法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการเงินและการบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
80
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยการเงินและการบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

พ.ศ.

๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ (๗)

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา

๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจึงวางระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยการเงินและการบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า

ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และให้หมายความรวมถึงสำนักงานประจำเขตด้วย

“ผู้จัดการฝ่ายการเงิน” หมายความว่า

หัวหน้าฝ่ายการเงินหรือพนักงานซึ่งได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายการเงินของสำนักงานหรือตำแหน่งอื่นใดซึ่งปฏิบัติงานมีลักษณะเดียวกัน

“ผู้จัดการสำนักงาน” หมายความว่า

หัวหน้าประจำสำนักงานประจำเขต หรือพนักงานซึ่งได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าประจำสำนักงานประจำเขต

“พนักงานการเงิน” หมายความว่า

พนักงานสำนักงานที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานด้านงบประมาณการเงิน

หรือด้านบัญชีของสำนักงาน

“ปีงบประมาณ” หมายความว่า

ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ ๓๐ กันยายนของปีถัดไป

และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น

“งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า

จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันได้ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดจากเงินรายได้หรือทรัพย์สินของสำนักงาน

“หลักฐานการจ่ายเงิน” หมายความว่า

หลักฐานที่แสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้รับตามข้อผูกพันแล้ว

“เงินสดย่อย” หมายความว่า

เงินสดที่มีไว้เพื่อสำรองจ่ายประจำวัน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินและการบัญชีที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงานรักษาการตามระเบียบนี้

และมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

หมวด

การรับเงินและฝากเงิน

ส่วนที่

การรับเงิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การรับเงินให้สำนักงานออกใบเสร็จรับเงินตามแบบที่เลขาธิการกำหนดให้แก่ผู้ชำระเงินทุกครั้ง

ทั้งนี้ เว้นแต่การรับเงินที่เบิกจากกรมบัญชีกลาง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ใบเสร็จรับเงินเล่มใดใช้รับเงินของปีงบประมาณใด

ให้ใช้รับเงินภายในปีงบประมาณนั้นเท่านั้น

เมื่อขึ้นปีงบประมาณใหม่ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินเล่มใหม่ ทั้งนี้

ใบเสร็จรับเงินฉบับใดยังไม่ใช้ให้คงติดไว้กับเล่มและให้เจาะรูหรือประทับตราเลิกใช้

เพื่อมิให้นำมาใช้รับเงินอีกต่อไป

ใบเสร็จรับเงินตามวรรคหนึ่งให้มีทะเบียนควบคุมที่สามารถตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ใบเสร็จรับเงินห้ามขูด ขีด ลบ หรือแก้ไข

เพิ่มเติมหมายเลขกำกับเล่ม หมายเลขกำกับใบเสร็จรับเงิน จำนวนเงิน หรือผู้ชำระเงิน

หากใบเสร็จรับเงินฉบับใดลงรายการผิดพลาดให้ขีดฆ่าข้อความและเขียนใหม่

แล้วให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย

หรือขีดฆ่ายกเลิกใช้ใบเสร็จรับเงินนั้นทั้งฉบับ โดยออกใบเสร็จรับเงินฉบับใหม่

การยกเลิกใช้ใบเสร็จรับเงิน

ให้ติดใบเสร็จรับเงินฉบับที่ขีดฆ่ายกเลิกใช้ไว้กับสำเนาใบเสร็จรับเงินในเล่มเพื่อการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ผู้จัดการฝ่ายการเงินมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมใบเสร็จรับเงิน

จัดทำทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน

เพื่อให้ทราบและตรวจสอบได้ว่าได้จัดพิมพ์ขึ้นจำนวนเท่าใด

มีการจ่ายใบเสร็จรับเงินเล่มใดให้เจ้าหน้าที่ผู้ใด เมื่อวัน เดือน

ปีใดและคงเหลือจำนวนเท่าใด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การเบิกใบเสร็จรับเงินไปใช้ในการจัดเก็บเงิน

