ข้อ ๗
เมื่อได้มีประกาศให้เลิกใช้กฎอัยการศึกแล้ว ให้ศาลทหารตามประกาศนี้คงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามความในข้อ
๑ บรรดาที่ค้างอยู่ในศาลและบรรดาที่การกระทำผิดเกิดขึ้นก่อนวันเวลาเลิกใช้กฎอัยการศึก
สั่ง ณ วันที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙
พลเรือเอก สงัด
ชลออยู่
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
บัญชีท้ายคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ฉบับที่ ๑
(๑) ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์
พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่มาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๑๒
(๒)
ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในและภายนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา ๑๑๓ ถึงมาตรา
๑๒๙
(๓)
ความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ตั้งแต่มาตรา ๑๓๐ ถึงมาตรา ๑๓๕
(๔)
ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ฐานเป็นอั้งยี่ ฐานเป็นซ่องโจร และการมั่วสุมประชุมกันใช้กำลังประทุษร้าย
ขู่เข็ญว่าจะประทุษร้าย หรือกระทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตั้งแต่มาตรา
๒๐๙ ถึงมาตรา ๒๑๖
(๕)
ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตั้งแต่มาตรา ๒๑๗ ถึงมาตรา ๒๓๙
(๖) ความผิดเกี่ยวกับเพศ
ฐานจัดหรือล่อลวงหญิงหรือเด็กหญิงไปเพื่อการอนาจารหรือสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น
ตั้งแต่มาตรา ๒๘๒ ถึงมาตรา ๒๘๔ และมาตรา ๒๘๕ เฉพาะที่เกี่ยวกับมาตรา ๒๘๒ และมาตรา
๒๘๓
(๗) ความผิดต่อชีวิต ตั้งแต่มาตรา
๒๘๘ ถึงมาตรา ๒๙๔
(๘) ความผิดต่อร่างกาย
ตั้งแต่มาตรา ๒๙๕ ถึงมาตรา ๓๐๐
(๙) ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ฐานลักทรัพย์ วิ่งราว กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และรับของโจร
ตั้งแต่มาตรา ๓๓๔ ถึงมาตรา ๓๔๐ ทวิ มาตรา ๓๕๗ และมาตรา ๓๖๐ ทวิ
สุกัญญา/ผู้จัดทำ
๘
เมษายน ๒๕๕๓
นฤดล/ตรวจ
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๓/ตอนที่ ๑๒๐/ฉบับพิเศษ
หน้า ๖/๖ ตุลาคม ๒๕๑๙