法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศนายทะเบียน เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการวางเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2557

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

ประกาศนายทะเบียน

เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการวางเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัย

ที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทประกันวินาศภัย

พ.ศ. 2557

อาศัยอํานาจตามความในข้อ 11 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง อัตรา หลักเกณฑ์ และวิธีการวางเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2557 นายทะเบียน ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศนายทะเบียน เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการวางเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2557”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศนายทะเบียน เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการวางและการขอคืนเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2553

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

“บริษัท” หมายความว่า บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และหมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย

“นายทะเบียน” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมาย

“นายทะเบียนหลักทรัพย์” หมายความว่า นายทะเบียนหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“ประกาศ คปภ.” หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง อัตรา หลักเกณฑ์ และวิธีการวางเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2557

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้บริษัทรายงานการวางเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทตามแบบ สรว.1 แนบท้ายประกาศนี้ต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่บริษัทต้องวางเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยตามข้อ 5 วรรคสอง แห่งประกาศ คปภ.

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การวางเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทตามประกาศ คปภ. ให้บริษัทดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) กรณีทรัพย์สินที่นํามาวางไว้กับนายทะเบียนเป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังค้ําประกัน หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ให้บริษัทดําเนินการดังต่อไปนี้

(ก) แปลงรูปแบบใบหลักทรัพย์ (scrip) ผ่านระบบไร้ใบหลักทรัพย์ (scripless)

(ข) นําทรัพย์สินดังกล่าวมาวางไว้กับนายทะเบียนผ่านระบบไร้ใบหลักทรัพย์ โดยโอนเข้าบัญชีผู้รับฝากทรัพย์สินของสํานักงาน

(ค) เมื่อดําเนินการตาม (ก) และ (ข) แล้วให้บริษัทยื่นแบบ สรว.2 แบบ อสว.1 และแบบ อสว.3 แนบท้ายประกาศนี้ต่อนายทะเบียน

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 บริษัทอาจนําทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งมาวางไว้กับนายทะเบียนตามประกาศ คปภ. ในรูปแบบที่มีใบหลักทรัพย์ได้ โดยให้ดําเนินการตาม (2)

(2) กรณีทรัพย์สินที่นํามาวางไว้กับนายทะเบียนเป็นทรัพย์สินอื่นนอกจาก (1) และเป็นทรัพย์สินในรูปแบบที่มีใบหลักทรัพย์ ให้บริษัทดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(ก) แจ้งต่อนายทะเบียนหลักทรัพย์ และผู้ออกเอกสารสิทธิอื่นที่เกี่ยวข้องตามแบบ สรว.3 แนบท้ายประกาศนี้ว่าจะนําทรัพย์สินนั้นมาวางไว้กับนายทะเบียนเพื่อเป็นเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท และหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียนก่อน

(ข) ส่งมอบทรัพย์สินให้นายทะเบียนผ่านสํานักงาน หรือผู้รับฝากทรัพย์สินของสํานักงาน และ

(ค) เมื่อบริษัทดําเนินการตาม (ก) และ (ข) แล้วให้บริษัทยื่นสําเนาแบบ สรว.3 และหนังสือรับแจ้งการวางเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทที่นายทะเบียนหลักทรัพย์ หรือที่ผู้ออกเอกสารสิทธิเป็นผู้ออกให้ตามแบบ สรว.4 พร้อมแบบ สรว.2 และแบบ อสว.1 แนบท้ายประกาศนี้ต่อนายทะเบียน

(3) กรณีทรัพย์สินที่นํามาวางไว้กับนายทะเบียนเป็นบัตรเงินฝาก ใบรับฝากเงิน หรือสมุดคู่ฝากประเภทฝากประจําที่มีระยะเวลาการฝากเงินตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป ให้บริษัทดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(ก) แจ้งต่อสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเงินฝาก ใบรับฝากเงิน หรือสมุดคู่ฝากตามแบบ สรว.3 แนบท้ายประกาศนี้ว่าจะนําทรัพย์สินนั้นมาวางไว้กับนายทะเบียนเพื่อเป็นเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท และหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียนก่อน

(ข) ส่งมอบทรัพย์สินให้นายทะเบียนผ่านสํานักงาน หรือผู้รับฝากทรัพย์สินของสํานักงาน และ