ให้จัดทำใบเบิกเป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้พนักงานการเงินผู้เบิกใบเสร็จรับเงินไปใช้ในการจัดเก็บเงินจัดทำทะเบียนการใช้ใบเสร็จรับเงินเพื่อให้ทราบและเพื่อตรวจสอบได้ว่ามีการเบิกใบเสร็จรับเงินเล่มใด

และได้ใช้ใบเสร็จรับเงินเล่มใด เลขที่ใดถึงเลขที่ใดไปใช้ในการจัดเก็บเงินแล้ว

ใบเสร็จรับเงินเล่มใดที่ใช้จัดเก็บเงินแล้วให้ส่งมอบพนักงานเก็บรักษา

เมื่อสิ้นปีงบประมาณ

ให้พนักงานการเงินผู้เบิกใบเสร็จรับเงินไปใช้ในการจัดเก็บเงิน

รายงานให้ผู้จัดการฝ่ายการเงินทราบว่ามีใบเสร็จรับเงินอยู่ในความรับผิดชอบเล่มใด

เลขที่ใดถึงเลขที่ใด และได้ใช้ใบเสร็จรับเงินเล่มใด

เลขที่ใดถึงเลขที่ใดไปใช้ในการจัดเก็บเงินแล้วภายใน ๓๐ วันนับจากวันสิ้นปีงบประมาณ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อสิ้นเวลารับเงิน ให้พนักงานการเงินจัดเก็บหรือรับชำระเงิน

ส่งเงินที่ได้รับไว้ในวันนั้น

พร้อมใบสรุปการรับเงินและเอกสารหลักฐานการรับเงินเพื่อตรวจสอบความถูกต้องต่อผู้จัดการฝ่ายการเงินหรือพนักงานที่ได้รับมอบหมาย

เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของสำนักงานภายในวันนั้น หรือเก็บรักษาไว้ที่ตู้นิรภัยของสำนักงานเพื่อนำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของสำนักงานในวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้มีการบันทึกบัญชีสำหรับเงินที่ได้รับภายในวันที่ที่ได้รับเงินนั้น

โดยแสดงให้เห็นถึงเลขที่เอกสาร รายการรับเงิน และจำนวนเงินที่รับ

ในกรณีที่มีการรับเงินภายหลังกำหนดเวลาปิดบัญชีสำหรับวันนั้นแล้วให้บันทึกการรับเงินนั้นในวันทำการถัดไป

ส่วนที่

การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้สำนักงานเปิดบัญชีเงินฝากประเภทรายได้ของสำนักงานไว้กับธนาคารของรัฐหรือธนาคารพาณิชย์ที่มีความมั่นคงในนามสำนักงานโดยแยกเป็นบัญชีเงินฝากตามประเภทของเงินที่ได้รับ

โดยใช้ชื่อบัญชี ดังนี้ “รายได้สำนักงานประเภท .................................................”

การเปิดบัญชีเงินฝากประเภทรายได้ของสำนักงานตามวรรคหนึ่งให้เลขาธิการเป็นผู้อนุมัติ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้สำนักงานเปิดบัญชีเงินฝากประเภทรายจ่ายของสำนักงานไว้กับธนาคารของรัฐหรือธนาคารพาณิชย์ที่มีความมั่นคงในนามสำนักงานโดยใช้ชื่อบัญชี

ดังนี้ “สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน”

การเปิดบัญชีเงินฝากประเภทรายจ่ายของสำนักงานตามวรรคหนึ่งให้เลขาธิการเป็นผู้อนุมัติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เงินที่สำนักงานได้รับให้นำฝากธนาคารทั้งจำนวน

อย่างช้าภายในวันทำการถัดไปนับจากวันที่ได้รับเงิน

ห้ามหักไว้หรือนำไปจ่ายเพื่อการใดทั้งสิ้น ยกเว้นเงินสดย่อย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เงินงบประมาณทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้

ให้สำนักงานเบิกจากกรมบัญชีกลางทั้งจำนวนหรือเป็นงวด

และนำฝากธนาคารตามบัญชีที่เปิดในข้อ ๑๔

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การรับเงินและส่งเงินระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและสำนักงานประจำเขตให้ใช้วิธีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ สมุดคู่ฝากธนาคารและสมุดเช็คให้เก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย

หมวด

การจ่ายเงิน

ส่วนที่

การเบิกจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การจ่ายเงินของสำนักงานให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงาน

และแผนการใช้งบประมาณรายจ่ายของสำนักงาน

ให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติเบิกจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เงินที่เบิกจากบัญชีของสำนักงานเพื่อการใด

ให้นำไปจ่ายได้เฉพาะเพื่อการนั้นเท่านั้น จะนำไปจ่ายเพื่อการอื่นไม่ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การจ่ายเงินให้จ่ายได้เฉพาะตามหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายระเบียบข้อบังคับหรือมติคณะกรรมการเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การเบิกเงินจากบัญชีเงินฝากของสำนักงานให้จ่ายเป็นเช็ค

การสั่งจ่ายเช็คให้ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๒ คน

ให้เลขาธิการแต่งตั้งผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเงินตามเช็ค

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินให้ทำได้เมื่อผู้มีอำนาจลงลายมือชื่ออนุมัติให้เบิกจ่ายแล้วเท่านั้น

ยกเว้นการเบิกค่าใช้จ่ายประเภทเงินเดือนและค่าจ้างให้เบิกจ่ายตามสิทธิ

โดยไม่ต้องขออนุมัติเบิกจ่ายและให้สั่งจ่ายเงินเมื่อใกล้ถึงกำหนดจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การจ่ายเงินให้จ่ายเป็นเงินสด เช็ค

หรือจ่ายโดยวิธีการโอนเงินผ่านธนาคาร

หรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือจ่ายโดยผ่านบัตรเครดิต

ทั้งนี้

การจ่ายโดยผ่านบัตรเครดิตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินให้ปฏิบัติ ดังนี้

(๑) การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้

ให้ออกเช็คในนามของเจ้าหนี้หรือผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อสินทรัพย์และค่าจ้างทำของ

ขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ

“หรือผู้ถือ” ออกและขีดคร่อมด้วย

(๒) กรณีสั่งจ่ายเงินเพื่อขอรับเงินสดมาจ่ายให้ออกเช็คในนามเจ้าหน้าที่ของสำนักงานและขีดฆ่าคำว่า

“หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ”

ออก ห้ามออกเช็คสั่งจ่ายเงินสด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การใช้เช็คให้เรียงตามลำดับเลขที่ในสมุดเช็ค

เช็คฉบับใดเขียนผิดต้องการยกเลิกให้ขีดฆ่าแล้วเขียนคำว่ายกเลิก

หรือประทับตรายกเลิกในตัวเช็ค

แล้วนำเช็คฉบับที่ยกเลิกมาติดไว้กับต้นขั้วเช็คเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ยกเลิกเช็คฉบับนั้น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้ทำทะเบียนคุมเช็คตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

เพื่อควบคุมการจ่ายเช็คทุกฉบับ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินทุกรายการ

จะต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินและจะต้องมีการบันทึกรายการจ่ายเงินในบัญชีภายในวันที่จ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การจ่ายเงินทุกกรณี

ถ้าผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักภาษีใดๆ ไว้ ณ ที่จ่าย ให้ทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้

และดำเนินการนำส่งกรมสรรพากรตามเวลาที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้พนักงานการเงินผู้จ่ายเงินประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว”

และลงลายมือชื่อรับรองการจ่ายโดยให้มีมีชื่อตัวบรรจงกำกับไว้ พร้อมทั้งลงวัน เดือน

ปี ที่จ่ายเงินในหลักฐานการจ่ายเงินทุกฉบับ

เพื่อป้องกันการเบิกซ้ำและเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การจ่ายเงินให้บุคคลใดในสำนักงาน

ถ้าบุคคลนั้นไม่สามารถมารับเงินด้วยตัวเองได้จะต้องมีใบมอบฉันทะการรับเงิน

แบบใบมอบฉันทะให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด

การจ่ายเงินให้เจ้าหนี้ภายนอกรวมทั้งการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สินและค่าจ้างทำของหากเจ้าหนี้หรือผู้รับโอนสิทธิไม่สามารถมารับเงินด้วยตัวเองได้

จะทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเงินแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ เงินรายรับของสำนักงาน

ยกเว้นเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้

เมื่อหักรายจ่ายสำหรับการดำเนินงานของสำนักงาน และค่าภาระต่างๆ ที่เหมาะสม

เมื่อหมดความจำเป็นแล้วเหลือเท่าใดให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

ในกรณีที่มีหนี้ผูกพัน ซึ่งได้รับอนุมัติจากเลขาธิการแล้วให้กันเงินไว้ได้

และสำหรับกรณีไม่มีหนี้ผูกพันแต่มีความจำเป็นจะต้องเก็บเงินไว้จ่ายหลังสิ้นปีงบประมาณ

ให้เลขาธิการจัดทำแผนรายจ่ายที่เบิกจ่ายข้ามปีเสนอคณะกรรมการเพื่ออนุมัติ

อย่างช้าก่อนวันทำการสุดท้ายของปีงบประมาณ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ โดยปกติค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณใด

ให้เบิกจากเงินงบประมาณรายจ่ายปีนั้นไปจ่าย

หากมีความจำเป็นไม่สามารถเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณรายจ่ายของปีนั้นได้

ให้ขออนุมัติจากเลขาธิการเบิกจากเงินงบประมาณรายจ่ายปีถัดไปได้และแจ้งให้คณะกรรมการทราบ

ยกเว้นค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคให้นำมาเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ได้รับแจ้งให้ชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องขออนุมัติเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน

และบำเหน็จ ให้แก่คณะกรรมการเลขาธิการ พนักงานและลูกจ้าง

ให้จ่ายผ่านธนาคารพาณิชย์ซึ่งเลขาธิการเป็นผู้อนุมัติไว้

ในการจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง

ให้ส่งใบรายการแสดงเงินเดือน เงินเพิ่ม (ถ้ามี) เงินประจำตำแหน่ง

พร้อมทั้งการหักเงินรายการต่างๆ ให้แก่กรรมการ เลขาธิการ

พนักงานและลูกจ้างแต่ละรายทุกเดือน

ส่วนที่

หลักฐานการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินออกให้

อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อ สถานที่อยู่ หรือที่ทำการของผู้รับเงิน

(๒) วัน เดือน ปีที่รับเงิน

(๓) รายการแสดงการรับเงินระบุว่าเป็นค่าอะไร

(๔) จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร

(๕) ลายมือชื่อผู้รับเงิน

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ กรณีผู้รับเงินไม่มีใบเสร็จรับเงินออกให้

ให้ใช้ใบสำคัญรับเงินตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณีหลักฐานการจ่ายเป็นภาษาต่างประเทศยกเว้นภาษาอังกฤษ

ให้มีคำแปลภาษาไทยตามสาระสำคัญในข้อ ๓๖ ไว้ด้วย

และให้ผู้ใช้สิทธิขอเบิกเงินลงลายมือชื่อรับรองคำแปลด้วย

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การจ่ายเงินในต่างประเทศ

ซึ่งตามกฎหมายหรือตามประเพณีนิยมของประเทศนั้นๆ ไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงินหรือออกใบรับเงินไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ

๓๖ ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

โดยระบุว่าเป็นการจ่ายเงินค่าอะไร เมื่อวัน เดือน ปีใด จำนวนเท่าใดและลงลายมือชื่อรับรองการจ่าย

ในกรณีที่มีหลักฐานเป็นอย่างอื่นให้แนบหลักฐานนั้นไปพร้อมกับใบรับรองด้วย

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การจ่ายเงินรายใดซึ่งตามลักษณะ

ไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับชำระเงินได้ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงิน

โดยให้บันทึกชี้แจงเหตุที่ไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินไว้เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

การจ่ายค่าไปรษณียากรไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใด

ผู้จ่ายเงินจะทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยแสดงจำนวนและเลขที่ของหนังสือหรือไปรษณียภัณฑ์ที่ส่ง

