法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง คุณสมบัติและวิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2564

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง คุณสมบัติและวิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

พ.ศ. 2564

โดยที่เป็นการสมควรให้มีประกาศเกี่ยวกับคุณสมบัติและวิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 148 และมาตรา 149 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ประกอบข้อ 25 ของระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่อง คุณสมบัติและวิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2564”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การคัดเลือกบุคคลเพื่อดํารงตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2551

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

"คณะกรรมการสรรหา " หมายความว่า คณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อดํารงตําแหน่งเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามกรทุจริต และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช.

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ นอกจากคุณสมบัติตามข้อ 5 แล้ว เลขาธิการต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติงานของสํานักงาน ป.ป.ช. ดังต่อไปนี้ด้วย

(1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

(2) ดํารงตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งใดตําแหน่งหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) อธิบดีหรือตําแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งเทียบเท่าอธิบดีตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร

ราชการแผ่นดิน มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ข) ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ซึ่งดํารงตําแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือ

ตําแหน่งอื่นที่เทียบเท่า มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ค) ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมซึ่งดํารง

ตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

(ง) ข้าราชการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํา

กว่าอัยการจังหวัด รวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

(จ) ข้าราชการตํารวจซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้บัญชาการและเป็นหัวหน้าส่วนราชการหรือ

หน่วยงานระดับกองบัญชาการ มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ฉ) ข้าราชการทหารซึ่งดํารงตําแหน่งรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(3) มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการไต่สวนและวินิจฉัยคดี หรือกฎหมายหรือการตรวจสอบบัญชีและทรัพย์สิน หรือการป้องกันการทุจริต หรือการบริหารราชการแผ่นดินหรือการอื่นใดอันเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติงานของสํานักงาน ป.ป.ช. อย่างหนึ่งอย่างใดมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี

(4) ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหาร ป.ป.ช. ระดับสูง ของสํานักงาน ป.ป.ช. หรือหลักสูตรอื่นที่เทียบเท่าตามที่ กปปช. กําหนด

(5) ผ่านการประเมินสมรรถนะหลักทางการบริหารของสํานักงาน ก.พ. หรือที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

ในกรณีที่บุคคลที่เข้ารับการสรรหายังไม่เคยผ่านการประเมินสมรรถนะหลักทางการบริหารตาม

(5) ให้สํานักงาน ป.ป.ช. ดําเนินการให้บุคคลดังกล่าวเข้ารับการประเมินก่อนเข้าสู่กระบวนการสรรหา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาบุคคลเพื่อดํารงตําแหน่งเลขาธิการ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กปปช. เป็นประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กปปช. จํานวนสองคน เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกด้านการบริหารจํานวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกด้านกระบวนการยุติธรรม จํานวนหนึ่งคนเป็นกรรมการ ผู้อํานวยการสํานักบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นเลขานุกร และให้ผู้อํานวยการสํานักบริหารทรัพยากรบุคคลมอบหมายข้าราชการของสํานักบริหารทรัพยากรบุคคล จํานวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กปปช. เป็นกรรมการสรรหาได้ครบตามจํานวนที่กําหนด ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกด้านการบริหารหรือด้านกระบวนการยุติธรรม เป็นกรรมการสรรหาให้ครบตามจํานวนที่กําหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการสรรหามีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(1) กําหนดหลักเกณฑ์การสรรหาบุคคลเพื่อดํารงตําแหน่งเลขาธิการ

(2) ดําเนินการสรรหาตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ใน (1) และดําเนินการอื่นใด เพื่อให้การสรรหา

บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่เห็นสมควร

(3) แต่งตั้งคณะทํางานหรือบุคคลเพื่อช่วยเหลือคณะกรรมการสรรหาในการปฏิบัติหน้าที่

(4) ปฏิบัติการหรือดําเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายหรือมีมติ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่เลขาธิการจะพ้นจากตําแหน่งตามวาระหรือพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการ ให้เริ่มดําเนินการสรรหาเลขาธิกรใหม่ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนวันที่เลขาธิการครบวาระหรือพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการ แต่ถ้าเลขาธิการพ้นจากตําแหน่งด้วยเหตุอื่นนอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระหรือพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการ ให้เริ่มดําเนินการสรรหาเลขาธิการภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ตําแหน่งว่างลง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการสรรหาออกประกาศรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเพื่อดํารงตําแหน่งเลขาธิการ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ซึ่งจะต้องกระทําโดยเปิดเผย โดยกําหนดรายละเอียดของตําแหน่ง หน้าที่และอํานาจ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วิธีการสมัคร หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การประกาศผลการคัดเลือก และรายละเอียดอื่นใดตามที่คณะกรรมการสรรหาเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาและดําเนินการสรรหโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญอันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติงนของสํานักงาน ป.ป.ช. ความประพฤติ และประวัติการรับราชการโดยการประเมินจากเอกสารประกอบการสมัครและผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ การสัมภาษณ์การแสดงวิสัยทัศน์ หรือวิธีการอื่นใดตามที่เห็นสมควรประกอบด้วยก็ได้

กรณีที่คณะกรรมการสรรหามีเหตุผลความจําเป็นต้องใช้เอกสารหลักฐานหรือข้อมูลอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบกรดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้สํานักงน ป.ป.ช. ดําเนินการจัดหาเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการสรรหาเสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาจํานวนไม่เกินสามรายพร้อมทั้งระบุเหตุผลและความเหมาะสมของผู้ที่ได้รับการสรรหาดังกล่าวต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช.

กรณีที่คณะกรรมการสรรหาได้ดําเนินการตามข้อ 11 แล้วเห็นว่าไม่มีผู้ใดสมควรได้รับการสรรหาให้รายงานต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และประกาศผลการสรรหาดังกล่าว แล้วจึงดําเนินการสรรหาใหม่

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเลือกผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้งจากรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ จํานวนหนึ่งราย และเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นชอบด้วยกับรายชื่อที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เสนอ ให้ประกาศผลการคัดเลือกบุคคลเพื่อดํารงตําแหน่งเลขาธิการให้ทราบทั่วกัน แล้วดําเนินการเพื่อบรรจุและแต่งตั้งตามขั้นตอนของกฎหมาย

กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่ารายชื่อที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เสนอยังไม่สมควรได้รับการแต่งตั้ง ให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเลือกผู้ที่ได้รับการสรรหาจากรายชื่อที่เหลือ (ถ้ามี) ทีละรายสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจรณาให้ความเห็นชอบ หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นชอบด้วยให้ดําเนินการตามวรรคสอง

กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณารายชื่อที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เสนอจากรายชื่อทั้งหมดแล้วเห็นว่ายังไม่มีผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้ง ให้ประกาศผลการคัดเลือกดังกล่าวและแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาใหม่ โดยอาจแต่งตั้งจากคณะกรรมการสรรหาคณะเดิมก็ได้ และให้คณะกรรมการสรรหาดําเนินการสรรหาใหม่ผู้ซึ่งไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในครั้งนี้ จะเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่นี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามกรทุจริตแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอํานาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาด คําวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เป็นที่สุด

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

พลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง คุณสมบัติและวิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2564 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9fdd5c24bc8c2b1e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com