ประกาศ
ประกาศ
เลื่อนกรมตั้งกรมแลตั้งเจ้าพระยา[๑]
ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนกาล เปนอดีตภาค ๒๔๖๓ พรรษา ปัตยุบันกาล
มักกะฏะสังวัจฉร พฤศจิกายนมาศ เอกาทศมสุรทินชีวะวารโดยกาลนิยม
พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ
เอกอรรคมหาบุรุษบรมนราธิราช พินิตประชานารถมหาสมตวงศ์ อติศัยพงศ์วิมลรัตน์
วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณี
จักรีบรมนารถ จุฬาลงกรณราชวรางกูร บรมมกุฎนเรนทร์สูรสันตติวงษ์วิสิษฐ
สุสาธิตบุรพาธิการ อดุลยกฤษฎาภินิหารอติเรกบุญฤทธิ์ ธัญลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์
มหาชโนตตะมางคประณต บาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภผลอุดมบรมสุขุมาลย์
ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ บุริมศักดิสมญาเทพทวาราวดี
ศรีมหาบุรุษสุตสมบัติ เสนางคนิกรรัตน์อัศวโกศล ประพนธปรีชามัทวสมาจาร
บริบูรณคุณสารสยามาทินครวรุตเมกราชดิลก มหาปริวารนายกอนันต มหันตวรฤทธิเดชสรรพวิเศษศิรินธร บรมชนกาดิศรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดม
บรมราชสมบัติ นพปฎลเสวตฉัตราดิฉัตร์ ศิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชภิเสกาภิสิต
สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม
บรมนารถชาติอาชาวไศรย์ พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ อดุลยศักดิ์อรรคนเรศราธิบดี
เมตตากรุณาสีตลหฤไทย อโนปไมยบุญการ สกลไพศาลมหารัษฎาธิเบนทร
ปรเมนทรธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชดำริห์ว่า พระเจ้าพี่ยาเธอ
กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ได้โดยเสด็จไปทรงศึกษาวิชาการ ณ ประเทศยุโรป
คราวเดียวกัน ได้ประทับอยู่เล่าเรียนชั้นปฐมศึกษาในสำนักอันเดียวกัน
เปนผู้คุ้นเคยสนิธร่วมทุกข์ร่วมศุขด้วยใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทมาช้านานยิ่งกว่าพระเจ้าพี่ยาเธอ
พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์อื่น เมื่อทรงแยกไปศึกษาวิชาการทหารเรือสำเร็จ
ได้กลับเข้ามารับราชการในกระทรวงทหารเรือ ก็ได้ทรงพระอุตสาหะจัดราชการด้วยพระปรีชาสามารถอาจหาญในวิชาการที่ทรงร่ำเรียนมา
ได้รับพระราชทานยศในตำแหน่งราชการเปนลำดับมา จนได้เปนนายพลเรือตรีเมื่อปี
พระพุทธศักราช ๒๔๔๗ มีความดีความชอบปรากฎในประกาศตั้งกรมครั้งก่อนนั้นแล้ว
ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ ได้รับราชการในตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือเพิ่มขึ้นอีก
ได้ทรงวางระเบียบแบบแผนต่าง ๆ ให้ราชการทหารเรือดำเนิรเจริญยิ่งขึ้นโดยลำดับ
ข้อสำคัญที่ควรยกขึ้นกล่าวคือ ได้ทรงพระดำริห์จัดการโรงเรียนนายทหารเรือ
แลนายช่างกลให้เจริญยิ่งขึ้น ทรงเพาะวิชาการฝ่ายทหารเรือ แลวิชาช่างกล
ให้นายทหารเรือไทยมีความรู้ความชำนาญสามารถเปนผู้บังคับบัญชาการแลเปนครูได้เปนผลสำเร็จ
ไม่ต้องใช้ชาวต่างประเทศเปนผู้บังคับบัญชา แลเปนครูเหมือนแต่กาลก่อน
ทั้งได้ทรงทำแผนการทัพเรือ แลทรงจัดการศึกษาทางยุทธศาสตร์ยุทธวิธีกระบวนรบในกองทัพเรือให้เรียบร้อยยิ่งขึ้นเปนอันมาก
