法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง มาตรฐานแรงงานไทย ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศกระทรวงแรงงาน

ประกาศกระทรวงแรงงาน

เรื่อง

มาตรฐานแรงงานไทย ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย[๑]

โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่

๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๔

อนุมัติหลักการให้กระทรวงแรงงานดำเนินการตามโครงการพัฒนามาตรฐานแรงงานเพื่อส่งเสริมการค้าเสรี

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาสถานประกอบกิจการ ให้มีระบบบริหารจัดการแรงงานที่ดี

เทียบได้กับมาตรฐานแรงงานสากล

กระทรวงแรงงาน

โดยคณะกรรมการบริหารมาตรฐานแรงงาน

ซึ่งเป็นคณะกรรมการพหุภาคีได้ดำเนินการสร้างมาตรฐานแรงงานไทย

และผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยใช้ชื่อว่า มาตรฐานแรงงานไทย

ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย มรท. ๘๐๐๑ - ๒๕๔๖ ทั้งนี้

สถานประกอบกิจการทุกประเภท ทุกขนาด

สามารถนำมาตรฐานแรงงานไทยไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในสถานประกอบกิจการของตนได้โดยสมัครใจ

เพื่อเพิ่มศักยภาพให้สามารถเข้าร่วมในเวทีการค้าระดับสากลได้ ทัดเทียมนานาอารยประเทศ

และการบริหารจัดการแรงงานที่มีมาตรฐานจะก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี

ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการส่งเสริมให้เป็นตลาดการลงทุนที่น่าสนใจในระดับการค้าโลก

อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยส่วนรวม ทั้งนี้ มาตรฐานแรงงานไทย

ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย มรท. ๘๐๐๑-๒๕๔๖ มีสาระสำคัญแบ่งได้ เป็น ๒

ส่วนหลัก คือ

๑. สิทธิแรงงานและการคุ้มครอง

มีเนื้อหาอ้างอิงมาจากอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) โดยอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายแรงงานที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน

และข้อกำหนดเพิ่มเติมอื่นที่รวมอยู่ในเงื่อนไขทางการค้าด้วย

๒. ระบบการจัดการแรงงาน

เป็นระบบการจัดการคุณภาพ

เพื่อประกันว่าการปฏิบัติต่อแรงงานจะสอดคล้องกับข้อกำหนดอย่างมีคุณภาพ

ยั่งยืนและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงแรงงาน

จึงขอประกาศมาตรฐานแรงงานไทย ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย มรท. ๘๐๐๑ - ๒๕๔๖

ให้สถานประกอบกิจการทั้งหลายได้ทราบและนำไปปฏิบัติโดยทั่วกัน

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

มาตรฐานแรงงานไทย

ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย

: ข้อกำหนด

๑. บทนำ

มาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย

จัดทำขึ้นตามกรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บทบัญญัติของกฎหมายแรงงานที่ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน สวัสดิการแรงงาน

แรงงานสัมพันธ์ และความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ตลอดจนอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ และองค์การสหประชาชาติ ทั้งนี้ เนื้อหาจะครอบคลุมไปถึงข้อกำหนดด้านแรงงานที่ประกาศใช้โดยองค์การต่างๆ

ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

๒. ขอบเขตและการนำไปใช้

๒.๑

ข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้จะระบุถึงการจัดการและการปฏิบัติต่อแรงงานของสถานประกอบกิจการตามข้อบังคับของกฎหมายแรงงานเป็นหลักและให้ปฏิบัติเพิ่มเติมตามข้อกำหนดมาตรฐานแรงงานอื่นๆ

๒.๒

ข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้สามารถนำไปใช้ได้ กับสถานประกอบกิจการทุกประเภทและขนาด

๓. เอกสารอ้างอิง

๓.๑

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

๓.๒

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘

๓.๓

อนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๒๙ ๘๗ ๙๘ ๑๐๐ ๑๐๕ ๑๑๑ ๑๓๕ ๑๓๘ ๑๕๕

๑๖๔ ๑๗๗ และฉบับที่ ๑๘๒ รวมทั้งข้อแนะขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๑๔๖

และ ๑๖๔

๓.๔

ปฏิญญาไตรภาคีว่าด้วยหลักการที่เกี่ยวข้องกับกิจการบรรษัทข้ามชาติ

และนโยบายทางสังคมขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO Tripatite

