法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ข้อกำหนดคดีล้มละลาย

ข้อกำหนดคดีล้มละลาย

พ.ศ. ๒๕๔๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒

อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลางโดยอนุมัติประธานศาลฎีกาออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาและการรับฟังพยานหลักฐานใช้บังคับในศาลล้มละลาย

และศาลอื่นที่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนศาลล้มละลาย ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อกำหนดนี้เรียกว่า

"ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

บททั่วไป

วิธีการติดต่อระหว่างศาล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

เพื่อให้กระบวนพิจารณาเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว และเที่ยงธรรม

การติดต่อระหว่างศาลล้มละลายกับศาลอื่นอาจทำโดยโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์

หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นแทนการติดต่อโดยทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษหรือประกอบกันก็ได้

โดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วน

และความเหมาะสมแก่ลักษณะเนื้อหาของเรื่องที่ทำการติดต่อ

รวมทั้งจำนวนและลักษณะของเอกสารหรือวัตถุอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ศาลกำหนด

การดำเนินกระบวนพิจารณา

ยื่นคำคู่ความต่อศาลจังหวัด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระหว่างที่ศาลล้มละลายภาคยังมิได้เปิดทำการในท้องที่ใด

เมื่อมีผู้ยื่นคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลจังหวัดตามมาตรา ๓๐

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒

ให้ผู้ยื่นคำฟ้องหรือคำร้องขอจัดทำสำเนาคำฟ้องหรือคำร้องขอสำหรับศาลจังหวัดด้วยหนึ่งชุด

แล้วให้ศาลจังหวัดส่งต้นฉบับมายังศาลล้มละลายกลางโดยเร็ว

เพื่อมีคำสั่งและแจ้งคำสั่งดังกล่าว พร้อมกับส่งหมายเรียกให้แก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง

ถ้าหากมี ไปยังศาลจังหวัดโดยเร็วเช่นกัน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ศาลจังหวัดแจ้งคำสั่งที่ได้รับจากศาลล้มละลายกลางให้ผู้ยื่นคำฟ้องหรือคำร้องขอทราบโดยเร็ว

และในกรณีที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำฟ้องหรือคำร้องขอ

ให้ผู้ยื่นคำฟ้องหรือคำร้องขอ

ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลจังหวัดภายในเจ็ดวันนับแต่วันทราบคำสั่ง

เพื่อให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องหรือสำเนาคำร้องขอให้แก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่ในคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ให้ศาลล้มละลายกลางดำเนินการตามมาตรา

๙๐/๙ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓

เมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำฟ้องหรือคำร้องขอแล้ว

ให้รีบนำเสนออธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลางเพื่อกำหนดวัน เวลา

และศาลที่จะนั่งพิจารณาพิพากษาคดีตามความเหมาะสม

และให้ศาลล้มละลายกลางแจ้งศาลจังหวัดเพื่อให้แจ้งกำหนดวัน เวลา

และศาลที่จะนั่งพิจารณาพิพากษาคดีนั้นให้คู่ความทราบโดยเร็ว

การขอให้สืบพยานหลักฐานไว้ก่อน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

คำร้องขอหรือคำร้องให้ศาลมีคำสั่งให้สืบพยานหลักฐานไว้ก่อนตามมาตรา ๑๖

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒

ต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่แสดงว่ามีความจำเป็นที่จะต้องสืบพยานหลักฐานไว้ก่อน

และในกรณีที่ยังมิได้มีคดีล้มละลายเกิดขึ้นต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่แสดงว่ามีเหตุที่จะเกิดคดีล้มละลายขึ้น

ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินตามมาตรา ๑๗

แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

คำร้องต้องบรรยายถึงข้อเท็จจริงที่แสดงว่ามีเหตุฉุกเฉินซึ่งหากแจ้งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องทราบก่อนแล้ว

พยานหลักฐานดังกล่าวจะถูกทำให้เสียหาย สูญหาย

หรือมีเหตุอื่นใดที่จะทำให้ยากแก่การนำมาสืบในภายหลังได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องให้ยึดหรืออายัดเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินตามข้อ

๖ วรรคสอง

ศาลอาจสั่งให้ผู้ขอวางหลักประกันตามจำนวนภายในระยะเวลาและกำหนดเงื่อนไขอย่างใดตามที่ศาลเห็นสมควรสำหรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการสืบพยานบุคคลโดยระบบการประชุมทางจอภาพตามข้อ ๑๗