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ได้ทรงเลื่อนยศเปนนายพลเรือโท
แลในปีนี้เองได้ทรงเลื่อนขึ้นเปนนายพลเรือเอก แลเปนผู้แทนคณะกรรมการราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม
ในพระบรมราชูปถัมภ์ออกไปจัดซื้อเรือรบหลวง พระร่วง ณ ประเทศอังกฤษ
แลทรงพระอุตสาหะนำเรือรบหลวง พระร่วง เข้ามาสู่กรุงเทพมหานครด้วยพระองค์เองได้มาถึงโดยสวัสดิภาพ
เปนความชอบพิเศษของพระองค์อีกส่วนหนึ่ง
ในบัดนี้ก็ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรืออันเปนตำแหน่งสำคัญ ทรงตั้งพระทัยรับราชการสนองพระเดชพระคุณด้วยพระปรีชาสามารถ
กอบด้วยพระอุตสาหะพิริยภาพมิได้ย่อหย่อน ทรงมีความซื่อสัตย์สุจริตแลจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท
สมควรเปนที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัย
แลสมควรที่จะทรงสถาปนาไว้ในตำแหน่งพระองค์เจ้าต่างกรมผู้ใหญ่พระองค์หนึ่งได้
จึงมีพระบรมราชโองการ ดำรัสสั่งให้เลื่อน
พระเจ้าพี่ยาเธอกรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ขึ้นเปนกรมหลวง
มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
สิงหนาม ทรงศักดินา ๑๕๐๐๐ ตามพระราชกำหนดอย่างพระองค์เจ้าต่างกรม
ในพระบรมมหาราชวัง จงทรงเจริญพระชนมายุ พรรณสุขพลปฏิภาณคุณสารสมบัติ
สรรพสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล วิบุลยศุภผลสกลเกียรติยศ อิศริยศักดิ์มโหฬารทุกประการ
เจ้ากรมเปนหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ถือศักดินา ๘๐๐
ให้ทรงเลื่อน ปลัดกรมเปนขุนรนองนัครานุกิจ
ถือศักดินา ๖๐๐
สมุห์บาญชีคงเปนหมื่นกาญจนดิฐผดุงพล ถือศักดินา ๔๐๐
อนึ่งทรงพระราชดำริห์ว่า พระเจ้าน้องยาเธอ
กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร ทรงพระปรีชาสามารถในกิจราชการฝ่ายทหารเรือ
ได้ทรงรับราชการตำแหน่งต่าง ๆ ในกระทรวงทหารเรือเปนที่เรียบร้อยเปนอันมาก
ข้อความมีแจ้งอยู่ในประกาศตั้งกรมครั้งก่อนนั้นแล้ว ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๕๘ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปนเสนาธิการทหารเรือ
และคงเปนเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือด้วย ครั้นปีพุทธศักราช ๒๔๖๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เปนจเรทหารเรือ ได้ทรงกระทำราชการในน่าที่ให้ดำเนิรเจริญขึ้นตลอดมาโดยลำดับ
เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรืออยู่นั้น ประจวบสมัยประเทศสยามได้ประกาศสงครามแก่ประเทศเยอรมนี
ออสเตรีย ฮังการี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร
ได้เปนผู้ทรงกำหนดระเบียบการเรื่องจับคร่าเรือกลไฟใหญ่น้อยของราชศัตรูมาเปนราชพัทยา
การอันนั้นได้เปนผลสำเร็จอย่างดียิ่ง เปนความดีความชอบของพระองค์ปรากฏอยู่แล้ว
แลทรงตระหนักพระราชหฤทัยโดยแน่ชัดว่าพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร
มีความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทโดยซื่อสัตย์สุจริต