Declaration of Principles Concerning Multinational Enterprises and Social

Policy, 2000)

๓.๕

ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ (UN Universal

Declaration of Human Rights, 1948)

๓.๖

อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบขององค์การสหประชาชาติ (UN

Convention on the Elimination of All Form of Discrimination Against Women, 1979)

๓.๗

อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กขององค์การสหประชาชาติ (UN Convention on the

Rights of the Child, 1989)

๓.๘

มาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคม ๘๐๐๐ (Social Accountability 8000/SA 8000)

๓.๙

ระบบการจัดการคุณภาพ (ISO 9001-2000)

(Quality Management System Requirements)

๔. บทนิยาม

๔.๑

การใช้แรงงานบังคับ หมายถึง การว่าจ้าง การกำหนดเงื่อนไข

การว่าจ้างหรือการมอบหมายให้บุคคลทำงาน โดยบุคคลนั้นไม่สมัครใจ ทั้งนี้

จะด้วยอาศัยวิธีการหรืออ้างเหตุเพื่อการลงโทษ การหักหนี้ การข่มขู่

การเก็บยึดบัตรประจำตัวหรือหลักฐานประจำตัว หรือวิธีอื่นใดก็ตาม

๔.๒ กฎหมายแรงงาน

หมายถึง กฎหมายด้านคุ้มครองแรงงาน สวัสดิการแรงงาน แรงงานสัมพันธ์ และความปลอดภัย

อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

๔.๓ แรงงานเด็ก

หมายถึง บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ถึง ๑๘ ปีบริบูรณ์

๔.๔ คุณภาพชีวิต

หมายถึง สภาพความเป็นอยู่ที่ดีของลูกจ้าง อันทำให้ลูกจ้างมีความสมบูรณ์ทางร่างกาย

อารมณ์และจิตใจ รวมทั้งอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข

๔.๕ คุ้มครองแรงงาน

หมายถึง ความคุ้มครองลูกจ้างในสถานประกอบกิจการในด้านสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน

สวัสดิการ และความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

๔.๖ ความปลอดภัย

อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน หมายถึง

การกระทำหรือสภาพการทำงานซึ่งปลอดจากเหตุอันจะทำให้เกิดประสบอันตราย การเจ็บป่วยอันเนื่องจากการทำงานต่อลูกจ้าง

หรือความเดือดร้อนรำคาญเนื่องจากการทำงาน หรือเกี่ยวกับการทำงาน

๔.๗ สถานประกอบกิจการ

หมายถึง องค์กรหรือหน่วยธุรกิจที่รับผิดชอบในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตรฐานนี้

รวมถึงบุคลากรฝ่ายบริหารและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

๔.๘ มาตรฐานแรงงาน หมายถึง

กฎเกณฑ์หรือข้อกำหนดต่างๆ ในเรื่องการใช้แรงงานในขอบเขตของมาตรฐานสากล

กฎหมายแรงงาน และข้อกำหนดของมาตรฐานนี้

๔.๙ ระบบการจัดการ

หมายถึง นโยบาย แผนงาน ขั้นตอน วิธีปฏิบัติ การดำเนินงาน การควบคุม

ซึ่งมีองค์ประกอบ คือ บุคลากร ทรัพยากรต่างๆ ในองค์กรที่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน

เพื่อให้ข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้ได้รับการปฏิบัติอย่างครบถ้วน

๔.๑๐

ผู้ส่งมอบหรือผู้รับเหมาช่วง หมายถึง

บุคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งได้ตกลงรับที่จะจัดหาสินค้าหรือบริการ

หรือรับที่จะดำเนินการในงานบางส่วนหรือทั้งหมด แล้วแต่กรณี ให้แก่ผู้ประกอบกิจการ

เพื่อนำไปประกอบหรือใช้ในการผลิตสินค้า หรือบริการของสถานประกอบกิจการ ทั้งนี้

ไม่ว่าจะรับเหมาช่วงกี่ช่วงก็ตาม

๔.๑๑

การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง หมายถึง กระบวนการในการวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติ

และทบทวน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นและทันสมัย

๕. ข้อกำหนด

๕.๑ ข้อกำหนดทั่วไป

๕.๑.๑

สถานประกอบกิจการต้องจัดทำระบบการจัดการเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อนำไปปฏิบัติ

