法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุดในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองในแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในศาลปกครองสูงสุด

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุด

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุด

ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองในแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในศาลปกครองสูงสุด[๑]

โดยที่ได้มีการจัดตั้งแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในศาลปกครองสูงสุดเป็นไปโดยรวดเร็ว เพื่อประโยชน์แก่คู่กรณีและการบริหารราชการแผ่นดิน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบข้อ ๖ (๕) และ (๖) ของระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ประธานศาลปกครองสูงสุดและอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น และการบริหารงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔ ประธานศาลปกครองสูงสุดจึงออกคำแนะนำในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองในแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในศาลปกครองสูงสุดไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในคำแนะนำนี้

“คดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่น” หมายถึง คดีพิพาททางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือคดีอื่นตามที่ประธานศาลปกครองสูงสุดจะประกาศกำหนด

ในกรณีที่มีปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นหรือไม่ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้วินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เมื่อประธานศาลปกครองสูงสุดได้รับคำฟ้องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลแล้ว หากเห็นว่าคดีนั้นเป็นคดีเกี่ยวกับละเมิดและความรับผิดอย่างอื่น ให้สั่งจ่ายสำนวนคดีไปยังแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในศาลปกครองสูงสุดโดยเร็ว

ให้ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในศาลปกครองสูงสุดจ่ายสำนวนให้แก่องค์คณะในแผนกตามประเภทสำนวนคดี ได้แก่ สำนวนคดีทั่วไป สำนวนคดีเร่งด่วน หรือสำนวนคดีสำคัญ ซึ่งกำหนดไว้ในคำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยการจำแนกลักษณะสำนวนคดี

ให้ตุลาการหัวหน้าคณะแต่งตั้งตุลาการเจ้าของสำนวน โดยคำนึงถึงปริมาณคดีและความรวดเร็วในการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในขั้นตอนการตรวจคำฟ้องที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาเกี่ยวกับอำนาจศาล และเงื่อนไขในการฟ้องคดีปกครอง ควรพิจารณาด้วยความรวดเร็ว หากมีความจำเป็นตุลาการเจ้าของสำนวนอาจมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดี หน่วยงานทางปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงตามประเด็นที่กำหนด หรือเรียกมาให้ถ้อยคำเพื่อประกอบการพิจารณาได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การกำหนดข้อหาของคดีหรือการกำหนดตัวผู้ถูกฟ้องคดี ให้พิจารณาจากคำฟ้องและคำขอประกอบกัน และกำหนดข้อหาหรือกำหนดตัวผู้ถูกฟ้องคดีให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามคำขอและวัตถุประสงค์ของผู้ฟ้องคดี เพื่อให้ศาลสามารถกำหนดคำบังคับในการเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีโดยครบถ้วน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว ตุลาการเจ้าของสำนวนพึงเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามแผนและกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้ทันต่อการเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่คู่กรณีและเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจทางปกครองหรือเนื่องจากการดำเนินกิจการทางปกครองกระทบกระเทือนน้อยที่สุด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการแสวงหาข้อเท็จจริง ศาลควรกำหนดประเด็นข้อพิพาทให้ชัดเจนเพื่อให้คู่กรณีชี้แจงได้ตรงประเด็น สมบูรณ์ และถูกต้องตามลักษณะของประเด็นข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การดำเนินการเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ให้พิจารณาและมีคำสั่งด้วยความรวดเร็ว เมื่อมีคำสั่งแล้ว ควรตรวจสอบการปฏิบัติตามคำสั่ง หากมีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ศาลกำหนด ควรดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ฝ่าฝืนทันที

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การสั่งคำขอขยายระยะเวลาของคู่กรณี ควรพิจารณาอนุญาตให้เท่าที่จำเป็นเพื่อมิให้คู่กรณีดำเนินคดีไปในทางประวิงเวลาให้ล่าช้าหรือใช้เวลามากเกินสมควร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีทำคำให้การยื่นต่อศาลแล้ว ให้ตุลาการเจ้าของสำนวนตรวจพิจารณาสำนวนคดี หากเห็นว่าคดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีได้แล้ว ตุลาการเจ้าของสำนวนพึงจัดทำบันทึกของตุลาการเจ้าของสำนวนเสนอองค์คณะเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีโดยไม่จำต้องดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงจนครบทุกขั้นตอนตามที่กำหนดในข้อ ๔๗ ถึงข้อ ๔๙ ของระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในคดีที่เป็นสำนวนคดีเร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อการเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่คู่กรณีและเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินได้รับความกระทบกระเทือนน้อยที่สุด ตุลาการผู้แถลงคดีพึงเสนอคำแถลงการณ์ด้วยวาจา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่ง ศาลควรกำหนดคำบังคับด้วยว่าจะให้มีผลย้อนหลังหรือไม่ย้อนหลังหรือมีผลไปในอนาคตถึงขณะใดขณะหนึ่ง หรือจะกำหนดให้มีเงื่อนไขอย่างใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามความเป็นธรรมแห่งกรณี