มาใช้บังคับแก่การพิจารณาตามข้อ ๖ และข้อ ๗ โดยอนุโลมเอกสารภาษาต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ถ้าเอกสารที่ส่งต่อศาลได้ทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษและคู่ความตกลงกันว่าไม่ต้องทำคำแปลทั้งฉบับหรือแต่บางส่วน

และศาลเห็นว่ามิใช่พยานหลักฐานในประเด็นหลักแห่งคดี

ศาลจะอนุญาตให้ส่งเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานต่อศาลโดยไม่ต้องทำคำแปลก็ได้การบันทึกคำเบิกความของพยาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในการบันทึกคำเบิกความของพยาน ศาลอาจจัดให้มีการบันทึกด้วยวิธีหนึ่งวิธีใด

หรือหลายวิธีประกอบกัน ดังต่อไปนี้

(๑)

ให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้บันทึกและอ่านคำเบิกความนั้นให้พยานฟังแทน

(๒) ให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้บันทึกด้วยการจดชวเลข

หรือวิธีใด ๆ อันสามารถ

ถอดความเป็นภาษาไทยได้

(๓) บันทึกโดยใช้เครื่องมือในการบันทึกเสียง

(๔) บันทึกโดยใช้เครื่องมือในการบันทึกภาพและเสียง

ถ้าศาลจัดให้มีการบันทึกตาม (๒)

ศาลต้องจัดให้มีการบันทึกด้วยวิธีการอื่นประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

เมื่อศาลจัดให้มีการบันทึกคำเบิกความของพยานด้วยวิธีการตามข้อ ๑๐ (๒), (๓)

หรือ (๔) ศาลอาจจัดให้มีการลงลายมือชื่อของพยานเพื่อรับรองว่าตนเป็นผู้ให้ถ้อยคำตามที่มีการบันทึกไว้ก็ได้

ในกรณีเช่นว่านี้

ศาลไม่จำต้องจัดให้มีการถอดความบันทึกคำเบิกความของพยานเป็นภาษาไทยหรือเป็นหนังสืออีก

เว้นแต่เมื่อมีคู่ความฝ่ายใดยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลในประเด็นที่เกี่ยวกับพยานนั้น

พยานหลักฐาน

การกำหนดแนวทางการดำเนินคดี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ก่อนมีการสืบพยานศาลอาจสั่งให้คู่ความทุกฝ่ายมาศาล

เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินคดี เช่น

(๑) กำหนดระยะเวลาทั้งหมดในการดำเนินคดี

(๒) กำหนดวัน เวลา วิธีการ

และขั้นตอนในการดำเนินคดีที่จำเป็น เช่น จำนวนและรายละเอียดเกี่ยวกับพยานที่จะนำมาเบิกความ

บันทึกถ้อยคำแทนการสืบพยานบุคคล พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานเอกสาร

และพยานหลักฐานที่ต้องการให้ศาลเรียกจากคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอก

รวมทั้งการเดินเผชิญสืบและการส่งประเด็นไปสืบยังศาลอื่น เป็นต้น

(๓) กำหนดตัวผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลาย

และวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒

(๔)

ไกล่เกลี่ยเพื่อให้คดีเสร็จไปหรือนำวิธีการอนุญาโตตุลาการมาใช้การทบทวนความจำของพยาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ภายใต้บังคับบทบัญญัติตามมาตรา ๑๑๓ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

เมื่อพยานเบิกความถึงรายละเอียดของข้อเท็จจริงใดแห่งคดีซึ่งพยานไม่สามารถจำข้อเท็จจริงอันเป็นรายละเอียดนั้นได้

พยานอาจดูบันทึกทบทวนความจำของพยานประกอบการเบิกความโดยได้รับอนุญาตจากศาล

คู่ความอีกฝ่ายอาจร้องต่อศาลขอตรวจดูบันทึกทบทวนความจำของพยานดังกล่าวได้เมื่อพยานเบิกความเสร็จ

และหากศาลเห็นสมควร อาจรวมบันทึกทบทวนความจำของพยานนั้นไว้ในสำนวนก็ได้

การเสนอบันทึกถ้อยคำในการสืบพยานบุคคล

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีคำขอและศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ศาลอาจอนุญาตให้คู่ความเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง

หรือความเห็นของผู้ที่ตนประสงค์จะอ้างเป็นพยานแทนการซักถามผู้ให้ถ้อยคำเป็นพยานต่อหน้าศาลทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้

คู่ความที่ประสงค์จะขอเสนอบันทึกถ้อยคำแทนการซักถามพยานตามวรรคหนึ่งจะต้องยื่นคำร้องแสดงความจำนงพร้อมเหตุผลต่อศาลก่อนวันสืบพยานบุคคลนั้น

ให้ศาลพิจารณากำหนดระยะเวลาที่คู่ความจะต้องยื่นบันทึกถ้อยคำดังกล่าวต่อศาลและส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำนั้นให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง

เมื่อมีการยื่นบันทึกถ้อยคำต่อศาลแล้ว คู่ความที่ยื่นไม่อาจขอถอนบันทึกถ้อยคำนั้น

และให้ถือว่าบันทึกถ้อยคำดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีแล้ว

ให้ผู้ให้ถ้อยคำมาศาลเพื่อเบิกความตอบคำถามค้านและคำถามติงของคู่ความหากผู้ให้ถ้อยคำไม่มาศาล

ให้ศาลปฏิเสธที่จะรับฟังบันทึกถ้อยคำของผู้นั้นเป็นพยานหลักฐานในคดี

แต่ถ้าศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจะรับฟังบันทึกถ้อยคำที่ผู้ให้ถ้อยคำมิได้มาศาลนั้น

ประกอบพยานหลักฐานอื่นก็ได้

ในกรณีที่คู่ความตกลงกันให้พยานไม่ต้องมาศาล

หรือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่ติดใจถามค้านพยาน

ให้ศาลรับฟังบันทึกถ้อยคำดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

บันทึกถ้อยคำตามข้อ ๑๔ ให้มีรายการดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อศาล และเลขคดี

(๒) วัน เดือน ปี และสถานที่ที่ทำบันทึกถ้อยคำ

(๓) ชื่อและสกุลของคู่ความ

(๔) ชื่อ สกุล อายุ ที่อยู่ อาชีพ

และความเกี่ยวพันกับคู่ความของผู้ให้ถ้อยคำ

(๕) รายละเอียดแห่งข้อเท็จจริง

และหรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยคำ

(๖) ลายมือชื่อผู้ให้ถ้อยคำ

ห้ามมิให้แก้ไขเพิ่มเติมบันทึกถ้อยคำที่ได้ยื่นไว้แล้วต่อศาล

เว้นแต่เป็นรายการใน (๑) ถึง (๓)

หรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อยบันทึกถ้อยคำแทนการสืบพยานบุคคลของผู้ให้ถ้อยคำซึ่งอยู่ต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีคำขอและศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ศาลอาจอนุญาตให้เสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง

หรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยคำซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศต่อศาลแทนการนำผู้ให้ถ้อยคำมาเบิกความเป็นพยานต่อหน้าศาลทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้

ทั้งนี้

บันทึกถ้อยคำดังกล่าวให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑๕ หรือตามกฎหมายของประเทศที่บันทึกถ้อยคำนั้นได้ทำขึ้น

การสืบพยานบุคคลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีคำขอและศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ (VIDEO

CONFERENCE) ได้ โดยให้คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

และไม่ให้ถือว่าค่าใช้จ่ายนั้นเป็นค่าฤชาธรรมเนียมในการดำเนินกระบวนพิจารณาซึ่งศาลอาจพิพากษาให้คู่ความฝ่ายอื่นรับผิดได้ตามมาตรา

๑๖๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

การสืบพยานตามวรรคหนึ่งให้ถือเสมือนว่าพยานเบิกความในห้องพิจารณาของศาล

การรับฟังข้อมูลคอมพิวเตอร์

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ศาลอาจรับฟังข้อมูลที่บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือประมวลผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นพยานหลักฐานในคดีได้

หาก

(๑) การบันทึกข้อมูลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือการประมวลผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นการกระทำตามปกติในการประกอบกิจการของผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และ

(๒)

การบันทึกและการประมวลผลข้อมูลเกิดจากการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติงานตามขั้นตอนการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างถูกต้อง