รักษาไว้ และปรับปรุงให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง

๕.๑.๒

สถานประกอบกิจการต้องจัดทำและรักษาไว้ซึ่งบันทึก

เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่าได้ดำเนินการสอดคล้องกับข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

และแสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของระบบการจัดการ บันทึกต้องมีการชี้บ่งชัดเจน

และสามารถเรียกใช้ได้ง่าย

ทั้งนี้

บันทึกที่กฎหมายระบุไว้ ต้องมีรูปแบบและมีวิธีการจัดทำเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

๕.๑.๓

สถานประกอบกิจการต้องจัดทำและคงไว้ ซึ่งขั้นตอนในการออกและการแก้ไขบันทึก

รวมทั้งการชี้บ่ง การเก็บรักษา การป้องกัน

การเข้าถึงระยะเวลาในการจัดเก็บและการทำลายบันทึก

๕.๑.๔

สถานประกอบกิจการต้องมีข้อมูลที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนและติดตามการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

๕.๑.๕

สถานประกอบกิจการต้องพร้อมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลและเอกสาร

เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติเป็นไปตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

๕.๒ ระบบการจัดการ

๕.๒.๑

ความมุ่งมั่นของฝ่ายบริหาร

๑) นโยบาย

ผู้บริหารสูงสุดต้องกำหนดนโยบายด้านความรับผิดชอบทางสังคมและแรงงาน

รวมทั้งมีการประกาศอย่างเป็นทางการ โดยนโยบายต้องแสดงถึงความมุ่งมั่น คือ

ก)

ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

กฎหมายแรงงานและระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง

ข)

ปรับปรุงการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งมีการทบทวนและปรับปรุงนโยบายให้เหมาะสมอยู่เสมอ

๒)

การทบทวนของฝ่ายบริหาร

ผู้บริหารระดับสูงต้องทบทวนผลที่เกิดขึ้น

จากการปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้

เพื่อใช้ในการแก้ไขปรับปรุงนโยบายและแผนการปฏิบัติ

ให้เกิดประสิทธิผลอย่างต่อเนื่อง

อันแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

๕.๒.๒

ผู้แทนฝ่ายบริหาร

สถานประกอบกิจการต้องแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงอย่างน้อย

๑ คน เป็น “ผู้แทน” ของตน

เพื่อรับผิดชอบกำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐาน ทั้งนี้ “ผู้แทน”

ดังกล่าว ต้องมีอำนาจตัดสินใจ สั่งการหรือประสานงานต่างๆ

เพื่อให้มั่นใจว่าข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้ได้รับการปฏิบัติอย่างครบถ้วน

๕.๒.๓

ความร่วมมือในการปฏิบัติ

๑)

สถานประกอบกิจการต้องแต่งตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้แทนนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง

ให้ทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

๒)

สถานประกอบกิจการต้องจัดให้มี “ผู้แทนลูกจ้าง”

ที่มิใช่ฝ่ายบริหารอย่างน้อย ๑ คน ซึ่งมาจากการสรรหา คัดเลือกจากฝ่ายลูกจ้าง

เพื่อทำหน้าที่ประสานงาน ติดต่อสื่อสารกับผู้บริหารระดับสูง และดำเนินการต่างๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

๕.๒.๔

การวางแผนและการปฏิบัติ

๑)

สถานประกอบกิจการต้องจัดทำแผนปฏิบัติการ และจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นอย่างเพียงพอ

เพื่อให้มั่นใจว่าข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้สามารถนำไปปฏิบัติได้โดยไม่ติดขัดหรือมีอุปสรรคใดๆ

และเพื่อการปรับปรุงให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง

แผนปฏิบัติการต้องระบุขั้นตอนการปฏิบัติ

การมอบหมายงาน โดยแบ่งหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน เข้าใจง่าย

และครอบคลุมเนื้อหาที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

๒)

สถานประกอบกิจการต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่า ข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้เป็นที่เข้าใจ

และมีการนำไปปฏิบัติในทุกระดับขององค์กร

๓)

สถานประกอบกิจการต้องจัดให้มีการฝึกอบรมหรือการพัฒนาโดยวิธีการใดๆ

เพื่อให้ลูกจ้างทุกคนได้มีความรู้

มีจิตสำนึกและสามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายและข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