ตั้งพระทัยรับราชกิจสนองพระเดชพระคุณด้วยพระพิริยภาพมิได้ย่อหย่อน
สมควรเปนที่ไว้วางพระราชหฤทัย และสมควรจะทรงยกย่องไว้ในตำแหน่งพระองค์เจ้าต่างกรมผู้ใหญ่พระองค์หนึ่งได้
จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่ง ให้เลื่อนพระเจ้าน้องยาเธอ
กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร ขึ้นเปนกรมขุน มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า
พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสิงหวิกรมเกรียงไกร อัชนาม ทรงศักดินา ๑๕๐๐๐
ตามพระราชกำหนดอย่างพระองค์เจ้าต่างกรมในพระบรมมหาราชวัง จงทรงเจริญพระชนมายุ
พรรณสุขพลปฏิภาณคุณสารสมบัติ สรรพศิริสวัสดิ์พิพัฒนามงคล
วิบุลยศุภผลสกลเกียรติยศมโหฬารทุกประการ
เจ้ากรมเปนขุนสิงหวิกรมเกรียงไกร ถือศักดินา ๖๐๐
ให้ทรงเลื่อน ปลัดกรมคงเปนหมื่นพรหมไผทพัฒนกร
ถือศักดินา ๕๐๐
สมุห์บาญชีคงเปนหมื่นอินทรนครคณานุบาล
ถือศักดินา ๓๐๐
อนึ่งทรงพระราชดำริห์ว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าออศคาร์นุทิศ เปนพระโอรสของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์ มีน้ำพระทัยมั่นคง
ประกอบด้วยความอุสาหะเปนอันมาก เดิมได้เข้าเปนนักเรียนนายร้อยทรงศึกษาวิชาจนสอบไล่ได้ชั้น
๖ แล้วได้เข้ารับราชการในกรมทหารบกราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ ๕ ได้โดยเสด็จพระราชดำเนิรพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง
แลสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประพาศหัวเมืองต่าง
ๆ ในหน้าที่ราชองครักษ์เปนหลายคราว ด้วยความอุสาหะต่อหน้าที่ราชการจึงได้รับพระราชทานยศเลื่อนขึ้นโดยลำดับ
ตั้งแต่เปนนายร้อยตรีจนเปนนายร้อยเอก ได้เคยรับราชการทหารตำแหน่งต่าง ๆ มีตำแหน่งนายทหารประจำพแนกที่
๒ กรมเสนาธิการทหารบกเปนต้น และเปนราชองครักษ์ประจำด้วย
ในส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าออศคาร์นุทิศ
ก็ได้เปนผู้ที่ทรงคุ้นเคยสนิทสนมมาช้านาน เมื่อพระพุทธศักราช ๒๔๔๗ ครั้งยังทรงดำรงพระราชอิศริยยศเปนสมเด็จพระยุพราช
ทรงพระผนวชประทับอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าออศคาร์นุทิศ ก็ได้โดยเสด็จทรงผนวชร่วมพระราชสำนักด้วย
ครั้นเมื่อเสด็จเถลิงถวัยราชสมบัติแล้ว ก็คงรับราชการอยู่ในกรมทหารบกได้รับพระราชทานยศเลื่อนขึ้นเปนนายพันตรี
และเปนราชองครักษ์ประจำแล้วเปนราชองครักษ์พิเศษสืบมา ได้โดยเสด็จพระราชดำเนิร ณ
ที่ต่าง ๆ ในหน้าที่ราชองครักษ์หลายคราว มีพระอัธยาศัยซื่อตรงจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทเปนอันมาก
ถึงแม้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าออศคาร์นุทิศจะมิได้เปนพระโอรสองค์ใหญ่
ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์
ก็เปนผู้ที่สมควรจะได้รับพระมหากรุณายกย่องขึ้นไว้ให้เปนพระองค์เจ้าต่างกรม
เปนที่เชิดชูพระเกียรติยศ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี
กรมพระจักรพรรดิพงศ์พระองค์หนึ่งได้
จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนา พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าออศคาร์นุทิศ ขึ้นเปนพระองค์เจ้าต่างกรม
มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตน์จาตุรนต์ ครุฑนาม ทรงศักดินา ๑๑๐๐๐ ตามพระราชกำหนดอย่างพระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าต่างกรม ให้ทรงเจริญพระชนมายุ พรรณสุขพลปฏิภาณ คุณสารสมบัติ
สรรพศิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลวิบุลยศุภผลมโหฬารทุกประการ
เจ้ากรมเปนหมื่นอนุวัตน์จาตุรนต์
ถือศักดินา ๕๐๐
ให้ทรงตั้ง ปลัดกรมเปนหมื่นวิมลกิจจารักษ์
ถือศักดินา ๓๐๐
สมุห์บาญชีเปนหมื่นพิทักษ์พลราช ถือศักดินา
๒๐๐
ให้ผู้ซึ่งได้เลื่อนแลรับตำแหน่งบรรดาศักดิ์ทั้ง ๙ นี้
ทำราชการในหลวงแลในกรมตามอย่างธรรมเนียมเจ้ากรม ปลัดกรม
สมุห์บาญชีในพระองค์เจ้าต่างกรมทั้งปวงสืบไป ขอให้มีสุขสวัสดิ์เจริญ เทอญฯ
อนึ่งทรงพระราชดำริห์ว่า พระยาราชวัลภานุสิษฐ์
ได้ถวายตัวเปนมหาดเล็ก ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เปนมหาดเล็กวิเศษรับราชการสนองพระเดชพระคุณอยู่ในเวรฤทธิ์
ครั้นเมื่อพระพุทธศักราช ๒๔๑๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตั้งกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ขึ้น จึงโปรดเกล้าฯ
ให้พระยาราชวัลภานุสิษฐ์ ไปรับราชการเปนพลทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์พระยาราชวัลภานุสิษฐ์
ก็ได้ตั้งใจรับราชการด้วยความอุตสาหะมิได้มีความย่อหย่อน ได้รับพระราชทานบำเหน็จความชอบเลื่อนตำแหน่งยศแลบรรดาศักดิ์ขึ้นโดยลำดับ
คือ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๐ ได้รับพระราชทานยศเปนนายร้อยโท เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๗
ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เปนหลวงศิลปสารสราวุธ แลเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๘ ได้รับพระราชทานยศเปนนายร้อยเอก
แลมีบรรดาศักดิ์เปนที่จมื่นวิชิตชัยศักดาวุธ บังคับการในกองร้อยที่ ๕ กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์
ในสมัยนั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรักษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งเปนผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กเสด็จไม่อยู่
ได้โปรดให้เปนผู้ช่วยบังคับบัญชาการทั่วไปในกรมทหารมหาดเล็กแทนพระองค์อยู่เนือง ๆ
แลเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสหัวเมืองต่าง ๆ
ก็ได้เปนผู้บังคับบัญชากองทหารม้าแลทหารราบมหาดเล็กรักษาพระองค์ ล่วงหน้าไปคอยรับเสด็จตลอดทั่วทุกกองเปนการพิเศษ
แลเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๐ ได้รับพระราชทานยศเลื่อนขึ้นเปนนายพันตรี
ผู้ช่วยผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็ก แลเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๒ พวกจีนอั้งยี่กระทำการบังอาจ
ซ่องสุมควบคุมกันเปนหมู่เปนพวกก่อการวิวาทฟันแทงยิงกันเปนการใหญ่ ที่ตำบลบางขวางจังหวัดพระนคร
