法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน

เพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวม

ในท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ

พ.ศ. ๒๕๕๘

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม ในท้องที่ ๔๗ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดศรีสะเกษด้วย และเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผัง โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการ ขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้า ซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ให้คำนวณเฉพาะพื้นที่อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อประกอบกิจการพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งเท่านั้น โดยไม่ต้องนำพื้นที่เก็บสินค้า พื้นที่สำนักงาน และพื้นที่ส่วนอื่นที่อยู่ภายในอาคารมารวมคำนวณด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ แต่ทั้งนี้ ไม่หมายความรวมถึงบริเวณตามกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหนองไผ่ ตำบลหญ้าปล้อง ตำบลโพธิ์ ตำบลเมืองเหนือ ตำบลเมืองใต้ ตำบลหนองครก ตำบลโพนข่า และตำบลซำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ. ๒๕๔๗ และเทศบัญญัติเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหญ้าปล้อง อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ ๓ ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้ หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกันทรารมย์ อำเภอกันทรารมย์

(๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลขุนหาญ อำเภอขุนหาญ

(๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง

(๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเมืองคง อำเภอราษีไศล

(๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบึงบูรพ์ อำเภอบึงบูรพ์

(๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลพยุห์ อำเภอพยุห์

(๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลยางชุมน้อย อำเภอยางชุมน้อย

(๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลศรีรัตนะ อำเภอศรีรัตนะ

(๙) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลห้วยทับทัน อำเภอห้วยทับทัน

(๑๐) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่

(๑๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลจานแสนไชย อำเภอห้วยทับทัน

(๑๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกระหวัน อำเภอขุนหาญ

(๑๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ

(๑๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสิ อำเภอขุนหาญ

(๑๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ

(๑๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ

(๑๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง

(๑๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบัวหุ่ง อำเภอราษีไศล

(๑๙) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล

(๒๐) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองหญ้าลาด อำเภอกันทรลักษ์

(๒๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสวนกล้วย อำเภอกันทรลักษ์

(๒๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลอุทุมพรพิสัย อำเภออุทุมพรพิสัย

(๒๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโคกจาน อำเภออุทุมพรพิสัย

(๒๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย

(๒๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย

(๒๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลศรีสะอาด อำเภอขุขันธ์

(๒๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโดด อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ

(๒๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลผือใหญ่ อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ

(๒๙) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบุสูง อำเภอวังหิน

(๓๐) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลวังหิน อำเภอวังหิน

(๓๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองใหญ่ อำเภอเมืองจันทร์

(๓๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเมืองจันทร์ อำเภอเมืองจันทร์

(๓๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลน้ำคำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ

(๓๔) ในท้องที่เขตเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ อำเภอกันทรลักษ์

(๓๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย

(๓๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเมืองขุขันธ์ อำเภอขุขันธ์