ตั้งแต่เริ่มเข้างานใหม่และต่อเนื่องไปเป็นระยะ

๔)

สถานประกอบกิจการต้องตรวจติดตามกระบวนการปฏิบัติตามมาตรฐานและผลการปฏิบัติเป็นระยะ

เพื่อให้ทราบถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่จะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

โดยต้องให้ความสำคัญต่อความเห็นของลูกจ้าง

และผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ต้องมีการสอบสวน

วิเคราะห์สาเหตุและรายงานผล ทั้งนี้ ต้องไม่กระทำการเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างที่ให้ข้อมูลดังกล่าว

๕)

สถานประกอบกิจการต้องดำเนินการแก้ไขและป้องกันเมื่อพบว่ามีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

โดยจัดสรรทรัพยากรสนับสนุนอย่างเพียงพอ

๕.๒.๕

ผู้ส่งมอบหรือผู้รับเหมาช่วง

๑)

สถานประกอบกิจการต้องจัดทำและคงไว้ซึ่งขั้นตอนการประเมินและคัดเลือกผู้ส่งมอบหรือผู้รับเหมาช่วง

ที่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

๒)

สถานประกอบกิจการต้องให้ผู้ส่งมอบหรือผู้รับเหมาช่วงแสดงความมุ่งมั่นเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

๓)

สถานประกอบกิจการต้องให้ผู้ส่งมอบหรือผู้รับเหมาช่วยแจ้งให้ทราบกรณีที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้ส่งมอบหรือผู้รับเหมาช่วงรายอื่นๆ

ในกิจกรรมที่ต้องรับผิดชอบต่อสถานประกอบกิจการ

๔)

สถานประกอบกิจการต้องบันทึกและเก็บหลักฐานต่างๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้ของผู้ส่งมอบหรือผู้รับเหมาช่วง

๕.๒.๖

การสื่อสาร

สถานประกอบกิจการต้องจัดทำและคงไว้ซึ่งขั้นตอนการสื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย

ในเรื่องข้อมูลข่าวสารการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ

ตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้และผลการปฏิบัติ

๕.๓

การใช้แรงงานบังคับ

๕.๓.๑

สถานประกอบกิจการต้องไม่กระทำหรือสนับสนุนให้มีการใช้แรงงานบังคับในทุกรูปแบบ

๕.๓.๒

สถานประกอบกิจการต้องไม่เรียกหรือรับหรือเก็บเงินประกัน บัตรประจำตัว

หรือเอกสารประจำตัวใดๆ จากลูกจ้างไม่ว่าเมื่อเข้าทำงานหรือรับเข้าทำงานแล้ว

หรือเป็นเงื่อนไขในการรับเข้าทำงาน เว้นแต่กฎหมายยกเว้นไว้

๕.๔

ค่าตอบแทนการทำงาน

๕.๔.๑

สถานประกอบกิจการต้องจ่ายค่าจ้าง

และค่าตอบแทนการทำงานนอกหรือเกินเวลาทำงานปกติให้แก่ลูกจ้าง

ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้

๕.๔.๒

สถานประกอบกิจการต้องจ่ายค่าจ้าง และค่าตอบแทนการทำงานเป็นเงินตราไทย ณ

สถานที่ทำงานของลูกจ้าง ถ้าจะจ่ายเป็นตั๋วเงินหรือเงินตราต่างประเทศ หรือจะจ่าย ณ

สถานที่อื่นหรือด้วยวิธีอื่น ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน ทั้งนี้

ให้จ่ายทันทีเมื่อถึงกำหนดการจ่ายแต่ละงวด

๕.๔.๓

สถานประกอบกิจการต้องให้ลูกจ้างได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับค่าจ้างและค่าตอบแทนการทำงานที่ได้รับทั้งหมดในแต่ละงวด

เป็นลายลักษณ์อักษรและสามารถเข้าใจรายละเอียดส่วนประกอบต่างๆ ได้

๕.๔.๔

สถานประกอบกิจการต้องไม่หักค่าจ้าง ไม่ว่ากรณีใด เว้นแต่กฎหมายยกเว้นไว้

๕.๕

ชั่วโมงการทำงาน

๕.๕.๑

สถานประกอบกิจการต้องกำหนดชั่วโมงการทำงานปกติของลูกจ้างไม่เกินวันละ ๘ ชั่วโมง

หรือสัปดาห์ละไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง และต้องจัดให้มีวันหยุดอย่างน้อย ๑