และถ้าหากมีกรณีการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ขัดข้องก็ไม่กระทบถึงความถูกต้องของข้อมูลนั้น

การกระทำตามปกติของผู้ใช้ตาม (๑)

และความถูกต้องของการบันทึกและการประมวลผลข้อมูลตาม (๒)

ต้องมีคำรับรองของบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือดำเนินการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

คู่ความที่ประสงค์จะเสนอข้อมูลที่บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือประมวลผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องระบุข้อมูลที่จะอ้างไว้ในบัญชีระบุพยานตามมาตรา

๘๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พร้อมยื่นคำแถลงแสดงความจำนงเช่นว่านั้น

และคำรับรองตามข้อ ๑๘ วรรคสอง กับสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นในจำนวนที่เพียงพอเพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมารับไปจากเจ้าพนักงานศาล

เว้นแต่

(๑)

สื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นอยู่ในความครอบครองของคู่ความฝ่ายอื่น หรือของบุคคลภายนอก

ให้คู่ความฝ่ายที่อ้างอิงข้อมูลยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลขออนุญาตงดส่งคำรับรองตามข้อ

๑๘ วรรคสอง และสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูล

และขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นมาจากผู้ครอบครองโดยให้คู่ความฝ่ายที่อ้างนั้นมีหน้าที่ติดตามเพื่อให้ได้สื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นมาแสดงต่อศาลในวันสืบพยานหรือในวันอื่นตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนด

(๒) ถ้าการทำสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้น

จะทำให้กระบวนพิจารณาล่าช้าหรือเป็นที่เสื่อมเสียแก่คู่ความซึ่งอ้างอิงข้อมูลนั้น

หรือมีเหตุผลแสดงว่าไม่อาจส่งสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นให้แล้วเสร็จภายในเวลาตามที่กำหนดได้

ให้คู่ความฝ่ายที่อ้างอิงข้อมูลยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาล ขออนุญาตงดส่งสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูลและขอนำสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นมาแสดงต่อศาลในวันสืบพยานหรือในวันอื่นตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนด

ถ้าคู่ความฝ่ายที่อ้างอิงไม่สามารถนำสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นมาแสดงต่อศาลได้ภายในเวลาตามวรรคหนึ่ง

ศาลจะกำหนดให้ทำการตรวจข้อมูลดังกล่าว ณ สถานที่ เวลา

และภายในเงื่อนไขตามที่ศาลเห็นสมควรแล้วแต่สภาพแห่งข้อมูลนั้น ๆ ก็ได้

ถ้าคู่ความที่ประสงค์จะอ้างอิงข้อมูลที่บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือประมวลผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามความในวรรคหนึ่ง

หรือวรรคสอง ห้ามมิให้ศาลรับฟังข้อมูลนั้นเป็นพยานหลักฐาน

แต่ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจะรับฟังข้อมูลเช่นว่านั้นเป็นพยานหลักฐานประกอบพยานหลักฐานอื่นด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

คู่ความฝ่ายที่ถูกอีกฝ่ายหนึ่งอ้างอิงข้อมูลที่บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือประมวลผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์มาเป็นพยานหลักฐานยันตนอาจยื่นคำแถลงต่อศาลก่อนการสืบข้อมูลนั้นเสร็จ

คัดค้านการอ้างข้อมูลนั้น

โดยเหตุที่ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เข้าเงื่อนไขของการรับฟังตามข้อ ๑๘

หรือสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นปลอมหรือสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือบางส่วน

เว้นแต่จะแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลว่ามีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจทราบเหตุแห่งการคัดค้านได้ก่อนเวลาดังกล่าว

คู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำร้องขออนุญาตคัดค้านการอ้างข้อมูลหรือสื่อหรือสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูลเช่นว่านั้นต่อศาลไม่ว่าเวลาใด

ๆ ก่อนพิพากษาคดีและถ้าศาลเห็นว่าคู่ความฝ่ายนั้นไม่อาจยกข้อคัดค้านได้ก่อนนั้นและคำร้องนั้นมีเหตุผลฟังได้