ในกรณีมีข้อสังเกตในคำพิพากษาตามมาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง (๘) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ศาลพึงกำหนดแนวทางหรือวิธีการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามคำบังคับที่กำหนดในคำพิพากษาซึ่งต้องอยู่ภายในกรอบของคำพิพากษาและพึงระมัดระวังไม่ให้เป็นการเพิ่มเติมเนื้อหาในคำบังคับที่กำหนดในคำพิพากษา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งเกี่ยวกับการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวไว้ก่อนมีคำพิพากษา เมื่อทำคำพิพากษา ศาลควรกำหนดด้วยว่าจะให้คำสั่งดังกล่าวมีผลต่อไปหรือไม่ เพียงใด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในคดีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา ศาลพึงตรวจพิจารณาและมีคำสั่งให้เสร็จไปโดยรวดเร็ว

คดีอุทธรณ์คำพิพากษา ตุลาการเจ้าของสำนวนควรตรวจคำอุทธรณ์โดยพลัน ถ้าเห็นว่าคำอุทธรณ์นั้นไม่สมบูรณ์ครบถ้วนซึ่งผู้อุทธรณ์อาจแก้ไขได้หรือผู้อุทธรณ์ชำระค่าธรรมเนียมศาลไม่ครบถ้วน ตุลาการเจ้าของสำนวนจะต้องมีคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์แก้ไขหรือชำระค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าไม่มีการแก้ไขหรือชำระค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือข้อที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนนั้นเป็นกรณีที่ไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ หรือเป็นคำอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามกฎหมายหรือยื่นโดยผิดระเบียบ ให้เสนอองค์คณะสั่งยกอุทธรณ์นั้น หรือในกรณีที่ตุลาการเจ้าของสำนวนเห็นว่า อุทธรณ์นั้นมีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรวินิจฉัย ให้เสนอองค์คณะสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าวโดยเร็ว

การกำหนดข้อหาของคดีหรือการกำหนดตัวผู้ถูกฟ้องคดีหรือคู่กรณีในอุทธรณ์ ให้พิจารณาจากคำฟ้อง คำขอ และคำอุทธรณ์ประกอบกัน และกำหนดข้อหาหรือกำหนดตัวผู้ถูกฟ้องคดีหรือคู่กรณีในอุทธรณ์ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามคำขอและวัตถุประสงค์ของผู้ฟ้องคดีหรือผู้อุทธรณ์ เพื่อให้ศาลสามารถกำหนดคำบังคับเพื่อเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีหรือผู้อุทธรณ์โดยครบถ้วน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อมีการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ในกรณีที่คู่กรณีฝ่ายชนะคดียื่นคำขอให้มีการปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองชั้นต้นโดยไม่ต้องรอจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ให้ศาลพิจารณาคำขอและมีคำสั่งไม่รับคำขอ ยกคำขอ หรือสั่งให้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองชั้นต้นตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยการกำหนดคดี หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ตุลาการหัวหน้าคณะพึงติดตามและเร่งรัดการพิจารณาคดีของตุลาการเจ้าของสำนวนในกรณีที่มีความจำเป็น อาจให้คำแนะนำตุลาการเจ้าของสำนวนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในศาลปกครองสูงสุดพึงติดตามและเร่งรัดการพิจารณาคดีในส่วนที่เกี่ยวกับระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดีขององค์คณะ โดยอาจให้คำแนะนำแก่องค์คณะเพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเร็ว เพื่อประโยชน์แก่คู่กรณีและการบริหารราชการแผ่นดิน

ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐

ปิยะ ปะตังทา

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ปริยานุช/จัดทำ

๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

วริญา/ตรวจ

๑ มีนาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๒๐ ก/หน้า ๒๑/๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุดในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองในแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในศาลปกครองสูงสุด (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a029ec30204073a0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com