และจำนวนเงินค่าไปรษณียากรที่จ่ายโดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลตามวรรคแรกก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ การจ่ายเงินดังต่อไปนี้

ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยไม่ต้องทำบันทึกชี้แจงเหตุผลตามข้อ ๔๐

ก็ได้

(๑) การจ่ายเงินรายหนึ่งๆ เป็นจำนวนไม่ถึง ๕๐๐

บาท

(๒) การจ่ายเงินเป็นค่าพาหนะรับจ้าง

(๓) การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารรถไฟ

รถยนต์ประจำทางหรือเรือยนต์ประจำทาง

(๔) การจ่ายเงินอื่นตามที่เลขาธิการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ในกรณีที่หลักฐานการจ่ายเงินสูญหาย

ให้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)

ถ้าใบเสร็จรับเงินสูญหายให้ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินรับรองแทนได้

(๒)

ถ้าใบสำคัญรับเงินสูญหายหรือไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินตาม (๑) ได้ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยชี้แจงเหตุผล

พฤติการณ์ที่หลักฐานการจ่ายเงินสูญหายและไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินนั้นได้

พร้อมทั้งคำรับรองว่ายังไม่เคยนำหลักฐานการจ่ายเงินมาเบิกจ่ายและถ้าหากค้นพบภายหลังก็จะไม่นำมาเบิกจ่ายอีก

เสนอเลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายเพื่อพิจารณาอนุมัติเมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ใช้ใบรับรองนั้นเป็นหลักฐานการจ่ายเงินได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ หลักฐานการจ่ายต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึก

การแก้ไขหลักฐานการจ่ายให้ใช้วิธีขีดฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่และให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง

ส่วนที่

การจ่ายเงินยืม

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

การยืมเงินจากเงินสดย่อย จะกระทำได้เฉพาะเพื่อนำไปใช้จ่ายในกรณี

ดังต่อไปนี้

(๑) ค่าเครื่องดื่มและอาหารว่างในการประชุม

(๒) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน

(๓) ค่าใช้จ่ายในการจัดสัมมนา หรือจัดงานต่างๆ

(๔) การจัดซื้อหรือจ้างที่จำเป็นและเร่งด่วน

ซึ่งต้องได้รับอนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อหรือจ้างแล้ว

(๕) ค่าใช้จ่ายอื่นตามที่เลขาธิการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การจ่ายเงินยืมจะจ่ายได้แต่เฉพาะที่ผู้ยืมได้ทำสัญญาการยืมเงินตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

และผู้มีอำนาจได้อนุมัติให้จ่ายเงินยืมตามสัญญาการยืมเงินนั้นแล้วเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ การอนุมัติให้ยืมเงิน

ให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายพิจารณาอนุมัติให้ยืมเฉพาะเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน

และห้ามมิให้อนุมัติให้ยืมเงินครั้งใหม่จนกว่าผู้ยืมจะได้ชำระเงินยืมครั้งเก่าให้เสร็จสิ้นไปก่อน

เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากเลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ผู้ยืมจะต้องใช้เงินยืมตามที่ระบุไว้ในรายการและวัตถุประสงค์ในสัญญาการยืมเงินเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การจ่ายเงินยืมเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน

ในราชอาณาจักรให้จ่ายได้สำหรับระยะไม่เกิน ๖๐ วัน หากจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่ากำหนดดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากเลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ เงินที่เบิกไปเพื่อจ่ายให้ยืม

ถ้าผู้ยืมจำเป็นต้องจ่ายเงินติดต่อคาบเกี่ยวไปถึงปีงบประมาณใหม่จะเบิกล่วงหน้าจากปีงบประมาณปัจจุบันไปจ่ายสำหรับระยะเวลาในปีงบประมาณใหม่ก็ได้

โดยให้ถือเป็นรายจ่ายของปีที่เบิกเงินยืม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน ไม่เกิน

๖๐ วัน

(๒) สำหรับปฏิบัติงานอื่นๆ ไม่เกิน ๑๕ วัน

80 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการเงินและการบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a1dac5f1a9ea291a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com