คำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
คำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
ที่ ๔๙/๒๕๕๓
เรื่อง ห้ามมิให้กระทำการใด ๆ หรือสั่งให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน
หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล หรือนิติบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษา
ความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชน[๑]
ตามที่นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และใช้อำนาจตามมาตรา ๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ออกประกาศตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น
เนื่องจากปรากฏว่า ในเขตท้องที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าวมีการก่อการร้าย การใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกาย หรือทรัพย์สิน และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล ประกอบกับการสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่า มีผู้นำเงินหรือทรัพย์สินมาใช้ในการกระทำ หรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นจำนวนมาก กรณีจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
อาศัยอำนาจตามข้อ ๖ ของประกาศตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกอบกับคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ พิเศษ ๙๓/๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงออกคำสั่ง ดังนี้