法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ พ.ศ. 2549 (Update ณ วันที่ 30/08/2550)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
35
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก

ระเบียบ ก.ต.ช.

ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ

พ.ศ. ๒๕๔๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ (๖) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ โดย มติ ก.ต.ช. ในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ และมติ ก.ต.ช. ในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ก.ต.ช. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาการตามระเบียบนี้

คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ

คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔[๒] คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหานครเรียกโดยย่อว่า “กต.ตร.กทม.” ประกอบด้วย

(๑) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ

(๒) ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นรองประธานกรรมการคนที่ ๑

(๓) อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา เป็นรองประธานกรรมการคนที่ ๒

(๔) ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นรองประธานกรรมการคนที่ ๓

(๕) รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวนสามคนที่ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาลมอบหมาย เป็นกรรมการ

(๖) ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นกรรมการ

(๗) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ประธาน กต.ตร.กทม. แต่งตั้งจากผู้แทนด้านต่าง ๆ ดังนี้

(ก) ด้านธรรมาภิบาล จำนวนหนึ่งคน

(ข) ด้านความมั่นคง จำนวนหนึ่งคน

(ค) ด้านการจราจรและอุบัติภัย จำนวนหนึ่งคน

(ง) ด้านการพัฒนา จำนวนหนึ่งคน

(จ) ด้านเศรษฐกิจ จำนวนหนึ่งคน

(ฉ) ด้านสังคม จำนวนหนึ่งคน

(ช) ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน จำนวนหนึ่งคน

(๘) ประชาชน โดยพิจารณาแต่งตั้งจากผู้ที่เคยเป็น กต.ตร. สถานีตำรวจ และมีประสบการณ์ด้านใดด้านหนึ่ง ตามข้อ ๔ (๗) โดยอนุโลม จำนวนสามคน เป็นกรรมการ

ให้ผู้บังคับการกองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นเลขานุการ รองผู้บังคับการกองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวนหนึ่งคน และข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการขึ้นไปในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวนหนึ่งคน ที่ประธาน กต.ตร.กทม. แต่งตั้ง เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชน ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง

(๓) ไม่เป็นข้าราชการประจำ พนักงานและลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ยกเว้นกรรมการตามข้อ ๔ (๗) (ก) ถึง (ค)

(๔) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๖) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชนมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชนซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชนซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชนพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕

(๔) ขาดการประชุมเกินหกครั้งในรอบปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง

(๕) กต.ตร.กทม. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือมีการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือประชาชนพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการแทน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ หรือประชาชนจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน ในกรณีนี้จะไม่ดำเนินการให้มีการสรรหาและแต่งตั้งก็ได้

ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือประชาชนซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนตามวรรคสองอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กต.ตร.กทม. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) รับแนวทางและนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานตำรวจจาก ก.ต.ช. ไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลตามนโยบาย

(๒) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิบัติงานของกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ กต.ตร.สน. ให้เป็นไปตามนโยบายของ ก.ต.ช.

(๓) ส่งเสริมให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจและการบริหารงานตำรวจ

(๔) ตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้เป็นไปตามนโยบายของ ก.ต.ช.

(๕) รับคำร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล และดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยการรับคำร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ

(๖) ให้ข้อมูลข่าวสารและเสนอปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่

(๗) ให้คำแนะนำและช่วยเหลือสนับสนุนการประชาสัมพันธ์งานของกองบัญชาการตำรวจนครบาล

(๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ กต.ตร.กทม. มอบหมาย

(๙) รายงานผลการปฏิบัติงานให้ ก.ต.ช. ทราบ ตามที่ ก.ต.ช. กำหนด

(๑๐) อำนาจหน้าที่อื่นตามที่ ก.ต.ช. มอบหมาย

คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัด ... โดยออกนามตามชื่อจังหวัดนั้น เรียกโดยย่อว่า “กต.ตร.จังหวัด ...” ประกอบด้วย

(๑) ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ

(๒) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการคนที่ ๑

(๓) อัยการจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการคนที่ ๒

(๔) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นกรรมการ

(๕) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นกรรมการ

(๖) ผู้บังคับการกองบังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค หรือผู้แทน เป็นกรรมการ

