法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตย้ายสำนักงาน ตั้งสำนักงานชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาต และจัดหาคนหางานจากจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดที่ได้รับอนุญาต พ.ศ. 2538

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตย้ายสำนักงาน

ตั้งสำนักงาน

ชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาต

และจัดหาคนหางานจาก

จังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดที่ได้รับอนุญาต

พ.ศ. ๒๕๓๘[๑]

โดยที่มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ. ๒๕๒๘ และมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗

บัญญัติให้การขออนุญาตและการอนุญาตย้ายสำนักงานตั้งสำนักงานชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาตและจัดหาคนหางานจากจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดที่ได้รับอนุญาต

เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ. ๒๕๒๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๓๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม จึงวางระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตย้ายสำนักงาน

ตั้งสำนักงานชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาต และจัดหาคนหางานจากจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดที่ได้รับอนุญาต

พ.ศ. ๒๕๓๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตขอย้ายสำนักงาน ขอตั้งสำนักงานชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาต

และขอจัดหาคนหางานจากจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดที่ได้รับอนุญาต พ.ศ. ๒๕๒๙

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผู้รับอนุญาตจัดหางานผู้ใดประสงค์จะขอย้ายสำนักงาน ให้ยื่นคำขอตามแบบ จง.

๑๓ ท้ายระเบียบนี้ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานนั้นตั้งอยู่ พร้อมด้วยใบอนุญาตจัดหางาน

บัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้าง และตัวแทนจัดหางาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในกรณีที่เป็นการขอย้ายสำนักงานไปตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ให้นายทะเบียนพิจารณาการย้าย

ในกรณีที่เป็นการขอย้ายสำนักงานไปอยู่ในจังหวัดอื่น ให้นายทะเบียนผู้รับคำขอส่งคำขอพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปให้นายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ผู้ยื่นคำขอจะย้ายสำนักงานไปตั้งอยู่พิจารณาการย้าย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เมื่อปรากฏว่าสถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ เป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ. ๒๕๒๘ และประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง

การกำหนดสถานที่ซึ่งห้ามจัดตั้งสำนักงานจัดหางานให้นายทะเบียนซึ่งเป็นผู้พิจารณาการขอย้ายบันทึกการอนุญาตให้ย้ายสำนักงานลงในใบอนุญาตจัดหางาน

บัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้าง

และตัวแทนจัดหางานและแจ้งผลการอนุญาตหรือไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลให้นายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานตั้งอยู่เดิม

เพื่อแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้รับอนุญาตจัดหางานผู้ใดประสงค์จะขอตั้งสำนักงานชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาตให้ยื่นคำขอตามแบบ

จง. ๑๔ ท้ายระเบียบนี้ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานนั้นตั้งอยู่

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้นายทะเบียนที่ได้รับคำขอตามข้อ ๗ แจ้งนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานประสงค์จะตั้งสำนักงานชั่วคราว

ตรวจสถานที่ตั้งสำนักงานว่าเป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.

๒๕๒๘ และประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง

การกำหนดสถานที่ซึ่งห้ามจัดตั้งสำนักงานจัดหางาน หรือไม่ และแจ้งผลการตรวจสอบให้นายทะเบียนจัดหางานที่ได้รับคำขอพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เมื่อนายทะเบียนผู้รับคำขอได้รับผลการตรวจสถานที่ตั้งสำนักงานชั่วคราวแล้วให้พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต

และแจ้งการอนุญาตหรือไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอและนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ขอตั้งสำนักงานชั่วคราวทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องและครบถ้วน

การอนุญาตให้ตั้งสำนักงานชั่วคราวตามวรรคหนึ่งให้อนุญาตตามความจำเป็นได้ครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ผู้รับอนุญาตจัดหางานที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งสำนักงานชั่วคราวในจังหวัดอื่นต้องแจ้งกำหนดวันเริ่มดำเนินงานของสำนักงานแห่งใหม่

ต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานชั่วคราวตั้งอยู่เพื่อทราบก่อนวันเริ่มดำเนินงาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ผู้รับอนุญาตจัดหางานผู้ใดประสงค์จะขอจัดหาคนหางานจากจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดที่ได้รับอนุญาต

ให้ยื่นคำขอตามแบบ จง. ๑๕ ท้ายระเบียบนี้ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่สำนักงานนั้นตั้งอยู่

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้นายทะเบียนสอบสวนผู้ยื่นคำขอว่าสถานที่ที่ไปดำเนินการจัดหาคนหางานขัดต่อพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ. ๒๕๒๘ และประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง

การกำหนดสถานที่ซึ่งห้ามจัดตั้งสำนักงานจัดหางานหรือไม่

และมีความจำเป็นต้องจัดหาคนหางานหรือไม่

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

เมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอมีหลักฐานและรายละเอียดถูกต้องและครบถ้วนและผู้ยื่นคำขอได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานตั้งอยู่เกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปดำเนินการจัดหางานแล้ว

ให้นายทะเบียนผู้รับคำขอพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต และแจ้งการอนุญาตหรือไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ

การอนุญาตให้จัดหาคนหางานจากจังหวัดอื่นให้อนุญาตได้ครั้งละไม่เกินหกสิบวัน

และให้นายทะเบียนท้องที่ที่รับคำขอแจ้งการอนุญาตให้นายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ผู้ยื่นคำขอจะไปดำเนินการทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานที่ได้รับอนุญาตตาม ข้อ ๑๓ แจ้งกำหนดวันเริ่มดำเนินงาน

ต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานในจังหวัดนั้น เพื่อทราบก่อนวันเริ่มดำเนินงาน

ประกาศ ณ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. คำขอย้ายสำนักงานจัดหางาน (แบบ จง. ๑๓)

๒. คำขอตั้งสำนักงานจัดหางานชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาต

(แบบ จง. ๑๔)

๓. คำขอจัดหาคนหางานจากจังหวัดอื่น (แบบ จง. ๑๕)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

โชติกานต์/ปรับปรุง

๒ มิถุนายน ๒๕๖๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม

๑๑๒/ตอนพิเศษ ๑๐ ง/หน้า ๒๙/๒๙ มีนาคม ๒๕๓๘

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตย้ายสำนักงาน ตั้งสำนักงานชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาต และจัดหาคนหางานจากจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดที่ได้รับอนุญาต พ.ศ. 2538 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a314de1f9056e7e5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com