีที่เป็นรถที่มีสามล้อให้ใช้โคมไฟแสงพุ่งต่ำเพียงดวงเดียว

โดยติดไว้ที่กลางหน้ารถ

(ค) โคมไฟเล็ก ใช้ไฟแสงขาวหรือแสงเหลือง จำนวน ๒ ดวง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่หน้ารถ ข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ ๑ ดวง ทั้งนี้ ให้รวมถึงรถที่มีสามล้อด้วย

ไฟแสงพุ่งไกล

ไฟแสงพุ่งต่ำและไฟเล็กจะรวมอยู่ในโคมไฟดวงเดียวกันก็ได้

(๒) โคมไฟท้ายรถ

(ก) โคมไฟท้าย ใช้ไฟแสงแดง จำนวน ๒ ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ท้ายรถ

ข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ ๑ ดวง

(ข) โคมไฟหยุด ใช้ไฟแสงแดง จำนวน ๒ ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ท้ายรถ

ข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ ๑ ดวง

(ค) โคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถ ใช้ไฟแสงขาว

ติดท้ายรถส่องที่ป้ายทะเบียนรถ มีความสว่างสามารถอ่านป้ายทะเบียนรถได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า

๒๐ เมตร จากท้ายรถแต่ต้องมีที่บังมิให้แสงพุ่งออกไปทางท้ายรถ

โคมไฟท้ายและโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถต้องส่งแสงสว่างพร้อมกับโคมไฟหน้ารถ

แต่โคมไฟหยุดต้องส่องแสงสว่างเมื่อใช้ห้ามล้อเท้า

(๓) โคมไฟแสดงประเภทรถ ใช้โคมไฟเล็กแสงเขียว จำนวน ๒ ดวง

ติดอยู่ที่หน้ารถและท้ายรถ แห่งละ ๑ ดวง ในที่ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน

(๔) เครื่องสัญญาณไฟเลี้ยว ชนิดไฟกระพริบ จำนวน ๔ ดวง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่หน้ารถและท้ายรถ ข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ ๑ ดวง

ไฟด้านหน้าใช้แสงขาวหรือเหลือง ไฟด้านท้ายใช้แสงแดงหรือเหลือง ไฟเลี้ยวทุกดวงในข้างเดียวกันต้องกระพริบพร้อมกันในขณะที่รถเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา

(๕) เครื่องมองหลัง ซึ่งเป็นกระจกเงา

ติดอยู่ในที่ที่ผู้ขับรถสามารถมองเห็นภาพการจราจรด้านข้างและด้านหลังได้ทุกขณะอย่างชัดเจน

(๖) ห้ามล้อเท้า ที่ใช้การได้ดี

(๗) แตร ที่ดังพอสมควร

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕

พลเอก สิทธิ จิรโรจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ได้มีผู้นำเครื่องยนตร์ซึ่งมิได้ใช้สำหรับรถยนตร์โดยเฉพาะมาใช้กับรถที่ประกอบขึ้นเองเพื่อบรรทุกพืชผลทางเกษตรเป็นจำนวนมาก

แต่ในปัจจุบันนี้รถชนิดนี้มิใช่เป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์

จึงไม่ได้จดทะเบียนและผ่านการตรวจสภาพรถซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุและอันตรายขึ้นได้ในการจราจร

สมควรกำหนดให้รถดังกล่าวเป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ และกำหนดลักษณะ ขนาด

หรือกำลังของเครื่องยนตร์และของรถ ตลอดจนกำหนดเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถใช้งานเกษตรกรรมและการใช้เครื่องอุปกรณ์ดังกล่าว

เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนในการจราจร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

สิทธิกานต์/ปรับปรุง

๔ เมษายน ๒๕๖๒

วศิน/ตรวจ

๙ เมษายน

๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๙๙/ตอนที่ ๖๕/หน้า ๗๒/๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๕

3 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9fb7ef9750b7ecb3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com