法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

จัดตั้งเทศบาลเมืองลำปาง

จังหวัดลำปาง

พุทธศักราช

๒๔๗๘

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่

๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘)

น.อ.

อาทิตย์ทิพอาภา ร.น.

เจ้าพระยายมราช

พล.อ.

เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน

ตราไว้

ณ วันที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘

เป็นปีที่

๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่เห็นสมควรจัดเขตชุมนุมชนในบรรดาตำบลอันเป็นที่ตั้งศาลาว่าการจังหวัดลำปาง

ให้มีฐานะเป็นเทศบาลเมือง

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๒ วรรค ๑ และวรรค ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล

พุทธศักราช ๒๔๗๖ จึงให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้ให้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองลำปาง

จังหวัดลำปาง พุทธศักราช ๒๔๗๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] ให้ใช้พระราชกฤษฎีกานี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้จัดเขตชุมนุมชนในบรรดาตำบลอันเป็นที่ตั้งศาลาว่าการจังหวัดลำปาง

ตามเขตที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔ ขึ้นเป็นเมือง มีฐานะเป็นเทศบาลเมือง มีนามว่า “เทศบาลเมืองลำปาง

จังหวัดลำปาง”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้กำหนดเขตเทศบาลเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ไว้ดังนี้

คือ

ด้านเหนือ ตั้งแต่หลักเขตที่ ๑

ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนอำเภอหางสัตว์ไปทิศเหนือ ๒๐๐ เมตร

และเป็นมุมฉากจากถนนอำเภอหางสัตว์ โดยวัดระยะจากริมคลองรองสามดวงไปทิศตะวันตก ๑๗๐

เมตร ขนานและห่างจากถนนอำเภอหางสัตว์ ๒๑๕ เมตร ไปทิศตะวันออกจดหลักเขตที่ ๒

ที่เส้นขนานนี้ห่างจากริมกำแพงเมืองตะวันตก ๒๒๐ เมตร

จากหลักเขตที่ ๒

ขนานและห่างจากริมกำแพงเมืองไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หักตามกำแพงเมืองลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หักขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

หักลงมาทิศตะวันออกเฉียงใต้ และหักลงมาทิศใต้ จดหลักเขตที่ ๓ ที่เส้นขนานกำแพงนี้ตัดกับริมแม่น้ำวังที่นั่น

ด้านตะวันออก จากหลักเขตที่ ๓

เลียบตามริมแม่น้ำวังฝั่งตะวันตกไปทิศใต้ จดหลักเขตที่ ๔ ที่สุดถนนสายริมแม่น้ำที่นั่น

(ถนนมาจากวัดท่ามะโอ้)

จากหลักเขตที่ ๔ ข้ามแม่น้ำวังไปฝั่งตะวันออก

จดหลักเขตที่ ๕ ที่ปากห้วยแม่กะติ๊บฝั่งเหนือ

จากหลักเขตที่ ๕

เลียบตามริมห้วยแม่กะติ๊บฝั่งเหนือและฝั่งตะวันออกไปจดหลักเขตที่ ๖

ที่เส้นริมห้วยนี้ตัดกับเส้นขนานของถนนไปเชียงราย ซึ่งห่างจากถนนไปเชียงราย ๒๐๐

เมตร

ด้านใต้ จากหลักเขตที่ ๖

ขนานและห่างจากศูนย์กลางถนนไปเชียงราย ๒๐๐ เมตร

ไปทิศตะวันตกและขนานกับถนนอำเภอเกาะคา ข้ามทางรถไฟไปทิศตะวันตกจดหลักเขตที่ ๗

ที่เส้นเขตนี้ห่างจากศูนย์กลางทางรถไฟ ๒๐๐ เมตร

ด้านตะวันตก จากหลักเขตที่ ๗

ขนานและห่างจากศูนย์กลางทางรถไฟ ๒๐๐ เมตร ไปทิศเหนือจดหลักเขตที่ ๘ ที่เส้นขนานนี้ตัดกับริมแม่น้ำวังที่นั่น

จากหลักเขตที่ ๘

เลียบตามริมแม่น้ำวังฝั่งใต้ไปทิศตะวันออกและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จดหลักเขตที่ ๙

ที่ริมแม่น้ำวัง วัดระยะจากมุมตะวันตกเฉียงใต้ของวัดศรีรองเมืองไปทิศเหนือ ๒๒๐

เมตร

จากหลักเขตที่

๙ เป็นเส้นตรงไปทิศเหนือ จดหลักเขตที่ ๑๐ ที่ริมถนนไปอำเภอหางสัตว์

และห่างจากคลองรองสามดวง ๑๗๐ เมตร

จากหลักเขตที่ ๑๐ เป็นเส้นตรงไปบรรจบกับหลักเขตที่

ดังปรากฏในแผนผังท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

ตามเส้นแนวเขตดังกำหนดไว้ในวรรคก่อน

ให้มีหลักย่อยปักไว้เป็นระยะเพื่อแสดงแนวเขตด้วยตามควร

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ที่ดินหรือโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างของผู้ใดเหลื่อมล้ำเข้ามาในเส้นเขตที่กำหนดไว้ในมาตรา

๔ แม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใด ให้ถือว่าที่ดินซึ่งติดต่อเป็นผืนเดียวกันนั้น หรือโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างนั้น

ๆ อยู่ในเขตเทศบาลเต็มทุกส่วน

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พ.อ.

พหลพลพยุหเสนา

นายกรัฐมนตรี

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แผนผังเขตเทศบาลเมืองลำปาง

จังหวัดลำปาง ท้ายพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พุทธศักราช

๒๔๗๘

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ศรินรัตน์/จัดทำ

๑๒

มีนาคม ๒๕๖๓

อรญา/ตรวจ

๒๐

มีนาคม ๒๕๖๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๕๒/-/หน้า ๒๑๑๔/๒๕ มีนาคม ๒๔๗๘

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a065450832bd6be5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com