(๗) รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็นกรรมการ

(๘) ข้าราชการตำรวจซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กองบังคับการตำรวจทางหลวง กองบังคับการตำรวจน้ำซึ่งปฏิบัติราชการประจำอยู่ในจังหวัดนั้น เป็นกรรมการ

กรณีมีหัวหน้าหน่วยงานหลายระดับในสังกัดเดียวกัน ให้ผู้บังคับการหรือ รองผู้บังคับการที่ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยงาน มอบหมายหัวหน้าหน่วยงานดังกล่าว จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๙) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ประธาน กต.ตร.จังหวัด แต่งตั้งจากผู้แทนด้านต่าง ๆ ดังนี้

(ก) การศาสนา หรือวัฒนธรรมซึ่งดำเนินกิจกรรมอยู่ในจังหวัดนั้น จำนวนหนึ่งคน

(ข) การศึกษาซึ่งปฏิบัติหน้าที่หรือประกอบการในจังหวัดนั้น จำนวนหนึ่งคน

(ค) การแพทย์ หรือการสาธารณสุขซึ่งปฏิบัติหน้าที่หรือประกอบการในจังหวัดนั้นจำนวนหนึ่งคน

(ง) การท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจบริการซึ่งประกอบการในจังหวัดนั้น จำนวนหนึ่งคน

(จ) พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม หัตถกรรม หรือธุรกิจการเงินซึ่งประกอบการในจังหวัดนั้นจำนวนหนึ่งคน

(ฉ) องค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยไม่แสวงหากำไร และมีวัตถุประสงค์ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดในการดำเนินกิจกรรม เพื่อสาธารณประโยชน์ในจังหวัดนั้น จำนวนหนึ่งคน

(ช) เกษตรกรรมซึ่งประกอบการในจังหวัดนั้น จำนวนหนึ่งคน

(๑๐) ประชาชน จำนวนสามคน เป็นกรรมการ

ให้ผู้กำกับการซึ่งทำหน้าที่ด้านอำนวยการของตำรวจภูธรจังหวัด เป็นเลขานุการรองผู้กำกับการ ซึ่งทำหน้าที่ด้านอำนวยการของตำรวจภูธรจังหวัด จำนวนหนึ่งคน และข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรขึ้นไปในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัด จำนวนหนึ่งคน ที่ประธาน กต.ตร.จังหวัด แต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้นำความในข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗ มาใช้กับ กต.ตร.จังหวัด โดยอนุโลมกรณีที่บทบัญญัติตามข้อ ๕ (๓) กล่าวถึง ยกเว้นกรรมการตามข้อ ๔ (๗) (ก) ถึง (ค) ให้หมายถึงยกเว้นกรรมการตามข้อ ๙ (๙) (ก) ถึง (ค) และกรณีที่บทบัญญัติตามข้อ ๗ (๕) กล่าวถึง กต.ตร.กทม. ให้หมายถึง กต.ตร.จังหวัด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กต.ตร.จังหวัด มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) รับแนวทางและนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานตำรวจจาก ก.ต.ช. ไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลตามนโยบาย

(๒) ให้คำปรึกษาและให้ข้อเสนอแนะการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในเขตพื้นที่จังหวัดนั้น และ กต.ตร.สภ. ให้เป็นไปตามนโยบายของ ก.ต.ช.

(๓) ส่งเสริมให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจและการบริหารงานตำรวจ

(๔) ตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในเขตพื้นที่จังหวัดนั้น ให้เป็นไปตามนโยบายของ ก.ต.ช.

