ข้อ ๖ นอกจากคุณสมบัติตามข้อ 5 แล้ว เลขาธิการต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติงานของสํานักงาน ป.ป.ช. ดังต่อไปนี้ด้วย
(1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
(2) ดํารงตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งใดตําแหน่งหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก) อธิบดีหรือตําแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งเทียบเท่าอธิบดีตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร
ราชการแผ่นดิน มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(ข) ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ซึ่งดํารงตําแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือ
ตําแหน่งอื่นที่เทียบเท่า มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(ค) ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมซึ่งดํารง
ตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
(ง) ข้าราชการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํา
กว่าอัยการจังหวัด รวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
(จ) ข้าราชการตํารวจซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้บัญชาการและเป็นหัวหน้าส่วนราชการหรือ
หน่วยงานระดับกองบัญชาการ มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(ฉ) ข้าราชการทหารซึ่งดํารงตําแหน่งรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(3) มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการไต่สวนและวินิจฉัยคดี หรือกฎหมายหรือการตรวจสอบบัญชีและทรัพย์สิน หรือการป้องกันการทุจริต หรือการบริหารราชการแผ่นดินหรือการอื่นใดอันเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติงานของสํานักงาน ป.ป.ช. อย่างหนึ่งอย่างใดมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี
(4) ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหาร ป.ป.ช. ระดับสูง ของสํานักงาน ป.ป.ช. หรือหลักสูตรอื่นที่เทียบเท่าตามที่ กปปช. กําหนด
(5) ผ่านการประเมินสมรรถนะหลักทางการบริหารของสํานักงาน ก.พ. หรือที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด
ในกรณีที่บุคคลที่เข้ารับการสรรหายังไม่เคยผ่านการประเมินสมรรถนะหลักทางการบริหารตาม
(5) ให้สํานักงาน ป.ป.ช. ดําเนินการให้บุคคลดังกล่าวเข้ารับการประเมินก่อนเข้าสู่กระบวนการสรรหา