(๓๗) ในท้องที่ตำบลหญ้าปล้อง อำเภอเมืองศรีสะเกษ

(๓๘) ในท้องที่ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมืองศรีสะเกษ

(๓๙) ในท้องที่ตำบลโพธิ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ

(๔๐) ในท้องที่ตำบลหนองแก้ว อำเภอเมืองศรีสะเกษ

(๔๑) ในท้องที่ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ

(๔๒) ในท้องที่ตำบลโพนข่า อำเภอเมืองศรีสะเกษ

(๔๓) ในท้องที่ตำบลซำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ

(๔๔) ในท้องที่ตำบลโพนค้อ อำเภอเมืองศรีสะเกษ

(๔๕) ในท้องที่ตำบลหนองไฮ อำเภออุทุมพรพิสัย

(๔๖) ในท้องที่ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย

(๔๗) ในท้องที่ตำบลตาเกษ อำเภออุทุมพรพิสัย

(๔๘) ในท้องที่ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย

(๔๙) ในท้องที่ตำบลหนองห้าง อำเภออุทุมพรพิสัย

(๕๐) ในท้องที่ตำบลปะอาว อำเภออุทุมพรพิสัย

(๕๑) ในท้องที่ตำบลแข้ อำเภออุทุมพรพิสัย

(๕๒) ในท้องที่ตำบลก้านเหลือง อำเภออุทุมพรพิสัย

(๕๓) ในท้องที่ตำบลดองกำเม็ด อำเภอขุขันธ์

(๕๔) ในท้องที่ตำบลใจดี อำเภอขุขันธ์

(๕๕) ในท้องที่ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์

(๕๖) ในท้องที่ตำบลห้วยสำราญ อำเภอขุขันธ์

(๕๗) ในท้องที่ตำบลสะเดาใหญ่ อำเภอขุขันธ์

(๕๘) ในท้องที่ตำบลหนองฉลอง อำเภอขุขันธ์

(๕๙) ในท้องที่ตำบลห้วยใต้ อำเภอขุขันธ์

(๖๐) ในท้องที่ตำบลจานใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์

(๖๑) ในท้องที่ตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์

(๖๒) ในท้องที่ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์

(๖๓) ในท้องที่ตำบลเวียงเหนือ อำเภอกันทรลักษ์

(๖๔) ในท้องที่ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์

(๖๕) ในท้องที่ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์

ทั้งนี้ ในท้องที่ตาม (๑) ถึง (๓๓) ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ และในท้องที่ตาม (๓๔) ถึง (๖๕) ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ หรือข้อ ๖ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรแต่ไม่เกิน ๘๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทางหรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๐.๓

(๔) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคารห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตรโดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทาง ด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(๑๑) กรณีอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำ คู คลอง ลำธารหรือลำกระโดง ต้องมีที่ว่างอันปราศจากอาคารและสิ่งก่อสร้างใด ๆ ในด้านที่ติดกับแหล่งน้ำสาธารณะนั้น ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า ๑๐ เมตร ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๓ เมตร แต่ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่ ๑๐ เมตรขึ้นไป ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๖ เมตร สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น บึง หรือทะเลสาบ ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันเกิน ๘๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

(๒) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

(๓) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๐.๒

(๔) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคารห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตรโดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวจากเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร สำหรับพื้นที่อาคาร ๑,๐๐๐ ตารางเมตรแรก ส่วนที่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร คิดในอัตรา ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(๑๑) กรณีอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำ คู คลอง ลำธารหรือลำกระโดง ต้องมีที่ว่างอันปราศจากอาคารและสิ่งก่อสร้างใด ๆ ในด้านที่ติดกับแหล่งน้ำสาธารณะนั้น ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า ๑๐ เมตร ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๓ เมตร แต่ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่ ๑๐ เมตรขึ้นไป ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๖ เมตร สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น บึง หรือทะเลสาบ ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ข้อ ๕ (๖) ข้อ ๕ (๗) ข้อ ๕ (๘) ข้อ ๖ (๖) ข้อ ๖ (๗) และข้อ ๖ (๘) ผู้ขออนุญาตอาจยื่นขอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๘ เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการผังเมืองระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมได้ ทั้งนี้ ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๖) มีที่ว่างด้านหน้าอาคารห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๕๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

(๒) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๑๕ เมตรได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

(๓) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๘) และข้อ ๖ (๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร มีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถานและสถานศึกษาน้อยกว่า ๕๐๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เมตร

(๔) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๖ (๖) มีที่ว่างด้านหน้าอาคารห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๗๕ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

(๕) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๖ (๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๒๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการก่อสร้างอาคาร หรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ ปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘

ยุทธนา วิริยะกิตติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

เจ้าพนักงานการผัง

ปริยานุช/จัดทำ

๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๘

ปริญสินีย์/ตรวจ

๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๓๑๙ ง/หน้า ๑๔๒/๒ ธันวาคม ๒๕๕๘

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a1077c7e759ee862

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com