(๕) รับคำร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัด และดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยการรับคำร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ

(๖) ให้ข้อมูลข่าวสารและเสนอปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่

(๗) ให้คำแนะนำและช่วยเหลือสนับสนุนการประชาสัมพันธ์งานของตำรวจภูธรจังหวัด

(๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่ กต.ตร.จังหวัด มอบหมาย

(๙) รายงานผลการปฏิบัติงานให้ ก.ต.ช. ทราบ ตามที่ ก.ต.ช. กำหนด

(๑๐) อำนาจหน้าที่อื่นตามที่ ก.ต.ช. มอบหมาย

คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาล ... โดยออกนามตามชื่อสถานีตำรวจนั้น เรียกโดยย่อว่า “กต.ตร.สน. ...” ประกอบด้วย

(๑) หัวหน้าสถานีตำรวจนครบาล เป็นกรรมการ

(๒) ผู้อำนวยการเขต หรือผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตที่ผู้อำนวยการเขตมอบหมายซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบส่วนใดส่วนหนึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของสถานีตำรวจนั้น จำนวนเขตละหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๓) ข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละงานของสถานีตำรวจ ตามที่หัวหน้าสถานีตำรวจมอบหมาย จำนวนไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ

(๔) ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนซึ่งดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ในสถานีตำรวจนั้น ที่ได้รับการเลือกจากข้าราชการตำรวจชั้นประทวนด้วยกันเอง จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๕) ข้าราชการประจำอื่นนอกจากข้าราชการตำรวจ หรือพนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำในเขตพื้นที่สถานีตำรวจนั้น จำนวนไม่เกินสามคน เป็นกรรมการ

(๖) ประชาชน จำนวนไม่น้อยกว่าหกคนแต่ไม่เกินเก้าคน เป็นกรรมการ

ให้ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่ทำหน้าที่หัวหน้างานธุรการเป็นเลขานุการ และข้าราชการตำรวจที่หัวหน้าสถานีตำรวจมอบหมาย จำนวนสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธร ... โดยออกนามตามชื่อสถานีตำรวจนั้น เรียกโดยย่อว่า “กต.ตร.สภ. ...” ประกอบด้วย

(๑) หัวหน้าสถานีตำรวจภูธร เป็นกรรมการ

(๒) นายอำเภอหรือปลัดอำเภอที่นายอำเภอมอบหมาย จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ ยกเว้นสถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยา ให้ปลัดเมืองพัทยาหรือรองปลัดเมืองพัทยาที่ปลัดเมืองพัทยามอบหมายจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๓) ข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละงานของสถานีตำรวจ ตามที่หัวหน้าสถานีตำรวจมอบหมาย จำนวนไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ

(๔) นายกเทศมนตรี ที่มีเขตพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งอยู่ในเขตพื้นที่สถานีตำรวจนั้น เป็นกรรมการ หากในเขตพื้นที่สถานีตำรวจนั้นมีนายกเทศมนตรีหลายคนให้นายกเทศมนตรีเลือกกันเองให้ได้จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๕) นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีเขตพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งอยู่ในเขตพื้นที่สถานีตำรวจนั้นเป็นกรรมการ หากในเขตพื้นที่สถานีตำรวจนั้นมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหลายคน ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเลือกกันเองให้ได้ จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๖) กำนัน ที่มีเขตพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งอยู่ในเขตพื้นที่สถานีตำรวจนั้น เป็นกรรมการ หากในเขตพื้นที่สถานีตำรวจนั้นมีกำนันหลายคน ให้กำนันเลือกกันเองให้ได้ จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๗) ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนซึ่งดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ในสถานีตำรวจนั้น ที่ได้รับการเลือกจากข้าราชการตำรวจชั้นประทวนด้วยกันเอง จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๘) ข้าราชการประจำอื่นนอกจากข้าราชการตำรวจ หรือพนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำในเขตพื้นที่สถานีตำรวจนั้น จำนวนไม่เกินสามคนเป็นกรรมการ

(๙) ประชาชน จำนวนไม่น้อยกว่าหกแต่ไม่เกินเก้าคน เป็นกรรมการ

ให้หัวหน้าสถานีตำรวจมอบหมายข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการ จำนวนหนึ่งคน และเป็นผู้ช่วยเลขานุการ จำนวนสองคน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ วิธีการเลือกข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ตามข้อ ๑๒ (๔) และข้อ ๑๓ (๗) และการเลือกนายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลและกำนัน ตามข้อ ๑๓ (๔) ถึง (๖) เป็นกรรมการ กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. แล้วแต่กรณี ให้เป็นไปตามวิธีการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