วันในทุกสัปดาห์

๕.๕.๒

สถานประกอบกิจการต้องถือเป็นสิทธิของลูกจ้างในการทำงานล่วงเวลาสำหรับงานทั่วไป

เว้นแต่งานที่กฎหมายยกเว้นไว้ โดยสถานประกอบกิจการต้องกำหนดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาของลูกจ้าง

(ส่วนที่เกินจากชั่วโมงการทำงานปกติสัปดาห์ละ ๔๘ ชั่วโมง) ไม่เกินสัปดาห์ละ ๒๔

ชั่วโมงในปีแรกหลังจากไดรับการรับรองมาตรฐานแล้ว ในปีที่ ๒ ต้องไม่เกินสัปดาห์ละ

๑๘ ชั่วโมง และในปีต่อๆ ไปต้องไม่เกินสัปดาห์ละ ๑๒ ชั่วโมง ทั้งนี้ ต้องเป็นการทำงานเพราะเหตุแห่งความจำเป็นของลักษณะงาน

หรือเป็นการทำงานในช่วงสั้นๆ ตามสถานการณ์พิเศษของการดำเนินธุรกิจเท่านั้น

๕.๖

การเลือกปฏิบัติ

๕.๖.๑

สถานประกอบกิจการต้องไม่กระทำหรือสนับสนุนให้มีการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน

การจ่ายค่าจ้างและค่าตอบแทนการทำงาน การให้สวัสดิการ

โอกาสได้รับการฝึกอบรมและพัฒนา การพิจารณาเลื่อนขั้นหรือตำแหน่งหน้าที่

การเลิกจ้างหรือการเกษียณอายุการทำงาน

อันเนื่องมากจากเหตุเพราะความแตกต่างในเรื่องสัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา อายุ

เพศ สถานภาพสมรส ทัศนคติส่วนตัวในเรื่องเพศ ความพิการ การเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน

ความนิยมในพรรคการเมือง หรือแนวความคิดส่วนบุคคลอื่นๆ

๕.๖.๒

สถานประกอบกิจการต้องไม่ขัดขวาง แทรกแซงหรือกระทำการใดๆ อันเป็นผลกระทบต่อกิจกรรม

การใช้สิทธิ หรือวิธีปฏิบัติของลูกจ้างเกี่ยวกับเชื้อชาติ ประเพณีประจำชาติ ศาสนา

เพศ การแสดงออกตามทัศนคติส่วนตัวในเรื่องเพศ การเข้าร่วมเป็นสมาชิก

สหภาพแรงงานหรือพรรคการเมือง ทั้งนี้

โดยที่กิจกรรมของลูกจ้างดังกล่าวมิได้มีผลกระทบเสียหายใดๆ ต่อกิจการ

๕.๗

วินัยและการลงโทษ

๕.๗.๑

สถานประกอบกิจการต้องไม่หัก หรือลดค่าจ้าง เพื่อการลงโทษทางวินัย ไม่ว่ากรณีใด

๕.๗.๒

สถานประกอบกิจการต้องไม่กระทำการ หรือสนับสนุนให้ใช้วิธีการลงโทษทางร่างกาย

ทางจิตใจ หรือกระทำการบังคับขู่เข็ญ ทำร้ายลูกจ้าง

๕.๗.๓

สถานประกอบกิจการต้องมีมาตรการป้องกันมิให้ลูกจ้างถูกล่วงละเมิดทางเพศ

โดยการแสดงออกด้วยคำพูด ท่าทาง หรือการสัมผัสทางกาย โดยเฉพาะลูกจ้างที่เป็นหญิงและเด็ก

๕.๘

การใช้แรงงานเด็ก

๕.๘.๑

สถานประกอบกิจการต้องไม่ว่าจ้างหรือสนับสนุนให้มีการว่าจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า

๑๕ ปี

๕.๘.๒

สถานประกอบกิจการต้องไม่ให้หรือไม่สนับสนุนให้แรงงานเด็กทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยหรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย

๕.๘.๓

สถานประกอบกิจการต้องทำทะเบียน

และบันทึกเวลาการปฏิบัติงานของแรงงานเด็กเป็นหลักฐาน และเก็บรักษาไว้

พร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่และบุคคลซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ

ทะเบียนและบันทึกดังกล่าวต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง

และเป็นไปตามข้อกำหนด ๕.๑.๒

๕.๙

การใช้แรงงานหญิง

๕.๙.๑

สถานประกอบกิจการต้องจัดให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ มีสภาพการทำงาน

และสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อการมีครรภ์

๕.๙.๒

สถานประกอบกิจการต้องไม่เลิกจ้าง ลดตำแหน่งหรือลดสิทธิประโยชน์ลูกจ้างหญิง

เพราะเหตุจากการมีครรภ์

๕.๑๐

เสรีภาพในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรอง

๕.๑๐.๑

สถานประกอบกิจการต้องเคารพสิทธิลูกจ้างในการรวมตัวจัดตั้งและการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานหรือคณะกรรมการอื่นๆ

ในสถานประกอบกิจการ อีกทั้งต้องเคารพสิทธิการร่วมเจรจาต่อรอง

การคัดเลือกหรือเลือกตั้งผู้แทน โดยไม่กระทำการใดๆ ที่ขัดขวางหรือแทรกแซง

อันเป็นผลให้การใช้สิทธิของลูกจ้างในเรื่องดังกล่าวไม่อาจกระทำได้หรือกระทำได้โดยยากลำบาก

๕.๑๐.๒

สถานประกอบกิจการต้องรับรองว่าผู้แทนลูกจ้างในสถานประกอบกิจการจะได้รับการอำนวยความสะดวก

และได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกับลูกจ้างอื่นๆ ไม่ถูกกลั่นแกล้ง โยกย้าย

เลิกจ้าง หรือการปฏิบัติใดๆ

ที่ไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากการปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งมาตรฐานนี้

๕.๑๑

ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

๕.๑๑.๑

สถานประกอบกิจการต้องกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัย อาชีว

อนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ครอบคลุมประเภทงานหรือลักษณะงานที่มีแนวโน้มอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างและผู้เกี่ยวข้อง

และมีการควบคุมป้องกันให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยในทุกสภาวะการทำงาน

๕.๑๑.๒

สถานประกอบกิจการต้องจัดให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตราย

และลดความเสี่ยงภัยให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

๕.๑๑.๓

สถานประกอบกิจการต้องจัดให้ลูกจ้างทุกคน

๑)

ได้รับรู้ถึงอันตรายอันอาจเกิดขึ้นจากกระบวนการทำงานหรือจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน

๒) ได้รับรู้และเข้าใจถึงระเบียบกฎเกณฑ์และแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย

อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ

๓)

ได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย

อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานในงานที่กำลังปฏิบัติอยู่

รวมถึงผู้ที่เข้างานใหม่และผู้ที่เปลี่ยนหน้าที่การปฏิบัติงาน และมีการจัดเก็บบันทึกการฝึกอบรมตามข้อกำหนดในข้อ

๕.๑.๒

๔)

ได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามสภาพงานที่มีความเสี่ยงภัย

๕.๑๒

สวัสดิการ

สถานประกอบกิจการต้องจัดหาสิ่งต่างๆ

เพื่อให้ลูกจ้างทุกคนได้รับสวัสดิการ โดยสะดวกและพอเพียง คือ

๕.๑๒.๑

ห้องน้ำ และห้องส้วมที่สะอาดถูกสุขอนามัย

๕.๑๒.๒

น้ำดื่มสะอาดถูกสุขอนามัย

๕.๑๒.๓

ปัจจัยในการปฐมพยาบาลที่เหมาะสม

๕.๑๒.๔

สถานที่รับประทานอาหาร

และสถานที่สำหรับเก็บรักษาอาหารที่สะอาดและถูกหลักสุขาภิบาลอาหาร

๕.๑๒.๕

หากมีการจัดที่พักให้ลูกจ้าง ที่พักนั้นต้องมีปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น มีความสะอาด

ปลอดภัย และพร้อมที่จะใช้การได้อยู่เสมอ

พรพิมล/พิมพ์

๒๙ เมษายน ๒๕๔๘

พุทธพัท/สุนันทา/ตรวจ

๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๑๒๗ง/๙/๑๐

พฤศจิกายน ๒๕๔๗

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง มาตรฐานแรงงานไทย ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a2696bf14669cfc5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com