法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2561 เรื่อง กลไกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๑๙/๒๕๖๑

เรื่อง กลไกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ

และการสร้างความสามัคคีปรองดอง

ตามที่ได้มีการกำหนดทิศทางการดำเนินการของบางองค์กรเพื่อแก้ปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานในด้านการให้คำปรึกษาทางเศรษฐกิจและสังคม

การพัฒนาการเมืองและการปฏิรูปกฎหมาย ให้สอดคล้องกับการดำเนินการในช่วงการเตรียมการในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ

ตลอดจนการดำเนินการอื่นในช่วงระหว่างการจัดทำและประกาศใช้บังคับของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

เพื่อให้การบริหารงานภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดความซ้ำซ้อน โดยได้มีการยกเลิกพระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๔๓ พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ และพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๓ เว้นแต่บทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินการของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง และสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการสนับสนุนภารกิจตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายตามความเหมาะสมได้ต่อไป

ตามที่กำหนดในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗๑/๒๕๕๙

เรื่อง การยกเลิกกฎหมายว่าด้วยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยสภาพัฒนาการเมือง

และกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙

โดยที่ปัจจุบันได้มีการกำหนดภารกิจและบทบาทของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ

ตลอดจนการดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเป็นที่ชัดเจนแล้ว สมควรปรับปรุงบทบาทและภารกิจของหน่วยงานข้างต้นไม่ให้มีความซ้ำซ้อน

ในขณะเดียวกันควรกำหนดกลไกในการขับเคลื่อนภารกิจในการปฏิรูปและการบริหารราชการแผ่นดิน

เพื่อเร่งรัดการดำเนินการตามนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปและการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในคำสั่งนี้

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๔๓ และมาตรา ๒๗/๒ แห่งพระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗

ให้โอนบรรดากิจการ

ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ และภาระผูกพันและให้โอนข้าราชการ พนักงานราชการลูกจ้างและอัตรากำลังของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปเป็นของหน่วยงานของรัฐตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศกำหนด

โดยให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์หรือขั้นตอนที่กำหนดไว้ในกฎหมาย กฎ

ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกหมวด ๓ แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง

พ.ศ. ๒๕๕๑

ให้โอนบรรดากิจการ

ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ และภาระผูกพัน และให้โอนพนักงานลูกจ้างและอัตรากำลังของสำนักงานสภาพัฒนาการเมืองไปเป็นของสถาบันพระปกเกล้าตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศกำหนด

โดยให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์หรือขั้นตอน

ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

ให้พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานสภาพัฒนาการเมืองที่โอนมาปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานในสถาบันพระปกเกล้า

ยังคงได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าจ้าง ค่าตอบแทนและสวัสดิการเท่าที่เคยได้รับอยู่เดิมโดยให้สถาบันพระปกเกล้าพิจารณานำระเบียบว่าด้วยการบริหารงานบุคคลการจัดสวัสดิการ

และสิทธิประโยชนอื่นแก่ผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเมืองมาใช้บังคับไปพลางก่อนเท่าที่จำเป็น

บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่งหรือมติคณะรัฐมนตรีใดที่อ้างถึงสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง

และพนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานสภาพัฒนาการเมืองให้ถือว่าอ้างถึงสถาบันพระปกเกล้า

พนักงานหรือลูกจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานในสถาบันพระปกเกล้า แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกหมวด ๔ แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง

พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้โอนเงินและทรัพย์สินของกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองที่คงเหลือนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกหมวด

๓ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้

และภาระผูกพัน และให้โอนพนักงานลูกจ้างและอัตรากำลังของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายไปเป็นของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินหรือหน่วยงานของรัฐตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศกำหนด

โดยให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์หรือขั้นตอนที่กำหนดไว้ในกฎหมาย กฎ

ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

ให้พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่โอนมาปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานในสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินหรือหน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่งยังคงได้รับเงินเดือนเงินประจำตำแหน่ง

ค่าจ้าง ค่าตอบแทนและสวัสดิการเท่าที่เคยได้รับอยู่เดิมโดยให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณานำระเบียบว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

การจัดสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่นแก่ผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมาใช้บังคับไปพลางก่อนเท่าที่จำเป็น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวกับการโอนบรรดาทรัพย์สิน

งบประมาณ สิทธิ หนี้ และภาระผูกพันของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

สำนักงานสภาพัฒนาการเมืองและสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ให้พิจารณาตามความเหมาะสมและจำเป็นและสอดคล้องกับหลักการที่กำหนดไว้ในข้อ ๕/๑ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ

และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ลงวันที่ ๑๗ มกราคม

พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๘/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๓/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช

๒๕๖๐

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็น (๑๕) ของมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๔๖/๒๕๖๐ เรื่อง การจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

“(๑๕) สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ

และการสร้างความสามัคคีปรองดอง”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้สำนักงานเป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะเทียบเท่ากรมที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีกระทรวง

หรือทบวงอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี โดยวิธีการปฏิบัติราชการและการบริหารงาน

การบริหารบุคคล การจัดโครงสร้าง การแบ่งส่วนงานหน้าที่และอำนาจของส่วนงานและอัตรากำลัง

ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

ให้การงบประมาณ

การเงินการคลัง การพัสดุและการจัดการทรัพย์สินของสำนักงานเป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงาน

ให้มีผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดองซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ

พนักงาน และลูกจ้างในสำนักงาน และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้สำนักงานเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ นายกรัฐมนตรีอาจสั่งให้ข้าราชการ พนักงานราชการ

หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐไปช่วยปฏิบัติงานในสำนักงานโดยมีกำหนดเวลาตามที่ตกลงกับผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานของรัฐก็ได้และให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลหรือองค์กรอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ทำนองเดียวกันของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐนั้นจัดให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่จัดส่งบุคคลดังกล่าวไปปฏิบัติหน้าที่ยังสำนักงานมีอัตรากำลังแทนตามความจำเป็นแต่ไม่เกินจำนวนอัตรากำลังที่จัดส่งไป

ให้บุคคลที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานในสำนักงานตามวรรคหนึ่ง

มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราที่ได้รับอยู่เดิมต่อไป สำหรับสิทธิประโยชน์อื่นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้สำนักงานมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) เสนอแนะมาตรการและแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหา และติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการตามมติของคณะกรรมการ

และคณะกรรมการตามข้อ ๑๒ โดยมุ่งเน้นภารกิจเชิงบูรณาการและปฏิบัติการเพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามแผนการปฏิรูปประเทศนโยบายการปฏิรูปของรัฐบาล

ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และแผนการสร้างความสามัคคีปรองดองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

(๒) บูรณาการข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ

แผนแม่บทและแผนการสร้างความสามัคคีปรองดอง

(๓) ประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ

และคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานตามข้อ ๑๒ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

(๔) รับเรื่องร้องเรียนหรือร้องทุกข์จากประชาชนเกี่ยวกับการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ

แผนแม่บท และแผนการสร้างความสามัคคีปรองดองของหน่วยงานของรัฐ

(๕) จัดฝึกอบรมและประเมินผลหลักสูตรการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ

และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ทุกระดับ

(๖) ดำเนินการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ นอกจากหน้าที่และอำนาจตามข้อ ๑๑ แล้ว ให้สำนักงานรับผิดชอบในงานธุรการงานทางวิชาการ

และเป็นฝ่ายเลขานุการให้แก่คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน ดังต่อไปนี้

(๑) คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง

(ป.ย.ป.) คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ

คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง

ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐ ลงวันที่

๑๗ มกรำคม ๒๕๖๐

(๒) คณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล (กขร.) ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๑๓/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๗

(๓) คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน (กขป.) รวม ๕ คณะตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน

๒๕๕๘ และวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

(๔) คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล (คตน.) ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๔๓/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๓

มิถุนายน ๒๕๕๙

(๕) คณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่

๓๓๑/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๐

(๖) คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๘๘/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๑

(๗) คณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๒๒๖/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๔

พฤศจิกายน ๒๕๕๗

(๘) คณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนนโยบายสานพลังประชารัฐประจำจังหวัด (คสป.) ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๐๖/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

(๙) คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบาย THAILAND 4.0 ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๙๔/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๐

(๑๐) คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี

ที่ ๒๑/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๑

(๑๑) คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ให้สำนักงานทำหน้าที่ประสานงาน

ติดตามและรายงานผลการดำเนินการของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการตามข้อ ๑๓ เป็นประจำทุกเดือน

เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง นายกรัฐมนตรีอาจมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ

คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานอื่นอีกได้ รวมทั้งมีอำนาจยกเลิก ยุบรวม เปลี่ยนชื่อ และปรับปรุงองค์ประกอบหรือหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานตามวรรคหนึ่งได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ

รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ และรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจำนวนไม่เกินสามคน

ปลัดกระทรวงกลาโหม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากภาคเอกชนโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจำนวนไม่เกินสามคน

เป็นกรรมการ

ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ

และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานเป็นผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดนโยบายและแนวทางในการขับเคลื่อนและบูรณาการการปฏิรูปประเทศตามแผนการปฏิรูปประเทศ

นโยบายการปฏิรูปของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และแผนการสร้างความสามัคคีปรองดอง

(๒) เร่งรัด ขับเคลื่อนกำกับดูแล และประเมินผลการดำเนินการของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการและคณะทำงานตามข้อ

๑๒ เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามแผนการปฏิรูปประเทศนโยบายการปฏิรูปของรัฐบาล

ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และแผนการสร้างความสามัคคีปรองดองบรรลุเป้าหมายและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

(๓) กำกับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของสำนักงานให้เป็นไปตามข้อ ๑๑

และข้อ ๑๒

(๔) แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๕) ดำเนินการอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การปฏิบัติหน้าที่และค่าตอบแทนของคณะกรรมการ

รวมทั้งวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อครบกำหนดห้าปีนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาความจำเป็นและเหมาะสมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน

ทั้งนี้ ในกรณีที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเห็นควรให้สำนักงานยุติบทบาทการดำเนินการ

ให้ความในข้อ ๗ ถึงข้อ ๑๕ เป็นอันสิ้นสุดลง และให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเสนอแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการโอนบุคลากร

ทรัพย์สินและหนี้ สินของสำนักงานไปยังหน่วยงานใดต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเป็นประการใดให้ดำเนินการไปตามนั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การโอนและการรับโอนตามข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ

๕ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้

มีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนสำนักงบประมาณ

และกระทรวงการคลัง สนับสนุนการดำเนินการตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในกรณีที่มีปัญหาหรืออุปสรรคในการดำเนินการให้เสนอนายกรัฐมนตรีเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่เห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐[๑] คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช

๒๕๖๑

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

วิวรรธน์/ธนบดี/จัดทำ

๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๙๙ ง/หน้า ๓๖/๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2561 เรื่อง กลไกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a13269a2faa7c462

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com