ข้อ ๖
ผลการพิจารณาไต่สวนชั้นที่สุด
กรมการค้าต่างประเทศได้จัดทำรายงานสรุปผลการไต่สวนและนำเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนเพื่อพิจารณาวินิจฉัยชั้นที่สุดเมื่อวันที่
๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้พิจารณาแล้ว มีความเห็นดังนี้
๖.๑
ผลการพิจารณาการทุ่มตลาด
ในการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
กรณีของผู้ที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามจะพิจารณาข้อมูลตามแบบสอบถามที่ได้รับจากผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกแต่ละราย
ส่วนกรณีของผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามหรือผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นๆ
จะพิจารณาโดยใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๗
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยช่วงระยะเวลาของข้อมูลที่ใช้ในการไต่สวนการทุ่มตลาด (Investigation Period :IP) คือ
ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙
ซึ่งผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกสินค้าบล็อกแก้วที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามมีเพียง ๑
ราย คือ บริษัท Dezhou Zhenhua Decoration Glass Co., Ltd. โดยบริษัทดังกล่าวมีปริมาณการส่งออกสินค้าที่ถูกพิจารณามายังประเทศไทย
เมื่อเทียบกับปริมาณการนำเข้ารวมจากสาธารณรัฐประชาชนจีนตามสถิติกรมศุลกากร
ภายใต้พิกัดอัตราศุลกากรที่ถูกไต่สวน คิดเป็นร้อยละ ๕๑
ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
สรุปการคำนวณมูลค่าปกติและราคาส่งออกเพื่อพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด ดังนี้
๖.๑.๑
บริษัท Dezhou Zhenhua Decoration Glass Co., Ltd.
(๑) มูลค่าปกติ
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๕ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยคำนวณจากราคาขายภายในสาธารณรัฐประชาชนจีนตามแบบสอบถาม
แล้วทอนเป็นราคาขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน
(๒) ราคาส่งออก
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยคำนวณจากราคาส่งออกมาประเทศไทยตามแบบสอบถาม
แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน
(๓) ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติตาม (๑) และราคาส่งออกตาม (๒)
ซึ่งเป็นราคา ณ ระดับการค้าเดียวกัน คือราคา ณ หน้าโรงงาน
และในช่วงระยะเวลาเดียวกันคือช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ปรากฏส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๕.๑๐ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.
๖.๑.๒
ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นๆ
คำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๘ประกอบมาตรา ๒๗
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่
คือมูลค่าปกติและราคาส่งออกตามแบบคำขอของอุตสาหกรรมภายใน ซึ่งปรากฏส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ
๘๒.๗๘ ของราคาซี.ไอ.เอฟ.
๖.๒
ผลการพิจารณาความเสียหาย
คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้วินิจฉัยความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ในมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับตามแบบสอบถามของอุตสาหกรรมภายใน ๑ ราย คือ
บริษัท บางกอกคริสตัล จำกัด และผู้นำเข้า ๑ รายคือ บริษัท ค้าสากลซิเมนต์ไทย จำกัด
รวมทั้งผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน ๑ รายคือ บริษัท Dezhou Zhenhua Decoration
Glass Co., Ltd. ซึ่งให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามครบถ้วนโดยข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณา
คือ ข้อมูลในช่วง ๓ ปีย้อนหลัง (ปี ๒๕๔๖ ถึงปี ๒๕๔๘)
โดยช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด คือ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ และช่วงเดียวกันก่อนช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด
คือตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘
ผลการพิจารณาความเสียหาย
ปรากฏว่ามีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑) ดังนี้
๖.๒.๑
ปริมาณของสินค้าทุ่มตลาดและผลของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
(๑) ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาด
จากสถิติของกรมศุลกากร
พบว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี
๒๕๔๖ ถึงปี ๒๕๔๘ และมีสัดส่วนสูงสุดตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๔๘
จนถึงช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด โดยมีสัดส่วนร้อยละ ๖๐ ถึง ๖๖
ในขณะที่ปริมาณการนำเข้าจากประเทศอื่นในช่วงระยะเวลาเดียวกันรวมกันมีสัดส่วนร้อยละ๓๔
ถึง ๔๐ ของช่วงระยะเวลาเดียวกัน
(๒)
ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
เกิดผลกระทบต่อราคาของอุตสาหกรรมภายใน
ในลักษณะการตัดราคา การกดราคา และการยับยั้งการขึ้นราคา
๖.๒.๒
ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่ออุตสาหกรรมภายใน
ยอดจำหน่าย
อุตสาหกรรมภายในมียอดจำหน่ายลดลงในปี
๒๕๔๗ แต่เพิ่มขึ้นในปี๒๕๔๘ และในช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด
กำไร
อุตสาหกรรมภายในอยู่ในภาวะขาดทุนไม่สามารถเพิ่มราคาขายเพื่อทำกำไรได้
ผลผลิต
อุตสาหกรรมภายในมีผลผลิตลดลงระหว่างปี
๒๕๔๖ ถึงปี ๒๕๔๗ และในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ส่วนแบ่งตลาด