ให้หัวหน้าสถานีตำรวจประกาศผลการเลือกให้ทราบโดยทั่วไป และเสนอประธาน กต.ตร.กทม. หรือ กต.ตร.จังหวัด มีคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกับการแต่งตั้งกรรมการ ตามข้อ ๑๒ (๕) ถึง (๖) หรือข้อ ๑๓ (๘) ถึง (๙) แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้มีการประชุมเพื่อลงมติเลือกประธานกรรมการ โดยเลือกระหว่างหัวหน้าสถานีตำรวจหรือกรรมการอื่นอีกหนึ่งคนตามที่ กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. แล้วแต่กรณี เสนอ เมื่อเลือกคนใดเป็นประธานกรรมการแล้ว ก็ให้อีกคนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการ

ให้ดำเนินการประชุมเพื่อลงมติเลือกประธานกรรมการตามวรรคหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการแต่งตั้งกรรมการครบถ้วนแล้ว สำหรับวิธีการประชุมและลงมติให้เป็นไปตามวิธีการประชุมและลงมติ ตามข้อ ๓๒

เมื่อเลือกผู้ใดเป็นประธานกรรมการและรองประธานกรรมการแล้ว ให้หัวหน้าสถานีตำรวจประกาศให้ทราบทั่วไป และรายงานให้ กต.ตร.กทม. หรือ กต.ตร.จังหวัด แล้วแต่กรณี ทราบ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ที่ประชุมมีมติ

ให้ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการสิ้นสุดวาระลงพร้อมกับวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการตามข้อ ๑๒ (๕) ถึง (๖) หรือ ข้อ ๑๓ (๘) ถึง (๙)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กรรมการตามข้อ ๑๒ (๖) และข้อ ๑๓ (๙) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ประจำ หรือประกอบอาชีพในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจนั้น ๆ

(๓) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๔) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

(๕) ไม่เป็นข้าราชการประจำ หรือพนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ

(๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๗) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๘) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรรมการตามข้อ ๑๒ (๕) ถึง (๖) และข้อ ๑๓ (๘) ถึง (๙) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

กรรมการตามข้อ ๑๒ (๔) และข้อ ๑๓ (๔) ถึง (๗) ที่มาจากการเลือก ให้มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้

ให้กรรมการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการตามข้อ ๑๒ (๕) ถึง (๖) และข้อ ๑๓ (๘) ถึง (๙) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) สำหรับกรรมการตามข้อ ๑๒ (๖) และข้อ ๑๓ (๙) ซึ่งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๖

(๔) ขาดการประชุมเกินหกครั้งในรอบปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง

(๕) กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. แล้วแต่กรณี มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือมีการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการแทน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน ในกรณีนี้จะไม่ดำเนินการให้มีการสรรหาและแต่งตั้งก็ได้

ให้กรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนตามวรรคสองอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการตามข้อ ๑๒ (๔) และข้อ ๑๓ (๔) ถึง (๗) ที่มาจากการเลือก พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) พ้นจากการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนซึ่งดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ในสถานีตำรวจนั้น หรือพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือกำนัน แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการเลือกและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งคนอื่นเป็นกรรมการแทน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน ในกรณีนี้จะไม่ดำเนินการให้มีการเลือกและแต่งตั้งก็ได้

ให้กรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนตามวรรคสองอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้ กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) รับแนวทางและนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานตำรวจจาก ก.ต.ช. ไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลตามนโยบาย

(๒) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจ ให้เป็นไปตามนโยบาย ก.ต.ช.

(๓) ส่งเสริมให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจและการบริหารงานตำรวจ

(๔) ตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจให้เป็นไปตามนโยบายของ ก.ต.ช.

(๕) รับคำร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจและดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยการรับคำร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ

(๖) ให้ข้อมูลข่าวสารและเสนอปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่

(๗) ให้คำแนะนำและช่วยเหลือสนับสนุนการประชาสัมพันธ์งานของสถานีตำรวจ

(๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. มอบหมาย

(๙) รายงานผลการปฏิบัติงานให้ ก.ต.ช. ทราบ ตามที่ ก.ต.ช. กำหนด

(๑๐) อำนาจหน้าที่อื่นตามที่ ก.ต.ช. มอบหมาย

หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชน

หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชนใน กต.ตร.กทม.