ก็ให้ศาลอนุญาตตามคำร้อง ในกรณีที่มีการคัดค้านดังว่ามานี้ ให้นำมาตรา ๑๒๖

แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ถ้าคู่ความซึ่งประสงค์จะคัดค้านไม่คัดค้านการอ้างข้อมูลดังกล่าวเสียก่อนการสืบข้อมูลนั้นเสร็จ

หรือศาลไม่อนุญาตให้คัดค้านภายหลัง

ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายนั้นคัดค้านการอ้างอิงข้อมูลนั้นเป็นพยานหลักฐาน

แต่ทั้งนี้ไม่ตัดอำนาจของศาลในการที่จะไต่สวนและชี้ขาดในเรื่องเงื่อนไขของการรับฟังข้อมูลนั้นตามข้อ

๑๘ หรือในเรื่องความแท้จริงหรือถูกต้องของสื่อหรือสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูลเช่นว่านั้น

ในเมื่อศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ให้นำข้อกำหนด ข้อ ๑๘ ถึงข้อ ๒๐

มาใช้บังคับแก่การรับฟังข้อมูลที่บันทึกไว้ในหรือได้มาจากไมโครฟิล์ม

สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นโดยอนุโลม

การรับฟังพยานบอกเล่า

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ศาลอาจรับฟังพยานบอกเล่าเป็นพยานหลักฐานประกอบพยานหลักฐานอื่นได้เมื่อศาลเห็นว่า

(๑) ตามสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา

และข้อเท็จจริงแวดล้อมการบอกเล่าพยานบอกเล่านั้นมีความน่าเชื่อถือได้ว่าจะพิสูจน์ความจริงได้

หรือ

(๒) มีเหตุจำเป็น

เนื่องจากไม่สามารถนำบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ได้เห็น

ได้ยินหรือทราบข้อความในเรื่องที่จะให้การเป็นพยานนั้นมาด้วยตนเองโดยตรงมาเบิกความเป็นพยานได้

และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น

ข้อความซึ่งเป็นการบอกเล่าที่พยานบุคคลใดเบิกความต่อศาลก็ดี

หรือที่บันทึกไว้ในเอกสารหรือวัตถุอื่นใดซึ่งอ้างเป็นพยานหลักฐานต่อศาลก็ดี

หากนำเสนอเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้น ให้ถือเป็นพยานบอกเล่า

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ในการวินิจฉัยว่าบันทึกถ้อยคำที่ผู้ให้ถ้อยคำมิได้มาศาลตามข้อ ๑๔

วรรคสามหรือวรรคสี่ บันทึกถ้อยคำตามข้อ ๑๖ หรือพยานบอกเล่าตามข้อ ๒๒

มีน้ำหนักให้เชื่อฟังได้หรือไม่และเพียงใดนั้น

ศาลต้องกระทำด้วยความระมัดระวังโดยคำนึงถึงสภาพ ลักษณะ

และแหล่งที่มาของบันทึกถ้อยคำหรือพยานบอกเล่านั้นด้วย

คำพิพากษาและคำสั่งของศาล

รายการในคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลาย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลายที่จะต้องทำเป็นหนังสือนั้นจะไม่กล่าวหรือแสดงรายละเอียดแห่งคำฟ้อง

คำร้องขอ คำร้อง คำให้การ คำคัดค้านและทางนำสืบของคู่ความก็ได้ตามความเหมาะสม

แต่ต้องกล่าวหรือแสดงไว้โดยชัดแจ้งซึ่งเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในประเด็นแห่งคดี

ตลอดทั้งค่าฤชาธรรมเนียม

แบบพิมพ์

แบบพิมพ์

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลางอาจกำหนดแบบพิมพ์ใด ๆ

เพื่อใช้ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายได้

เมื่อมีกรณีที่จะต้องใช้แบบพิมพ์ตามวรรคหนึ่ง

คู่ความอาจจัดทำเอกสารตามรูปแบบแห่งแบบพิมพ์นั้นด้วยวิธีการใด ๆ

โดยไม่จำต้องใช้กระดาษแบบพิมพ์ตามที่ศาลจัดไว้ให้ก็ได้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒

สุนทร สิทธิเวชวิจิตร

ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

ช่วยทำงานในตำแหน่ง

อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง

วรวิมล/ผู้จัดทำ

๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

อัศวิน/ผู้ตรวจ

๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๘๘ ง/หน้า ๑๔/๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๒

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a172b0fc96b814cf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com