การระงับวิวาทถึงต้องใช้กำลังทหาร พระยาราชวัลภานุสิษฐ์ได้เปนหัวหน้านายทหารคุมกองทหารมหาดเล็กไประงับปราบปรามพวกจีนอั้งยี่จนเหตุการณ์นั้นสงบเปนที่เรียบร้อยโดยตลอดครั้นเมื่อปี
พ.ศ. ๒๔๓๕ ก็ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นเปนพระราชวัลภานุสิษฐ์ แลเปนผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เปนราชองครักษ์ประจำการด้วย
อาศัยเหตุที่พระยาราชวัลภานุสิษฐ์ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณใกล้ชิด
ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงมา จึงทรงหยั่งทราบในความสวามิภักดิ์ซื่อสัตย์สุจริตของพระยาราชวัลภานุสิษฐ์โดยแน่ชัด
เปนที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยเปนอย่างยิ่ง ในปีพระพุทธศักราช ๒๔๓๗ นั้น
จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นเปนพระยาราชวัลภานุสิษฐ์
แลพระราชทานสัญญาบัตรยศเปนนายพันโท ให้ออกไปเปนราชองครักษ์ประจำรักษาพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระราชอิศริยยศเปนสมเด็จพระยุพราช ซึ่งทรงศึกษาวิทยาการอยู่ ณ
ประเทศอังกฤษ พระยาราชวัลภานุสิษฐ์ได้อยู่ประจำรับราชการสนองพระเดชพระคุณใกล้ชิดพระยุคลบาทเปนเวลาช้านาน
นับว่าเปนพระอภิบาลผู้สนิธตลอดเวลาที่ประทับอยู่ ณ ประเทศยุโรป
แลเมื่อเสด็จคืนสู่กรุงเทพมหานครแล้ว ก็ยังคงรับราชการสนองพระเดชพระคุณประจำอยู่ในพระราชสำนัก
เปนตำแหน่งเจ้ากรมวังตลอดเวลาที่ทรงดำรงพระราชอิศริยยศเปนสมเด็จพระยุพราช
แลได้รับพระราชทานเลื่อนยศต่อมาโดยลำดับเปนนายพันเอก ตลอดจนถึงนายพลตรี
ครั้นเมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว
ก็ยังได้รับราชการในตำแหน่งราชองครักษ์ แลภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานยศให้เปนพระตำรวจโทแล้วเลื่อนขึ้นเปนพระตำรวจเอกตำแหน่งสมุหพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์
แลเปนราชองครักษ์พิเศษรับราชการสนองพระเดชพระคุณมาจนบัดนี้
มีน่าที่ประจำใกล้ชิดฝ่าลอองธุลีพระบาทอยู่เปนนิตย์ ทั้งในเวลาประทับอยู่ในพระมหานคร
แลโดยเสด็จพระราชดำเนิร ณ ที่ต่าง ๆ มิได้ขาดมีความอุตสาหะพิริยภาพโดยสม่ำเสมอมิได้ย่อหย่อน
เปนที่ทรงตระหนักแน่พระราชหฤทัยในความซื่อสัตย์สุจริต
และจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทโดยมั่นคง จึงเปนผู้ที่สมควรจะทรงยกย่องพระราชทานถานันดรศักดิ์อันสูงได้
จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนา
พระยาราชวัลภานุสิษฐ์ ขึ้นเปนเจ้าพระยา
มีสมญาจารึกในหิรัญบัฏว่า เจ้าพระยาราชศุภมิตร์ วัลลภานุศิษฏ์สุรเสนี เทพวัชรีศรีสวามิภักดิ์พิเศษ
วิเทศจิรวาสีอัคระวราภิบาล สุจริตไพศาลสุนทรพจน์ อดุลยยศราชองครักษ์ อัคระรัตนไตรสรณธาดา
เมตตาชวาธยาศัย อภัยพิริยบรากรมพาหุ คชนาม ถือศักดินา ๑๐๐๐๐ จงเจริญทฤฆชนมายุ
พรรณสุขศิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล ธนสารสมบัติ บริวารสมบูรณทุกประการ เทอญฯ
สุกัญญา/ผู้จัดทำ
๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒
นฤดล/ตรวจ
๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๓๗/-/หน้า ๒๘๙/๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๖๓