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้กรรมการตามข้อ ๔ (๑) ถึง (๖) พิจารณาสรรหาและคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๔ (๗) (ก) ถึง (ช) ด้านละหนึ่งคน เสนอประธาน กต.ตร.กทม. มีคำสั่งแต่งตั้ง โดยให้กำหนดขั้นตอนและวิธีการสรรหาและคัดเลือกได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การคัดเลือกกรรมการจากประชาชนตามข้อ ๔ (๘) ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) กต.ตร.สน. พิจารณาคัดเลือกประชาชนผู้ที่เคยเป็นกรรมการใน กต.ตร.สน. จำนวนหนึ่งคนแล้วนำเสนอต่อผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล ต้นสังกัด

(๒) ให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ๑ ถึง ๙ แต่ละกองบังคับการ โดยผู้บังคับการ และรองผู้บังคับการ พิจารณาคัดเลือกผู้แทนประชาชนที่ กต.ตร.สน. ในเขตพื้นที่รับผิดชอบเสนอให้ได้กองบังคับการละหนึ่งคน แล้วนำเสนอต่อ กต.ตร.กทม.

(๓) กรรมการตามข้อ ๔ (๑) ถึง (๖) พิจารณาคัดเลือกประชาชนที่กองบังคับการเสนอตาม (๒) ให้ได้จำนวนสามคนแล้วเสนอประธาน กต.ตร.กทม. มีคำสั่งแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้ดำเนินการสรรหา และแต่งตั้งกรรมการตามข้อ ๒๑ และข้อ ๒๒ ให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่กรรมการพ้นจากตำแหน่ง

หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชนใน กต.ตร.จังหวัด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้กรรมการตามข้อ ๙ (๑) ถึง (๘) พิจารณาสรรหาและคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๙ (๙) (ก) ถึง (ช) ด้านละหนึ่งคน เสนอประธาน กต.ตร.จังหวัด มีคำสั่งแต่งตั้งโดยให้กำหนดขั้นตอนและวิธีการสรรหาและคัดเลือกได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การคัดเลือกกรรมการจากประชาชนตามข้อ ๙ (๑๐) ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ให้ กต.ตร.สภ. พิจารณาคัดเลือกประชาชนผู้ที่เคยเป็นกรรมการใน กต.ตร.สภ. จำนวนหนึ่งคน แล้วนำเสนอ กต.ตร.จังหวัด

(๒) กรรมการตามข้อ ๙ (๑) ถึง (๘) พิจารณาคัดเลือกประชาชนที่ กต.ตร.สภ. เสนอให้ได้จำนวนสามคน แล้วเสนอประธาน กต.ตร.จังหวัด มีคำสั่งแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้ดำเนินการสรรหา และแต่งตั้งกรรมการตามข้อ ๒๔ และข้อ ๒๕ ให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่กรรมการพ้นจากตำแหน่ง

หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการใน กต.ตร.สน. ตามข้อ ๑๒ (๕) และ (๖)

และ กรรมการใน กต.ตร.สภ. ตามข้อ ๑๓ (๘) และ (๙)

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้กรรมการตามข้อ ๑๒ (๑) ถึง (๓) พิจารณาสรรหาและคัดเลือกกรรมการตามข้อ ๑๒ (๕) จำนวนไม่เกินสามคน เสนอประธาน กต.ตร.กทม. มีคำสั่งแต่งตั้ง โดยให้กำหนดขั้นตอนและวิธีการสรรหาและคัดเลือกได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้กรรมการตามข้อ ๑๒ (๑) ถึง (๓) พิจารณาสรรหากรรมการตามข้อ ๑๒ (๖) ดังนี้

(๑) คัดเลือกจากประชาชนผู้ที่มีความรู้ความสามารถจำนวนไม่เกินสามคน

(๒) เลือกโดยเปิดรับสมัครจากประชาชนทั่วไป แล้วให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานีตำรวจนั้น ลงคะแนนเสียงเลือกให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินหกคน สำหรับวิธีการเลือกให้เป็นไปตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้หัวหน้าสถานีตำรวจนำรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือก และเลือกตามข้อ ๒๗ และข้อ ๒๘ เสนอ ประธาน กต.ตร.กทม. มีคำสั่งแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้กรรมการตามข้อ ๑๓ (๑) ถึง (๓) นำความในข้อ ๒๗ ข้อ ๒๘ และข้อ ๒๙ มาใช้กับการสรรหากรรมการตามข้อ ๑๓ (๘) และ (๙) โดยอนุโลม กรณีที่บทบัญญัติใดกล่าวถึง กต.ตร.กทม. ให้หมายถึง กต.ตร.จังหวัด และกรรมการตามข้อ ๑๒ (๑) ถึง (๓) ให้หมายถึงกรรมการตามข้อ ๑๓ (๑) ถึง (๓)

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้ดำเนินการสรรหา และแต่งตั้งกรรมการตามข้อ ๒๗ ข้อ ๒๘ ข้อ ๒๙ และข้อ ๓๐ ให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่กรรมการพ้นจากตำแหน่ง

การประชุมและลงมติ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การประชุมของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

สำหรับระเบียบวิธีการประชุมและการลงมติ ให้นำข้อบังคับ ก.ต.ช. ว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ต.ช. และของคณะอนุกรรมการ ก.ต.ช. มาใช้บังคับแก่การประชุมของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. โดยให้อำนาจหน้าที่ของประธาน ก.ต.ช. ประธานในที่ประชุม ก.ต.ช. เลขานุการ ก.ต.ช. และผู้ช่วยเลขานุการ ก.ต.ช. เป็นอำนาจหน้าที่ของประธานกรรมการ ประธานในที่ประชุม เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จังหวัด ให้มีการประชุมอย่างน้อยสามเดือนต่อหนึ่งครั้ง

กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ให้มีการประชุมอย่างน้อยสองเดือนต่อหนึ่งครั้ง

บัตรแสดงตนของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้ประธาน กต.ตร.กทม. เป็นผู้ออกบัตรแสดงตนของ กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.สน. และให้ประธาน กต.ตร.จังหวัด เป็นผู้ออกบัตรแสดงตนของ กต.ตร.จังหวัด และ กต.ตร.สภ. สำหรับรายละเอียด รูปแบบ ขั้นตอน และวิธีการในการออกบัตรแสดงตน ให้เป็นไปตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) กรรมการตามข้อ ๔ (๑) ถึง (๖) ทำหน้าที่ กต.ตร.กทม. กรรมการตามข้อ ๙ (๑) ถึง (๘) ทำหน้าที่ กต.ตร.จังหวัด กรรมการตามข้อ ๑๒ (๑) ถึง (๓) ทำหน้าที่ กต.ตร.สน. และกรรมการตามข้อ ๑๓ (๑) ถึง (๓) ทำหน้าที่ กต.ตร.สภ. ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการอื่นครบถ้วน

(๒) ให้ดำเนินการสรรหา และแต่งตั้งกรรมการอื่นตามระเบียบนี้ให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

(๓) ในระหว่างที่ไม่มีประธานกรรมการใน กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ให้หัวหน้าสถานีตำรวจ ทำหน้าที่ประธานกรรมการไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการประชุมและลงมติเลือกประธานกรรมการและรองประธานกรรมการ

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ

ระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐[๓]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชนใน กต.ตร.กทม. ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชนใน กต.ตร.กทม. ตามระเบียบนี้ต่อไปจนกว่าจะครบวาระและได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชนใน กต.ตร.กทม. ตามระเบียบนี้แทน

ภูวนนท์/ผู้จัดทำ

๓ กันยายน ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๓๑ ง/หน้า ๘/๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙

[๒]

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง/หน้า ๓๗/๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๐

35 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ พ.ศ. 2549 (Update ณ วันที่ 30/08/2550) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a2d8b3a3712fe866

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com