(ค) เมื่อบริษัทดําเนินการตาม (ก) และ (ข) แล้วให้บริษัทยื่นสําเนาแบบ สรว.3 และหนังสือรับแจ้งการวางเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออกให้ตามแบบ สรว.4 พร้อมแบบ สรว.2 และแบบ อสว.1 แนบท้ายประกาศนี้ต่อนายทะเบียน

ทั้งนี้ จะถือว่านายทะเบียนได้รับการวางเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทจากบริษัทตาม (1) หรือในกรณีที่บริษัทส่งมอบทรัพย์สินให้กับผู้รับฝากทรัพย์สินของสํานักงานตาม (2) หรือ (3) ต่อเมื่อสํานักงานได้รับแจ้งจากผู้รับฝากทรัพย์สินของสํานักงานว่าได้รับโอนหรือรับมอบทรัพย์สินดังกล่าวแล้วแต่กรณีเรียบร้อยแล้ว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การขออนุญาตต่ออายุการฝาก หรือปรับยอดเงินฝาก หรือไถ่ถอนดอกเบี้ยสมุดเงินฝากประจําที่บริษัทนํามาวางเป็นเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทไว้กับนายทะเบียนตามข้อ 6 (3) ให้บริษัทดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) ยื่นแบบ สรว.5 แนบท้ายประกาศนี้ต่อนายทะเบียน

(2) ต้องส่งมอบสมุดเงินฝากประจําฉบับเดิมนั้นต่อผู้รับฝากทรัพย์สินของสํานักงานทันทีที่ดําเนินการต่ออายุการฝาก หรือปรับยอดเงินฝาก หรือไถ่ถอนดอกเบี้ยเสร็จสิ้น ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดําเนินการดังกล่าวต้องไม่เกินห้าวันทําการนับแต่วันที่ได้รับจากผู้รับฝากทรัพย์สินของสํานักงาน

หากบริษัทไม่ส่งมอบสมุดเงินฝากประจําที่วางเป็นเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทภายในระยะเวลาตาม (2) ให้ถือว่าบริษัทได้ถอนเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทจากนายทะเบียนนับแต่วันที่ได้รับจากผู้รับฝากทรัพย์สินของสํานักงานแล้ว

กรณีสมุดเงินฝากประจําที่บริษัทนํามาวางเป็นเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท เป็นสมุดเงินฝากประจําที่ไม่สามารถต่ออายุการฝากโดยให้มีระยะเวลาการฝากเงินตามที่กําหนดไว้ในข้อ 6 (2) แห่งประกาศ คปภ. ได้ เมื่อครบกําหนดระยะเวลาการฝาก หรือไถ่ถอนบริษัทต้องนําทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ 6 แห่งประกาศ คปภ. มาวางไว้กับนายทะเบียนก่อนครบกําหนดระยะเวลาการฝากหรือไถ่ถอนอย่างน้อยสิบห้าวัน

การดําเนินการต่ออายุการฝาก หรือปรับยอดเงินฝาก หรือไถ่ถอนดอกเบี้ย สมุดเงินฝากประจําที่บริษัทนํามาวางเป็นเงินสํารองประกันภัยไว้กับนายทะเบียน ต้องไม่ทําให้บริษัทมีทรัพย์สินวางเป็นเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทไว้กับนายทะเบียนไม่ครบถ้วนตามจํานวนที่กําหนดไว้ในประกาศ คปภ.

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การขอคืนเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท ให้บริษัทยื่นแบบ สรว.2 แบบ อสว.2 และแบบ อสว.3 แนบท้ายประกาศนี้ต่อนายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ หนังสือมอบอํานาจในการวางและการขอคืนเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท หรือการดําเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับประกาศนี้ ให้เป็นไปตามแบบหนังสือมอบอํานาจแนบท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีที่บริษัทวางทรัพย์สินตามข้อ 6 (1) ในรูปแบบที่มีใบหลักทรัพย์ไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้บริษัทยังคงวางทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปได้จนกว่าจะขอคืน

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ประเวช องอาจสิทธิกุล

เลขาธิการ

คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

นายทะเบียน

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศนายทะเบียน เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการวางเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2557 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9fe14fdf66310338

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com