ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน
ระหว่างเดือนตุลาคม
๒๕๕๒ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๓[๑]
ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๖ วรรค ๒ กำหนดให้กระทรวงการคลังสรุปรายงานสถานะหนี้สาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ภายใน ๖๐ วันหลังจากสิ้นเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนของทุกปี
โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงหนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้เงินและค้ำประกัน ณ
สิ้นเดือนดังกล่าว รวมทั้งรายการการกู้เงินและค้ำประกันที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม
และเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ตามลำดับ
กระทรวงการคลังขอรายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ซึ่งรวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้
ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๓ ดังนี้
๑. รายงานสถานะหนี้สาธารณะ
ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓
หนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ มีจำนวน ๔,๑๒๔,๗๑๑.๖๘
ล้านบาท หรือร้อยละ ๔๒.๓๙ ของ GDP ประกอบด้วย
หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง ๒,๗๖๒,๓๐๒.๗๑
ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ๑,๑๐๓,๗๒๕.๐๒
ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน ๑๘๘,๕๖๙.๑๐
ล้านบาท และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ๗๐,๑๑๔.๘๕
ล้านบาท
หนี้สาธารณะจำนวนดังกล่าวจำแนกตามอายุของหนี้เป็นหนี้ระยะยาว
๓,๘๗๑,๘๓๒.๒๔ ล้านบาท และหนี้ระยะสั้น
๒๕๒,๘๗๙.๔๔ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๙๓.๘๗ และร้อยละ ๖.๑๓
ตามลำดับและจำแนกตามแหล่งที่มาเป็นหนี้ต่างประเทศ ๓๗๒,๓๐๓.๑๘
ล้านบาท และหนี้ในประเทศ ๓,๗๕๒,๔๐๘.๕๐
ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๙.๐๓ และร้อยละ ๙๐.๙๗ ตามลำดับ ดังปรากฏตามตารางที่ ๑
ตารางที่
๑ หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓
หน่วย
: ล้านบาท
รายการ
๓๑
มี.ค. ๕๓
%
GDP
๑. หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง
๑.๑ หนี้ต่างประเทศ
๑.๒
หนี้ในประเทศ
๒,๗๖๒,๓๐๒.๗๑
๕๔,๐๔๓.๘๐
๒,๗๐๘,๒๕๘.๙๑
๒๘.๓๙
๒.
หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน
๒.๑
หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
หนี้ต่างประเทศ
หนี้ในประเทศ
๒.๒
หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
หนี้ต่างประเทศ
หนี้ในประเทศ
๑,๑๐๓,๗๒๕.๐๒
๕๓๗,๐๖๐.๘๓
๑๖๐,๗๕๗.๒๙
๓๗๖,๓๐๓.๕๔
๕๖๖,๖๖๔.๑๙
๑๔๙,๙๕๗.๔๖
๔๑๖,๗๐๖.๗๓
๑๑.๓๔
๓. หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน
(รัฐค้ำประกัน)
๓.๑
หนี้ต่างประเทศ
๓.๒
หนี้ในประเทศ
๑๘๘,๕๖๙.๑๐
๗,๕๔๔.๖๓
๑๘๑,๐๒๔.๔๗
๑.๙๔
๔.
หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ
๔.๑
หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๔.๒
หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๗๐,๑๑๔.๘๕
๓๐,๔๔๕.๑๘
๓๙,๖๖๙.๖๗
๐.๗๒
๕.
หนี้องค์กรของรัฐอื่น
๕.๑
หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๕.๒
หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๖.
รวม ๑.+๒.+๓.+๔.+๕.
๔,๑๒๔,๗๑๑.๖๘
๔๒.๓๙
หมายเหตุ :
๑. ประมาณการ GDP
ปี ๒๕๕๓ เท่ากับ ๙,๗๒๙.๕
พันล้านบาท (สศช. ณ วันที่ ๒๔ พ.ค. ๕๓)
๒.
ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ยังไม่รวมหนี้ของ SPV จำนวน ๒๓,๙๙๙.๙๐
ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีภาระผูกพันต้องจ่ายภายใต้สัญญาเช่าพื้นที่อาคาร สัญญาบริการ
สัญญาบริการจัดหาเฟอร์นิเจอร์
และสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ
ซึ่งตามระบบ GFS
นับเป็นหนี้สาธารณะ
๒. รายการการกู้เงินและค้ำประกัน
ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๓ คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้จัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓
เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ
ประกอบด้วย ๖ แผนย่อย และได้ปรับปรุงแผนฯ ในระหว่างปี เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้และบริหารหนี้
ซึ่งหลังการปรับปรุงแผนฯ ครั้งที่ ๓ ทำให้วงเงินรวมในแผนฯ
ที่จะบริหารจัดการมีจำนวนทั้งสิ้น ๑,๗๔๘,๖๖๒.๗๐
ล้านบาท โดยในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๓
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้แล้ว
เป็นวงเงินทั้งสิ้น ๗๙๐,๙๖๖.๕๕ ล้านบาท ดังปรากฏตามตารางที่ ๒
ตารางที่
๒ การกู้เงินและการบริหารหนี้ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ - เดือนมีนาคม ๒๕๕๓
หน่วย
: ล้านบาท
รายการ
แผน
ผลการ
ดำเนินการ
๑.
การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล
๖๗๓,๐๐๐.๐๐
๔๕๒,๕๓๒.๐๐
๒.
การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้ FIDF
๑๓๙.๑๗๑.๐๒
๔๐,๐๐๐.๐๐
๓.
การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง
ทางเศรษฐกิจ
๓๕๐,๐๐๐.๐๐
๑๒๐,๐๐๐.๐๐
๔.
การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ
๓๖๗,๖๐๒.๓๘
๑๗๖,๗๓๓.๗๑
๕.
การก่อหนี้จากต่างประเทศ
๑๒๐,๓๕๗.๘๖
๑,๗๐๐.๘๔
๖.
การบริหารหนี้ต่างประเทศ
๙๘,๕๓๑.๔๔
รวม
๑,๗๔๘,๖๖๒.๗๐
๗๙๐,๙๖๖.๕๕
ซึ่งมีสาระสำคัญ
ดังนี้
๒.๑ การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล
๒.๑.๑
กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน ๑๔๖,๕๓๒.๐๐
ล้านบาท โดยออกพันธบัตรรัฐบาล จำนวน ๕ รุ่น วงเงินรวม ๑๓๒,๕๓๒.๐๐
ล้านบาท และพันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ๒ รุ่น วงเงินรวม ๑๔,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท
๒.๑.๒ กระทรวงการคลังได้ Roll-over
ตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารดุลเงินสด วงเงิน ๘๐,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท และตั๋วเงินคลังที่ได้กู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สะสมมาในช่วงปีงบประมาณ
๒๕๔๒ - ๒๕๕๒ จำนวน ๒๐๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้
ในส่วนของตั๋วเงินคลังที่ได้กู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สะสมมาในช่วงปีงบประมาณ
๒๕๔๒ - ๒๕๕๒ ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้โดยแปลงเป็นพันธบัตรระยะยาว จำนวน ๒๓,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๓ มีตั๋วเงินคลังหมุนเวียนในตลาด จำนวน ๒๕๘,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท
๒.๑.๓ กระทรวงการคลังได้ Roll-over
ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ครบกำหนดไถ่ถอน จำนวน ๒๕,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน
๒.๒ การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้
FIDF
๒.๒.๑ กระทรวงการคลังได้ Roll-over
พันธบัตร FIDF1 ที่ครบกำหนดไถ่ถอน จำนวน ๓๐,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท โดยการกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน จำนวน ๑๖,๐๙๖.๑๑
ล้านบาท สมทบกับเงินทดรองจ่ายจากบัญชีเงินฝากกระทรวงการคลัง จำนวน ๑๓,๙๐๓.๘๙
ล้านบาท เพื่อชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนด
จากนั้นทยอยการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ ปีงบประมาณ ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๑ วงเงิน ๓๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท
มาชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและเงินจากบัญชีเงินฝากฯ
๒.๒.๒ กระทรวงการคลังได้ Roll-over
พันธบัตร FIDF3 ที่ครบกำหนดไถ่ถอน จำนวน ๑๐,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน
๒.๓
การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
กระทรวงการคลังได้กู้เงินจากสถาบันการเงิน จำนวน
๑๒๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕
๒.๔
การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ
รัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินในประเทศ
จำนวนทั้งสิ้น ๑๗๖,๗๓๓.๗๑ ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน
จำนวน ๑๔๐,๒๙๘.๕๑ ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๓๖,๔๓๕.๒๐
ล้านบาท สามารถแบ่งตามประเภทของการกู้เงิน ได้ดังนี้
๒.๔.๑ เงินกู้ในประเทศทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
วงเงิน ๑.๑๒ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๖ ส่วนที่ ๒
๒.๔.๒
เงินกู้เงินบาทสมทบโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
วงเงิน ๗.๐๓ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๗ ส่วนที่ ๒
๒.๔.๓ เงินกู้เพื่อลงทุน
รัฐวิสาหกิจ ๓ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อลงทุน
วงเงินรวม ๖,๖๗๔.๘๖ ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน
จำนวน ๓,๐๗๓.๐๐ ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๓,๖๐๑.๘๖
ล้านบาท ได้แก่
(๑) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
วงเงิน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
เพื่อดำเนินโครงการทางพิเศษบางพลี - สุขสวัสดิ์ ในส่วนของค่าก่อสร้างทางเชื่อมโครงการ
ฯ กับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม
(๒)
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๓,๖๐๑.๘๖
ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่ง และสถานีไฟฟ้า
ระยะที่ ๗ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๖.๐๓ ล้านบาท
โครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่าย ระยะที่ ๖ จำนวน ๒๒๘.๓๘ ล้านบาท
โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๘๙๒.๓๕ ล้านบาท
โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๒ จำนวน ๖๔๕.๕๔ ล้านบาท
โครงการติดตั้งศูนย์สั่งจ่ายไฟ ระยะที่ ๒ จำนวน ๖๐๓.๗๔ ล้านบาท
โครงการเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ระยะที่ ๒ จำนวน ๓๖๓.๙๑ ล้านบาท โครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิ้ลใต้น้ำไปยังเกาะที่มีไฟฟ้าใช้แล้ว
(เกาะลิบง เกาะสุกร และเกาะมุกต์ จังหวัดตรัง) จำนวน ๒๖.๘๒ ล้านบาท
และโครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่าย ระยะที่ ๗ จำนวน ๘๓๕.๐๙ ล้านบาท
(๓)
การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กู้เงินจากธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารนครหลวงไทย
จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๒,๐๗๓.๐๐ ล้านบาท
เพื่อดำเนินโครงการระบบรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จำนวน ๑,๕๐๐ ล้านบาท และโครงการก่อสร้างระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ในส่วนของค่า K จำนวน ๕๗๓ ล้านบาท
๒.๔.๔ เงินกู้เพื่อดำเนินกิจการทั่วไปและอื่น ๆ
รัฐวิสาหกิจ ๗ แห่ง
ได้กู้เงินเพื่อดำเนินกิจการทั่วไปและอื่น ๆ วงเงินรวม ๓๔,๕๖๑.๐๐
ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน ๓๓,๗๕๑.๐๐
ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๘๑๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่
(๑) การประปาส่วนภูมิภาคได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) จำนวน ๒,๑๔๑.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
เพื่อชดเชยยอดค้างชำระสำหรับนโยบาย ๖ มาตรการ ๖ เดือน ฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทยทุกคน
และมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน
(๒)
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร และกู้เงินจากสถาบันการเงิน ๒
แห่ง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
วงเงินรวม ๖,๒๖๕.๐๐ ล้านบาท
แบ่งเป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน ๕,๔๕๕.๐๐
ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๘๑๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อชดเชยยอดค้างชำระสำหรับนโยบาย
๖ มาตรการ ๖ เดือน ฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทยทุกคน และมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน
จำนวน ๕,๔๕๕.๐๐ ล้านบาท และใช้ในการดำเนินงาน จำนวน ๘๑๐.๐๐
ล้านบาท
(๓)
การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กู้เงินระยะสั้นจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน
๘๐๐.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อใช้เสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน
(๔)
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้กู้เงินจากธนาคารออมสิน จำนวน ๓๕๕.๐๐ ล้านบาท
กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อใช้เป็นเงินทดแทนเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (PSO)
ที่สำนักงบประมาณไม่สามารถจัดสรรเงินงบประมาณให้ได้
(๕) องค์การสวนยางได้กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
จำนวน ๕,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
เพื่อใช้ดำเนินโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า
แก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ
(๖)
องค์การคลังสินค้าได้กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำนวน ๑๓,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือกตามโครงการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือก
ปี ๒๕๕๒/๕๓
(๗)
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรได้กู้เงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำนวน ๗,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือกตามโครงการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือกปี
๒๕๕๒/๕๓
๒.๔.๕ การบริหารและจัดการหนี้
รัฐวิสาหกิจ ๑๐ แห่ง ได้บริหารหนี้ในประเทศ
วงเงินรวม ๑๓๕,๔๘๙.๗๑ ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน
จำนวน ๑๐๓,๔๗๔.๕๑ ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๓๒,๐๑๕.๒๐
ล้านบาท ดังนี้
(๑) การ Roll-over :
รัฐวิสาหกิจ ๙ แห่ง ได้ Roll-over หนี้ที่ครบกำหนดชำระคืน
วงเงินรวม ๑๒๙,๙๗๔.๕๑ ล้านบาท
เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๙๘,๙๗๔.๕๑
ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๓๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่
๑) การเคหะแห่งชาติได้กู้เงินจากธนาคารทหารไทย
จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๒)
การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๒ รุ่น
และกู้เงินจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน วงเงินรวม ๕,๑๐๐.๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๓)
การประปาส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๑,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๔)
การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๗ รุ่น วงเงินรวม ๖,๕๐๒.๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๕)
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตรและกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน วงเงินรวม ๔,๐๓๕.๘๘
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๖)
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๔,๓๓๖.๖๓
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๗)
กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินได้กู้เงิน โดยการออกพันธบัตร
วงเงิน ๓๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
๘)
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้กู้เงินจากธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด
(มหาชน) และธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๗๐,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๙)
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๗ รุ่น วงเงินรวม ๗,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
(๒) การ Refinance :
การเคหะแห่งชาติได้ Refinance สัญญาเงินกู้ เงินกู้ระยะยาว
๕ สัญญา โดยกู้เงินจากธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน วงเงินรวม ๔,๕๐๐.๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน ทำให้ประหยัดดอกเบี้ยได้ ๖๘.๖๕ ล้านบาท
(๓) การทำ Swap Arrangement
: บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ทำ Swap
สัญญาเงินกู้ระยะยาวจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ วงเงิน ๑,๐๑๕.๒๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
๒.๕ การก่อหนี้จากต่างประเทศ
การประปานครหลวงได้ลงนามสัญญาเงินกู้กับรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น
จำนวน ๔,๔๖๒ ล้านเยน หรือเทียบเท่า ๑,๗๐๐.๘๔
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก
ครั้งที่ ๘
๒.๖ การบริหารหนี้ต่างประเทศ
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจยังไม่ได้ดำเนินการบริหารหนี้ต่างประเทศตามแผนงานนี้
๓. การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบวงเงินของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
๓.๑ การกู้เงินและบริหารหนี้ของบริษัทมหาชนจำกัด
ที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง ได้กู้เงินและบริหารหนี้รวม ๓๘,๕๐๗.๕๗
ล้านบาท ได้แก่
๓.๑.๑ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
ได้กู้เงินและบริหารหนี้รวม ๒๑,๓๗๑.๕๗ ล้านบาท แบ่งเป็น
(๑) กู้เงินในรูปเช่าซื้อ (Asset
Based Financing) เพื่อชำระค่าจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส
330-300 ลำที่ ๓-๘ วงเงินรวม ๑๔,๘๗๑.๕๗ ล้านบาท
(๒) Roll-over หุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระคืน
โดยการกู้เงินจากธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด
(ไทย) จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๖,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท
๓.๑.๒ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ได้กู้เงินในประเทศโดยการออกหุ้นกู้ วงเงินรวม ๖,๖๓๖.๐๐
ล้านบาท และกู้เงินต่างประเทศจากสถาบันการเงิน ๓ แห่ง วงเงิน ๓๐๐.๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ
หรือเทียบเท่า ๑๐,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท
๓.๒ การกู้เงินระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง
วงเงิน ๔,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท
๔. สรุปผลการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓
๔.๑ จากผลการดำเนินงานที่กล่าวมาแล้ว
ในช่วงระยะเวลา ๖ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๓ (ตุลาคม ๒๕๕๒ - มีนาคม ๒๕๕๓)
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะตามกรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๗๙๐,๙๖๖.๕๕
ล้านบาท โดยมีความก้าวหน้าไปแล้วคิดเป็นร้อยละ ๔๕.๒๓ ของแผนฯ
๔.๒
ผลการกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบวงเงินของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ รัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้ รวมทั้งสิ้น ๔๓,๐๐๗.๕๗
ล้านบาท
๔.๓ จากการดำเนินการตามข้อ ๔.๑ และ ๔.๒
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๘๓๓,๙๗๔.๑๒
ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินใหม่ จำนวน ๓๔๕,๙๘๔.๔๑ ล้านบาท
และการบริหารหนี้ จำนวน ๔๘๗,๙๘๙.๗๑ ล้านบาท
หน่วย
: ล้านบาท
หน่วยงาน
ผลการดำเนินงาน
การกู้ใหม่
การบริหารหนี้
รวม
รัฐบาล
๒๖๖,๕๓๒.๐๐
๓๔๖,๐๐๐.๐๐
๖๑๒,๕๓๒.๐๐
รัฐวิสาหกิจ
๗๙,๔๕๒.๔๑
๑๔๑,๙๘๙.๗๑
๒๒๑,๔๔๒.๑๒
รวม
๓๔๕,๙๘๔.๔๑
๔๘๗,๙๘๙.๗๑
๘๓๓,๙๗๔.๑๒
ทั้งนี้
การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจจำนวน ๒๒๑,๔๔๒.๑๒
ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๔๑,๙๙๙.๓๕
ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๗๙,๔๔๒.๗๗ ล้านบาท
ผลของการบริหารหนี้ที่ได้ดำเนินการทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ
วงเงินรวมกันทั้งสิ้น ๔๘๗,๙๘๙.๗๑ ล้านบาท นั้น
สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้ ๖๘.๖๕ ล้านบาท
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓
นริศ
ชัยสูตร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ : FIDF หมายถึง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
FIDF1 หมายถึง พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งรวมทั้งเงินกู้หรือตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน ๑ ปี
FIDF3 หมายถึง พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕
Refinance หมายถึง การกู้เงินจากแหล่งใหม่เพื่อนำไปใช้คืนแหล่งเงินกู้เดิม
ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการกู้เงิน
Roll-over หมายถึง การกู้เงินใหม่เพื่อนำไปชำระเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ
เพื่อให้เงินกู้ดังกล่าวมีระยะเงินกู้สอดคล้องกับระยะคืนทุน
Swap หมายถึง การแปลงหนี้
ซึ่งสามารถดำเนินการได้ ๒ วิธี คือ การแปลงสกุลเงิน เช่น
การแปลงหนี้สกุลเงินเยนเป็นเงินบาท และการแปลงอัตราดอกเบี้ย เช่น
การแปลงอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๓
มิถุนายน ๒๕๕๓
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๒๓
มิถุนายน ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๗๕ ง/หน้า ๓๑/๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