อุตสาหกรรมภายในมีส่วนแบ่งการตลาดลดลงระหว่างปี
๒๕๔๖ ถึงปี ๒๕๔๘ อย่างไรก็ตาม มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ความสามารถในการผลิต
เมื่อพิจารณาจากอัตราของผลผลิตที่ได้เทียบกับวัตถุดิบที่ใช้
พบว่าความสามารถใน การผลิตของอุตสาหกรรมภายในมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย
ผลตอบแทนการลงทุน
อุตสาหกรรมภายในมีผลตอบแทนการลงทุนติดลบตลอดช่วงปี
๒๕๔๗ จนถึง ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การใช้กำลังการผลิต
การใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมภายในค่อนข้างคงที่
ผลกระทบต่อราคาสินค้าภายในประเทศ
พบว่าระหว่างปี
๒๕๔๖
ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดอุตสาหกรรมภายในไม่สามารถเพิ่มราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นและยังมีการขายต่ำกว่าทุน
กระแสเงินสด
อุตสาหกรรมภายในมีกระแสเงินสดลดลงในปี
๒๕๔๗ ถึงปี ๒๕๔๘ อย่างไรก็ตาม
กระแสเงินสดได้เพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
สินค้าคงคลัง
สินค้าคงคลังลดลงตั้งแต่ปี
๒๕๔๗ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การจ้างงาน
พิจารณาจากจำนวนแรงงาน
โดยอุตสาหกรรมภายในมีการจ้างแรงงานค่อนข้างคงที่ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ถึงปี ๒๕๔๘
และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ค่าจ้างแรงงาน
อัตราค่าจ้างแรงงานทางตรงเฉลี่ยต่อเดือนค่อนข้างคงที่ในช่วงปี๒๕๔๖
ถึงปี ๒๕๔๗ แต่เพิ่มขึ้นในปี ๒๕๔๘ และช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
อัตราการเจริญเติบโต
อัตราการเจริญเติบโตของปริมาณการขายภายในประเทศของอุตสาหกรรมภายในในช่วงปี
๒๕๔๖ ถึงปี ๒๕๔๗ ติดลบ ซึ่งแปรผกผันกับปริมาณการใช้ในประเทศที่เพิ่มขึ้น
และระหว่างปี ๒๕๔๘ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
อุตสาหกรรมภายในมีอัตราการเจริญเติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราการเจริญเติบโตของอุปสงค์ภายในประเทศ
ความสามารถในการเพิ่มทุนหรือการลงทุน
อุตสาหกรรมภายในมีการเพิ่มทุนในช่วงปี
๒๕๔๘
ความสัมพันธ์ของปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
มีความสัมพันธ์ของปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
โดยมีอัตราการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างร้อยละ ๕.๑๐ ถึงร้อยละ ๘๒.๗๘
ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.
ซึ่งการทุ่มตลาดดังกล่าวส่งผลให้มีการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง
๖.๒.๓
การพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
(๑) ปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่น
จากสถิติของกรมศุลกากร
พบว่าเมื่อเทียบกับปริมาณการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
ปริมาณการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากประเทศอื่นโดยรวมมีสัดส่วนลดลงในช่วงปี ๒๕๔๖
ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ในขณะที่ปริมาณการนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างมาก
(๒) ความต้องการใช้ภายในประเทศ
ในภาพรวมความต้องการใช้สินค้าบล็อกแก้วภายในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงปี
๒๕๔๖ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงมิได้มีสาเหตุมาจากการหดตัวของตลาดหรือการลดลงของอุปสงค์
จากการพิจารณาข้างต้นสรุปได้ว่า
มีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑)
ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ เนื่องจาก
ก.
ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ข.
มีผลกระทบต่อราคาของอุตสาหกรรมภายใน โดยมีการขายตัดราคา กดราคา
และยับยั้งการขึ้นราคา
ค.
ด้านผลกระทบต่อสถานะของอุตสาหกรรมภายในซึ่งพิจารณาจากปัจจัยที่บ่งบอกเกี่ยวกับสภาพทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมภายใน
ปรากฏว่าในขณะที่ความต้องการใช้ภายในประเทศเพิ่มขึ้น
แต่อุตสาหกรรมภายในกลับไม่สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นได้
เนื่องจากถูกสินค้าทุ่มตลาดเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด
รวมทั้งยังต้องขายสินค้าในราคาต่ำกว่าทุน
ส่งผลให้อยู่ในภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่องและมีผลตอบแทนการลงทุนเป็นลบ
ง.
มีความสัมพันธ์ระหว่างการทุ่มตลาดและความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๒๑
ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๘ และช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคือจาก ๗๗
ตัน ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เพิ่มขึ้นเป็น ๑๑,๗๖๘ ตัน ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดโดยมีการทุ่มตลาดในอัตรา
ระหว่างร้อยละ ๕.๑๐ ถึงร้อยละ ๘๒.๗๘ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.
และเมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นๆ
ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในได้แก่ปริมาณและราคาสินค้านำเข้าจากประเทศอื่นๆ
พบว่ามีสัดส่วนน้อยในขณะที่ความต้องการใช้ภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นมากดังนั้นปัจจัยอื่นๆ
เหล่านี้จึงมิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
สรุปได้ว่าความเสียหายที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน
เกิดจากการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน