法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๗ ข้อ ๑๖ และข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติมข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าพนักงานออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๗

(๒) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“ศูนย์บริหารเงิน” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ

“กลุ่มบริษัท” หมายความว่า กลุ่มบริษัทซึ่งประกอบด้วยบริษัทแม่ บริษัทในเครือ หรือบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องหรือบริษัทที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ซึ่งมอบหมายให้ศูนย์บริหารเงินทำหน้าที่บริหารจัดการเงินตราต่างประเทศแทนตน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด

“บริษัท” หมายความว่า บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด

“เครือข่ายธุรกิจ” หมายความว่า บริษัทแม่ และบริษัทในเครือ

“บริษัทแม่” หมายความว่า บริษัทที่มีหุ้นในบริษัทย่อยมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของทุนหรือหุ้นทั้งหมดหรือบริษัทที่มีหุ้นในบริษัทร่วมตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ แต่ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของทุนหรือหุ้นทั้งหมด ทั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

“บริษัทในเครือ” หมายความว่า บริษัทย่อยของบริษัทแม่ และบริษัทร่วมของบริษัทแม่ ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงสาขาของ บริษัทแม่ บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมด้วย

“บริษัทย่อย” หมายความว่า

(ก) บริษัทที่มีบริษัทอื่นเป็นบริษัทแม่ ที่ไม่ใช่บริษัทร่วม หรือ

(ข) บริษัทย่อยของบริษัทตาม (ก) ต่อไปทุกทอด

“บริษัทร่วม” หมายความว่า

(ก) บริษัทที่มีบริษัทอื่นเป็นบริษัทแม่ ที่ไม่ใช่บริษัทย่อย

(ข) บริษัทที่มีบริษัทย่อยเป็นบริษัทแม่ ที่ไม่ใช่บริษัทย่อย หรือ

(ค) บริษัทย่อยของบริษัทตาม (ก) หรือ (ข) ต่อไปทุกทอด

“บริษัทที่ประกอบธุรกิจทางการเงิน” หมายความว่า

(๑) นิติบุคคลรับอนุญาต

(๒) บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

(๓) บริษัทหลักทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(๔) บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัย ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิตและกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย

“บริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ” หมายความว่า บริษัทหรือสาขาในต่างประเทศที่อยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินและกลุ่มบริษัท

“บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในประเทศไทย” หมายความว่า บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยแต่ละรายตามข้อ ๒๓ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ” หมายความว่า บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป (Non-resident Baht Account : NRBA) ตามข้อ ๓๕/๓ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“ภาระผูกพัน”[๒] หมายความว่า ภาระที่จะต้องมีการจ่ายเงินเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ ให้รวมถึงเงินลงทุนในต่างประเทศ เงินลงทุนในตราสารทางการเงินสกุลเงินตราต่างประเทศ ที่ออกและจำหน่ายในประเทศ เงินให้กู้ยืม และเงินที่ชำระให้กลุ่มบริษัทในประเทศไทยหรือบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้ากับกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ ในกรณีศูนย์บริหารเงินลงทุนในต่างประเทศ ลงทุนในตราสารทางการเงินสกุลเงินตราต่างประเทศที่ออกและจำหน่ายในประเทศ ให้กู้ยืม หรือชำระเงินให้กลุ่มบริษัทในประเทศไทยหรือบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้าดังกล่าวตามขอบเขตการประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงินด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ศูนย์บริหารเงิน ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยที่มิได้เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจทางการเงิน

(๒) อยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับกลุ่มบริษัทที่ศูนย์บริหารเงินบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้

(๓)[๓]

บริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทที่มีคุณสมบัติและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๓.๑) กลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วยบริษัทที่จดทะเบียนและมีสถานประกอบการในประเทศไทย หรือในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือในประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย อย่างน้อย ๓ บริษัท หรือ

(๓.๒) กลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วยบริษัทที่จดทะเบียนและมีสถานประกอบการในประเทศไทยอย่างน้อย ๒ บริษัท โดยบริษัทนั้นต้องมีบริษัทซึ่งจดทะเบียนและมีสถานประกอบการในต่างประเทศ หรือมีสาขาในต่างประเทศ กระจายกันอยู่ตั้งแต่ ๒ ประเทศขึ้นไป ซึ่งบริษัทหรือสาขาดังกล่าว ต้องอยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับกลุ่มบริษัทและบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินด้วย

ทั้งนี้ บริษัทที่อยู่ในกลุ่มบริษัทตาม (๓.๑) หรือ (๓.๒) นั้น ต้องประกอบธุรกิจนำเข้าส่งออก การค้าระหว่างประเทศ บริการระหว่างประเทศ หรือประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่นและไม่ได้เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจทางการเงิน

ในกรณีที่กลุ่มบริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดใน (๓.๑) หรือ (๓.๒) แล้ว ศูนย์บริหารเงินสามารถบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศเพิ่มเติมให้แก่กลุ่มบริษัทที่เป็นสาขาในต่างประเทศที่อยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินและกลุ่มบริษัทได้

การบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงินยังไม่รวมถึงการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทประเภทบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องหรือเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

กรณีที่กลุ่มบริษัทมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อกำหนดข้างต้น ให้มีหนังสือขออนุญาตจากเจ้าพนักงานเป็นรายกรณี

(๔) บริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าของสินค้าหรือบริการระหว่างประเทศรวมของกลุ่มบริษัททั้งหมดในปริมาณที่เหมาะสม

ทั้งนี้ กรณีบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินประกอบธุรกิจอื่นด้วยจะต้องบันทึกรายการธุรกรรมทางการเงินของศูนย์บริหารเงินแยกต่างหากจากธุรกิจอื่นให้ชัดเจน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน จะต้องยื่นคำขอต่อรัฐมนตรีผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่เกี่ยวข้อง โดยจัดทำอย่างละ ๒ ฉบับ ดังต่อไปนี้

(๑) คำขอประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินตามแบบที่กำหนด โดยระบุรายละเอียด ดังนี้

(๑.๑) วัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจศูนย์บริหารเงิน และขอบเขตการประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงิน

(๑.๒) แผนผังแสดงโครงสร้างและสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน กลุ่มบริษัท และบริษัทหรือสาขาที่อยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับบริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินและกลุ่มบริษัท

(๑.๓) รายชื่อพร้อมหนังสือยินยอมของกลุ่มบริษัทซึ่งได้มอบอำนาจให้ศูนย์บริหารเงินทำหน้าที่บริหารจัดการเงินตราต่างประเทศแทนตน

(๑.๔) รายชื่อกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศที่อยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับบริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินและกลุ่มบริษัทซึ่งศูนย์บริหารเงินประสงค์จะให้กู้ยืมเงิน

(๑.๕) ข้อมูลมูลค่าสินค้าหรือบริการระหว่างประเทศของกลุ่มบริษัทในปีที่ผ่านมา

(๒) สำเนาหนังสือรับรองทุนจดทะเบียนของบริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน และกลุ่มบริษัท หรือเอกสารหลักฐานของทางการที่แสดงการเป็นสาขากรณีกลุ่มบริษัทเป็นสาขาในต่างประเทศ

(๓) สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน

(๔) สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัท

(๕) งบการเงินล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้วของกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ และบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศที่อยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับบริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินและกลุ่มบริษัท ที่ศูนย์บริหารเงินประสงค์จะให้กู้ยืมเงิน

(๖) เอกสารหลักฐานอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร

ในกรณีมีความจำเป็นที่ทำให้บริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินไม่สามารถยื่นเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดในวรรคหนึ่งได้ ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจเรียกเอกสารหลักฐานอื่นแทนหรือสั่งงดการยื่นเอกสารก็ได้ ทั้งนี้ ตามความจำเป็นและเหมาะสม

ในการยื่นคำขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่กรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เจ้าพนักงานอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาไม่อนุญาต ถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต หากมีเหตุดังต่อไปนี้

(๑) เจ้าพนักงานมีข้อสงสัยหรือมีเหตุที่เชื่อได้ว่าบริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน หรือศูนย์บริหารเงินกระทำการดังต่อไปนี้

(๑.๑) ไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน หรือกฎข้อบังคับ คำสั่ง และประกาศที่ได้ออกเพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น

(๑.๒) เหตุอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร

(๒) บริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินหรือศูนย์บริหารเงินขาดคุณสมบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ศูนย์บริหารเงินลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกาศฉบับนี้ หรือหนังสืออนุญาตของเจ้าพนักงานที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี

(๓) บริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินปฏิบัติการในธุรกิจของศูนย์บริหารเงินหรือธุรกิจอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน

ในกรณีที่รัฐมนตรีสั่งถอนหรือแจ้งไม่ต่ออายุใบอนุญาตของศูนย์บริหารเงินนั้น ให้เจ้าของหรือผู้จัดการ ส่งคืนใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานภายใน ๑๕ วัน นับจากวันที่ศูนย์บริหารเงินได้รับคำสั่งถอนหรือแจ้งไม่ต่ออายุดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๔]

ในการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน ให้ศูนย์บริหารเงินถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑) การรับซื้อภาระผูกพันหรือเอกสารเรียกเก็บเงินและการเป็นตัวแทนรับหรือจ่ายเงิน

(๑.๑) ให้ศูนย์บริหารเงินรับซื้อภาระผูกพันค่าสินค้าหรือบริการหรือเอกสารเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการ ระหว่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศจากกลุ่มบริษัท หรือเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทในการรับเงินตามเอกสารเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการหรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันค่าสินค้าหรือบริการระหว่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศ โดยการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทให้ชำระเป็นเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทก็ได้ และในการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับคู่ค้าของตนหรือของกลุ่มบริษัทดังกล่าวให้ชำระเป็นเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทก็ได้

การชำระเป็นเงินบาทให้กลุ่มบริษัทหรือคู่ค้าในต่างประเทศให้ฝากเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ของกลุ่มบริษัทหรือคู่ค้านั้นหรือของธนาคารที่เป็นผู้รับเงินเพื่อกลุ่มบริษัทหรือคู่ค้านั้นได้

ทั้งนี้ ค่าสินค้าหรือบริการระหว่างประเทศตามวรรคหนึ่ง หมายถึงกรณี ดังต่อไปนี้

(ก) ค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกลุ่มบริษัทในประเทศไทยกับคู่ค้าในต่างประเทศ

(ข) ค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกลุ่มบริษัทในต่างประเทศกับคู่ค้าในประเทศไทย

(ค) ค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกลุ่มบริษัทในต่างประเทศกับคู่ค้าในต่างประเทศ

(๑.๒) ให้ศูนย์บริหารเงินเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทในการรับหรือจ่ายเงินผลประโยชน์สกุลเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวกับการลงทุน การกู้ยืม หรือการให้กู้ยืม เช่น เงินปันผล ดอกเบี้ย ตามเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทให้ชำระเป็นเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทก็ได้ และในการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับคู่ค้าของกลุ่มบริษัทดังกล่าวให้ชำระเป็นเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทก็ได้

การชำระเป็นเงินบาทให้กลุ่มบริษัทหรือคู่ค้าในต่างประเทศให้ฝากเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ของกลุ่มบริษัทหรือคู่ค้านั้นหรือของธนาคารที่เป็นผู้รับเงินเพื่อกลุ่มบริษัทหรือคู่ค้านั้นได้

ทั้งนี้ ผลประโยชน์สกุลเงินตราต่างประเทศตามวรรคหนึ่ง หมายถึงกรณีดังต่อไปนี้

(ก) ผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มบริษัทในประเทศไทยกับคู่ค้าที่เป็นนิติบุคคลในต่างประเทศ

(ข) ผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มบริษัทในต่างประเทศกับคู่ค้าที่เป็นนิติบุคคลในประเทศไทย

(ค) ผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มบริษัทในต่างประเทศกับคู่ค้าที่เป็นนิติบุคคลในต่างประเทศ

(๒) การหักกลบรายได้ หรือภาระผูกพัน

ให้ศูนย์บริหารเงินนำรายได้ หรือภาระผูกพันในกรณีดังต่อไปนี้มาหักกลบกันได้

(๒.๑) รายได้หรือภาระผูกพันค่าสินค้าหรือบริการระหว่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทซึ่งศูนย์บริหารเงินดำเนินการเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทในการรับหรือจ่ายเงินตามข้อ ๖ (๑.๑)

(๒.๒) รายได้หรือภาระผูกพันที่เป็นเงินผลประโยชน์สกุลเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวกับการลงทุนการกู้ยืม หรือการให้กู้ยืม เช่น เงินปันผล ดอกเบี้ย ของกลุ่มบริษัทซึ่งศูนย์บริหารเงินดำเนินการเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทในการรับหรือจ่ายเงินตามข้อ ๖ (๑.๒)

(๒.๓) รายได้หรือภาระผูกพันของศูนย์บริหารเงิน ในขอบเขตการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน

ทั้งนี้ การชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับคู่ค้าหรือกลุ่มบริษัท หลังจากหักกลบแล้วให้ปฏิบัติตามข้อ ๖ (๑)

(๓) การซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

(๓.๑) ให้ศูนย์บริหารเงินขายเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตได้ทุกกรณี

(๓.๒) ให้ศูนย์บริหารเงินซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อศูนย์บริหารเงินหรือเพื่อกลุ่มบริษัทได้ โดยจะต้องกระทำเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ ตามข้อ ๖ ดังต่อไปนี้

(ก) ชำระภาระผูกพันของตน หรือของกลุ่มบริษัท

(ข) ขายหรือแลกเปลี่ยนกับกลุ่มบริษัท

(ค) ฝากเงินตราต่างประเทศกับสถาบันการเงินในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ในการซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อฝากกับสถาบันการเงินในต่างประเทศ เพื่อลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศในต่างประเทศหรือตราสารทางการเงินสกุลเงินตราต่างประเทศที่ออกและจำหน่ายในประเทศตามข้อ ๖ (๔.๖) หรือเพื่อฝากกับนิติบุคคลรับอนุญาตตามข้อ ๗ วรรคหนึ่ง (๑.๒) โดยไม่มีภาระผูกพัน ให้ศูนย์บริหารเงินซื้อหรือแลกเปลี่ยนรวมกันได้ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อปี

(๓.๓) ให้ศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อศูนย์บริหารเงินหรือเพื่อกลุ่มบริษัทได้ โดยในกรณีที่เป็นการทำธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อชำระหรือรับชำระค่าสินค้าหรือบริการ ให้ศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมดังกล่าวได้โดยใช้ประมาณการรายได้หรือภาระผูกพันเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทภายใน ๑ ปี

ให้ศูนย์บริหารเงินสามารถต่ออายุ ไม่ต่ออายุ หรือยกเลิกธุรกรรมอนุพันธ์ดังกล่าวได้ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่เจ้าพนักงานกำหนด

ทั้งนี้ ในการต่ออายุ ไม่ต่ออายุ หรือยกเลิกธุรกรรมอนุพันธ์ดังกล่าว ศูนย์บริหารเงินอาจทำกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่เป็นคู่สัญญาเดิมหรือคู่สัญญาใหม่ได้ และต้องไม่เป็นการทำเพื่อเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยหากมีการหักกลบและรับจ่ายส่วนต่าง ให้หักกลบและรับจ่ายส่วนต่างเป็นเงินบาท

(๓.๔) ในการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทในประเทศไทย ให้ตกลงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างกัน โดยให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ใกล้เคียงกับอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่นิติบุคคลรับอนุญาตใช้ซื้อขายกับลูกค้าที่เผยแพร่โดยธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ศูนย์บริหารเงินถือปฏิบัติดังนี้

(ก) รับซื้อเงินตราต่างประเทศจากกลุ่มบริษัทในประเทศไทยได้ทุกกรณี

(ข) ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทในประเทศไทย ให้ขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินจำนวนตามเอกสารหลักฐานที่แสดงภาระผูกพันสกุลเงินตราต่างประเทศ หรือตามวงเงินที่กำหนดในประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยอนุโลม

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทในประเทศไทยสามารถรับหรือจ่ายเงินตราต่างประเทศกับศูนย์บริหารเงินตาม (ก) และ (ข) ได้

(๓.๕) ในการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ ให้ตกลงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างกัน โดยให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ใกล้เคียงกับอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่นิติบุคคลรับอนุญาตใช้ซื้อขายกับลูกค้าที่เผยแพร่โดยธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ศูนย์บริหารเงินถือปฏิบัติดังนี้

(ก) ในการรับซื้อเงินตราต่างประเทศและจ่ายเงินบาท ให้แก่กลุ่มบริษัทในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย ให้ศูนย์บริหารเงินตรวจสอบวัตถุประสงค์ของการใช้เงินบาทว่าต้องใช้เพื่อการค้าหรือการลงทุน ในประเทศไทย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยเท่านั้น ทั้งนี้ ให้กลุ่มบริษัทในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยดังกล่าวฝากเงินบาทที่ซื้อจากศูนย์บริหารเงินเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ดังต่อไปนี้ได้

๑. คู่ค้าหรือผู้รับการลงทุน ที่อยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

๒. กลุ่มบริษัทในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย ที่ซื้อเงิน

๓. ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย ที่เป็นผู้รับเงินเพื่อบุคคลตาม ๑. หรือ ๒.

(ข) ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทในต่างประเทศให้ศูนย์บริหารเงินตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินบาทที่นำมาขาย หากนำมาจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ หรือเป็นเงินบาทที่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการจากคู่ค้าในประเทศไทยให้ศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมดังกล่าวได้

(๔) การบริหารสภาพคล่อง

(๔.๑) ให้ศูนย์บริหารเงินกู้ยืมเงินตราต่างประเทศจากนิติบุคคลรับอนุญาตได้ทุกกรณี

(๔.๒) ให้ศูนย์บริหารเงินกู้ยืมหรือให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศกับกลุ่มบริษัทในประเทศไทย และให้กลุ่มบริษัทดังกล่าวชำระหรือรับชำระเงินตราต่างประเทศกับศูนย์บริหารเงินได้

(๔.๓) ให้ศูนย์บริหารเงินกู้ยืมเงินจากนิติบุคคลในต่างประเทศได้ โดยต้องเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศเท่านั้น เว้นแต่การกู้ยืมเงินจากกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ หรือนิติบุคคลในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย ให้ศูนย์บริหารเงินกู้ยืมเป็นเงินตราต่างประเทศหรือเป็นเงินบาทได้

(๔.๔) ให้ศูนย์บริหารเงินออกและจำหน่ายตราสารทางการเงินสกุลเงินตราต่างประเทศในประเทศและต่างประเทศเพื่อการระดมเงินได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ศูนย์บริหารเงินออกและจำหน่ายตราสารทางการเงินสกุลเงินตราต่างประเทศในประเทศ จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานก่อน

(๔.๕) ให้ศูนย์บริหารเงินให้กู้ยืมเงินแก่กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศได้ โดยต้องเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศเท่านั้น

ทั้งนี้ เว้นแต่การให้กู้ยืมเงินแก่กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ ที่อยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยเพื่อการค้าหรือการลงทุน ในประเทศไทย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย ให้ศูนย์บริหารเงินให้กู้ยืมเป็นเงินบาทได้ และให้ศูนย์บริหารเงินฝากเงินบาทที่ให้กู้ยืมดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศดังต่อไปนี้ได้

(ก) คู่ค้าหรือผู้รับการลงทุนที่อยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

(ข) กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศที่อยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย ที่กู้ยืมเงินจากศูนย์บริหารเงิน

(ค) ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย ที่เป็นผู้รับเงินเพื่อบุคคลตาม (ก) หรือ (ข)

(๔.๖) ให้ศูนย์บริหารเงินฝากเงินตราต่างประเทศกับสถาบันการเงินในต่างประเทศหรือลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศในต่างประเทศหรือตราสารทางการเงินสกุลเงินตราต่างประเทศที่ออกและจำหน่ายในประเทศ โดยตราสารดังกล่าวต้องมีอายุคงเหลือไม่เกิน ๑ ปี ทั้งนี้ ยอดคงค้างเฉลี่ยต่อเดือนของเงินฝากและเงินลงทุนดังกล่าว ต้องไม่เกิน ๕๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(๔.๗) ให้ศูนย์บริหารเงินฝากเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตได้ โดยให้ปฏิบัติตามข้อ ๗

ทั้งนี้ ให้ศูนย์บริหารเงินชำระภาระผูกพันที่เกิดจากการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๕]

ให้ศูนย์บริหารเงินเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อธุรกิจศูนย์บริหารเงินเท่านั้น และให้แยกบัญชีเงินฝากดังกล่าวออกจากบัญชีเงินฝากเพื่อธุรกิจอื่นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน พร้อมให้ระบุชื่อบัญชี “เพื่อธุรกิจศูนย์บริหารเงิน” ให้ชัดเจนด้วย โดยให้เปิดเป็นบัญชีประเภทแหล่งต่างประเทศ โดยให้ศูนย์บริหารเงินแจ้งชื่อนิติบุคคลรับอนุญาตผู้รักษาบัญชีและหมายเลขบัญชีดังกล่าวต่อเจ้าพนักงาน การฝากและถอนเงินตราต่างประเทศในบัญชีดังกล่าวให้ทำได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศเพื่อศูนย์บริหารเงินหรือเพื่อกลุ่มบริษัทตามข้อ ๖ เท่านั้น และให้ศูนย์บริหารเงินปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) ให้ศูนย์บริหารเงินนำเงินตราต่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศได้

(๑.๑) เงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ

(๑.๒) เงินตราต่างประเทศที่ซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(๑.๓) เงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๑.๔) เงินตราต่างประเทศที่ได้รับคืนจากการลงทุนในตราสารทางการเงินสกุลเงินตราต่างประเทศที่ออกและจำหน่ายในประเทศ และเงินผลประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าว

(๑.๕) เงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของศูนย์บริหารเงิน

(๑.๖) เงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในประเทศไทย เพื่อการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทในประเทศไทยตามข้อ ๖ (๑) และ (๒)

(๑.๗) เงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยประเภทแหล่งต่างประเทศ เพื่อการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทในประเทศไทยตามข้อ ๖ (๓.๔) และ (๔.๒)

(๑.๘) เงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้ากับกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ เพื่อการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้าดังกล่าวตามข้อ ๖ (๑) และ (๒)

(๒) ให้ศูนย์บริหารเงินถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศได้เพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

(๒.๑) ชำระภาระผูกพันของตน หรือของกลุ่มบริษัท

(๒.๒) ขายหรือแลกเปลี่ยนกับกลุ่มบริษัท

(๒.๓) ฝากเงินตราต่างประเทศกับสถาบันการเงินในต่างประเทศ

(๒.๔) ขายหรือแลกเปลี่ยนกับนิติบุคคลรับอนุญาต

(๒.๕) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของศูนย์บริหารเงิน

(๒.๖) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยเพื่อการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับกลุ่มบริษัทในประเทศไทยตามข้อ ๖ (๑) (๒) (๓.๔) และ (๔.๒) ทั้งนี้ กรณีศูนย์บริหารเงินขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทในประเทศไทยตามข้อ ๖ (๓.๔) หรือให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศแก่กลุ่มบริษัทในประเทศไทยตามข้อ ๖ (๔.๒) ให้ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยประเภทแหล่งในประเทศแบบมีภาระผูกพันเท่านั้น

(๒.๗) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้ากับกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ เพื่อการชำระเงินระหว่างศูนย์บริหารเงินกับบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้าดังกล่าวตามข้อ ๖ (๑) และ (๒)

ทั้งนี้ ให้บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ กลุ่มบริษัทในประเทศไทย และคู่ค้าในประเทศไทยดำเนินการ ดังต่อไปนี้ได้

(๑.๑) ให้บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศนำเงินตราต่างประเทศที่ศูนย์บริหารเงินชำระภาระผูกพันของศูนย์บริหารเงินหรือของกลุ่มบริษัท ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนได้

(๑.๒) ให้บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศที่เป็นกลุ่มบริษัทในต่างประเทศนำเงินตราต่างประเทศที่ศูนย์บริหารเงินชำระภาระผูกพันของศูนย์บริหารเงินหรือของกลุ่มบริษัท และเงินตราต่างประเทศที่กลุ่มบริษัทในต่างประเทศซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากศูนย์บริหารเงิน ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนได้

(๑.๓) ให้กลุ่มบริษัทในประเทศไทยนำเงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงินตามข้อ ๗ วรรคหนึ่ง (๒.๖) เข้าฝากในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด และให้กลุ่มบริษัทในประเทศไทยถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงินตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๗ วรรคหนึ่ง (๑.๖) และ (๑.๗) ได้

(๑.๔) ให้บุคคลในประเทศที่เป็นคู่ค้ากับกลุ่มบริษัทในต่างประเทศนำเงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงินตามข้อ ๗ วรรคหนึ่ง (๒.๗) เข้าฝากในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด และให้บุคคลในประเทศที่เป็นคู่ค้ากับกลุ่มบริษัทในต่างประเทศถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงินตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๗ วรรคหนึ่ง (๑.๘) ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ศูนย์บริหารเงิน กลุ่มบริษัทในประเทศไทย หรือคู่ค้าในประเทศไทย ไม่ต้องดำเนินการตามข้อ ๑๖ และข้อ ๒๐ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้

(๑) ศูนย์บริหารเงิน กลุ่มบริษัทในประเทศไทย หรือคู่ค้าในประเทศไทยของกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ ไม่ต้องดำเนินการตามข้อ ๑๖ และข้อ ๒๐ สำหรับจำนวนที่ได้มีการหักกลบผ่านศูนย์บริหารเงินตามข้อ ๖ (๒)

(๒) กลุ่มบริษัทในประเทศไทยไม่ต้องดำเนินการตามข้อ ๑๖ และข้อ ๒๐ กรณีศูนย์บริหารเงินได้รับซื้อเอกสารการเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการจากกลุ่มบริษัทดังกล่าว หรือเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทดังกล่าวในการรับเงินค่าสินค้าหรือบริการ ตามข้อ ๖ (๑) และกรณีศูนย์บริหารเงินรับส่วนต่างเมื่อมีการหักกลบตามข้อ ๖ (๒)

(๓) คู่ค้าในประเทศไทยของกลุ่มบริษัทในต่างประเทศไม่ต้องดำเนินการตามข้อ ๑๖ และข้อ ๒๐ กรณีศูนย์บริหารเงินได้รับซื้อภาระผูกพันค่าสินค้าหรือบริการจากกลุ่มบริษัทในต่างประเทศหรือเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทดังกล่าวในการจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการ ตามข้อ ๖ (๑) และกรณีศูนย์บริหารเงินรับส่วนต่างเมื่อมีการหักกลบตามข้อ ๖ (๒) โดยศูนย์บริหารเงินได้รับเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ จากกลุ่มบริษัทในต่างประเทศและได้จ่ายเงินบาทให้แก่บุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้าดังกล่าวแล้ว

(๔) ศูนย์บริหารเงินที่ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศจากการประกอบธุรกิจศูนย์บริหารเงินไม่ต้องดำเนินการตามข้อ ๒๐ ในกรณีที่ศูนย์บริหารเงินนำเงินตราต่างประเทศดังกล่าว ไปชำระภาระผูกพันของตนหรือของกลุ่มบริษัท หรือฝากกับสถาบันการเงินในต่างประเทศ หรือในกรณีที่ศูนย์บริหารเงินรับชำระเป็นเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การบันทึกรายการ การตรวจสอบและจัดเก็บเอกสารหลักฐาน และการรายงานให้ถือปฏิบัติดังนี้

(๑)[๖]

ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารภาระผูกพันในต่างประเทศหรือภาระหนี้เงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่เป็นของตน หรือตรวจสอบเอกสารดังกล่าวของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยให้ครบถ้วนตามข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยอนุโลม สำหรับธุรกรรมในขอบเขตการประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงิน เช่น ธุรกรรมการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้เงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต ธุรกรรมการขายแลกเปลี่ยน หรือให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศ แก่กลุ่มบริษัทในประเทศไทย ธุรกรรมการถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ ธุรกรรมการฝากเงินเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ หรือการได้รับเงินตราต่างประเทศจากต่างประเทศและชำระเงินที่ได้รับดังกล่าวตามธุรกรรมอื่นใดโดยไม่ขายหรือไม่ฝากกับนิติบุคคลรับอนุญาต

ในกรณีที่ศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อส่งเงินไปให้กู้ยืมแก่กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ ให้ศูนย์บริหารเงินจัดทำคำรับรองเป็นรายปีตามแบบที่กำหนด แทนการจัดทำคำรับรองตามข้อ ๑๕ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ศูนย์บริหารเงินยื่นคำรับรองดังกล่าว จึงจะดำเนินการได้

(๒) ในกรณีหักกลบตามข้อ ๖ (๒) ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารหลักฐานแสดงแหล่งเงินได้หรือภาระผูกพันของตน หรือตรวจสอบเอกสารดังกล่าวของกลุ่มบริษัท แล้วแต่กรณี โดยนำความในข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาใช้บังคับโดยอนุโลม

(๓)[๗]

ในกรณีศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อศูนย์บริหารเงินหรือเพื่อกลุ่มบริษัทตามข้อ ๖ (๓.๓) ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารหลักฐานแสดงแหล่งเงินได้หรือภาระผูกพันเงินตราต่างประเทศในอนาคตของตน หรือตรวจสอบเอกสารดังกล่าวของกลุ่มบริษัท แล้วแต่กรณี ซึ่งในกรณีที่ใช้ประมาณการรายได้หรือภาระผูกพันเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในการทำธุรกรรมอนุพันธ์ดังกล่าว ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารแสดงข้อมูลประมาณการค่าสินค้าหรือบริการของกลุ่มบริษัท

ในการดำเนินการตามวรรคก่อน หากเป็นกรณีที่ศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับบาท เพื่อบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนกรณีเงินลงทุนโดยตรงแก่กิจการที่ต่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศ และการรับคืนเงินดังกล่าว กรณีเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศ กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศและการรับคืนเงินให้กู้ยืมดังกล่าว กรณีเงินกู้ยืมสกุลเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงินและกลุ่มบริษัทในประเทศ ทั้งที่เป็นเงินกู้นำเข้าจากต่างประเทศ หรือเงินกู้จากนิติบุคคลรับอนุญาต และการชำระคืนเงินกู้ยืมดังกล่าว หรือกรณีเงินกู้ยืมสกุลเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในต่างประเทศและการชำระคืนเงินกู้ยืมดังกล่าว ให้ศูนย์บริหารเงินจัดทำคำรับรองตามแบบที่กำหนดด้วย และให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ศูนย์บริหารเงินยื่นคำรับรองดังกล่าว จึงจะดำเนินการได้

เมื่อศูนย์บริหารเงินรับมอบเงินตราต่างประเทศตามธุรกรรมอนุพันธ์ ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีหรือตรวจสอบเอกสารหลักฐานตามข้อ ๙ (๑) ด้วย

ทั้งนี้ ในกรณีศูนย์บริหารเงินไม่ต่ออายุ หรือยกเลิกธุรกรรมอนุพันธ์ที่ทำกับนิติบุคคลรับอนุญาต เพื่อชำระหรือรับชำระวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่ค่าสินค้าหรือบริการ เงินลงทุนโดยตรงแก่กิจการที่ต่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศ และการรับคืนเงินดังกล่าว เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศ กลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศสกุลเงินตราต่างประเทศและการรับคืนเงินให้กู้ยืมดังกล่าว เงินกู้ยืมสกุลเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงินและกลุ่มบริษัทในประเทศ ทั้งที่เป็นเงินกู้นำเข้าจากต่างประเทศ หรือเงินกู้จากนิติบุคคลรับอนุญาต และการชำระคืนเงินกู้ยืมดังกล่าว หรือกรณีเงินกู้ยืมสกุลเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในต่างประเทศและการชำระคืนเงินกู้ยืมดังกล่าวให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารหลักฐานแสดงเหตุผลความจำเป็นและเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องตามควรแก่กรณี

(๔) กรณีศูนย์บริหารเงินประสงค์จะถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในประเทศไทย ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกสำเนาหนังสือเจ้าพนักงานซึ่งแสดงรายชื่อกลุ่มบริษัทที่ศูนย์บริหารเงินบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้ สำหรับกรณีกลุ่มบริษัทในประเทศไทยถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงิน ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าบัญชีที่รับฝากดังกล่าวเป็นบัญชีของศูนย์บริหารเงินที่บริหารจัดการทางการเงินให้ตน จึงจะดำเนินการได้

(๕) กรณีศูนย์บริหารเงินประสงค์จะถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้ากับกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ศูนย์บริหารเงินยื่นเอกสารเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกลุ่มบริษัทในต่างประเทศกับคู่ค้าในประเทศไทย หรือทำคำรับรองว่าเป็นการชำระเงินตราต่างประเทศเพื่อค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกลุ่มบริษัทในต่างประเทศกับคู่ค้าในประเทศไทย สำหรับกรณีบุคคลในประเทศไทยที่เป็นคู่ค้าถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงิน ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าบัญชีที่รับฝากดังกล่าวเป็นบัญชีของศูนย์บริหารเงินจึงจะดำเนินการได้

(๖) ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงิน การให้กู้ยืมเงินการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับต่างประเทศ และเงินฝากหรือเงินลงทุนในต่างประเทศดังต่อไปนี้ เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินของศูนย์บริหารเงินจากนิติบุคคลในต่างประเทศเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการให้กู้ยืมเงินของศูนย์บริหารเงินให้แก่กลุ่มบริษัทในต่างประเทศหรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการค้าหรือการลงทุนของกลุ่มบริษัทในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยตามข้อ ๖ (๓.๕) (ก) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการค้าหรือการลงทุนของกลุ่มบริษัทในต่างประเทศหรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ ที่อยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย ตามข้อ ๖ (๔.๕) และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเงินฝากหรือเงินลงทุนในต่างประเทศ

(๗) ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้วของกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ และบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ ที่ศูนย์บริหารเงินให้กู้ยืมเงิน ให้เรียบร้อยถูกต้อง เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

(๘) ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีการบันทึกรายการธุรกรรมทางการเงินให้เรียบร้อย ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน และจัดให้มีการแยกบันทึกบัญชีของตนกับกลุ่มบริษัทให้ชัดเจน รวมถึงบันทึกรายการธุรกรรมทางการเงินของศูนย์บริหารเงินแยกต่างหากจากธุรกิจอื่นให้ชัดเจน

(๙)[๘]

ให้ศูนย์บริหารเงินเก็บรักษาเอกสารการบันทึกบัญชี บันทึกรายการและเอกสารหลักฐานการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินตามประกาศนี้ไว้ไม่น้อยกว่า ๕ ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบได้เมื่อต้องการ

ในการเก็บรักษาเอกสารหลักฐานตามวรรคก่อนที่เป็นของกลุ่มบริษัท ที่ไม่ใช่คำรับรองในการส่งเงินตราต่างประเทศออกไปลงทุน หรือให้กู้ยืมตามข้อ ๑๕ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ศูนย์บริหารเงินอาจจัดให้กลุ่มบริษัทเป็นผู้เก็บรักษาเอกสารดังกล่าวได้โดยศูนย์บริหารเงินต้องสามารถแสดงเอกสารดังกล่าวให้เจ้าพนักงานตรวจสอบได้เมื่อต้องการ

(๑๐) ให้ศูนย์บริหารเงินจัดทำรายงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เจ้าพนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีศูนย์บริหารเงินทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศทุกประเภทกับนิติบุคคลรับอนุญาต และกรณีศูนย์บริหารเงินฝากเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศในขอบเขตการประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงิน ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ศูนย์บริหารเงินยื่นสำเนาใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน และไม่ต้องจัดให้ศูนย์บริหารเงินยื่นเอกสารหลักฐานแสดงภาระผูกพันและแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ เว้นแต่ เป็นกรณีที่ประกาศฉบับนี้ได้กำหนดให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๙]

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพนิติบุคคลหรือชื่อนิติบุคคลของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน หรือบริษัทหรือสาขาในกลุ่มบริษัท กรณีที่มีการลดบริษัทหรือสาขาในกลุ่มบริษัทหรือกรณีที่มีการลดขอบเขตการประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงิน ให้ศูนย์บริหารเงินรายงานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานเป็นหนังสือ พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนหรือวันที่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่มีการเพิ่มขอบเขตการประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงินที่ไม่เกินขอบเขตที่กำหนดในประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ศูนย์บริหารเงิน ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ศูนย์บริหารเงินแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานเป็นหนังสือ พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าก่อนวันที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ หากเจ้าพนักงานไม่มีหนังสือทักท้วงภายใน ๑๕ วันนับจากวันที่เจ้าพนักงานได้รับแจ้ง ให้ศูนย์บริหารเงินสามารถทำธุรกรรมตามขอบเขตการประกอบธุรกิจที่แจ้งเพิ่มได้

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน บริษัทหรือสาขาในกลุ่มบริษัท หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศที่ศูนย์บริหารเงินจะให้กู้ยืมเงินตามข้อ ๖ (๔.๕) ให้ศูนย์บริหารเงินจัดให้มีเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ศูนย์บริหารเงินขออนุญาตเจ้าพนักงานก่อนดำเนินการและให้ยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๔

(๑) เพิ่มบริษัทหรือสาขาในกลุ่มบริษัทที่จะให้ศูนย์บริหารเงินบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ

(๒) เพิ่มกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศ ที่ศูนย์บริหารเงินจะให้กู้ยืมเงินตามข้อ ๖ (๔.๕)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ศูนย์บริหารเงินบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่ธุรกิจอื่นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินอันเป็นธุรกิจของตนเอง ให้นำความในข้อ ๓ (๓) (๔) ข้อ ๔ ถึงข้อ ๙ และข้อ ๑๑ ถึงข้อ ๑๒ ที่ใช้บังคับกับกลุ่มบริษัทในประเทศไทยมาใช้บังคับกับธุรกิจอื่นของตนเองข้างต้นโดยอนุโลม โดยให้ศูนย์บริหารเงินถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เพิ่มเติมดังนี้

(๑) ตามข้อ ๔ (๑.๓) ให้ยื่นเอกสารแสดงการมอบหมายหรือมอบอำนาจภายในบริษัทแทนหนังสือยินยอมของกลุ่มบริษัท

(๒) ตามข้อ ๖ (๑) ให้มีเอกสารการมอบหมายหรือมอบอำนาจภายในบริษัทจากธุรกิจอื่นให้แก่ศูนย์บริหารเงินแทนการรับซื้อหรือเป็นตัวแทน

(๓) ตามข้อ ๖ (๓) และ (๔) ให้บันทึกรายการธุรกรรมระหว่างศูนย์บริหารเงินกับธุรกิจอื่นแทนการซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และกู้ยืมหรือให้กู้ยืมเงิน

(๔) ให้บันทึกบัญชีและบันทึกรายการธุรกรรมของศูนย์บริหารเงินและธุรกิจอื่นที่ศูนย์บริหารเงินบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้ โดยแยกออกจากกันให้ชัดเจน และจัดให้มีเอกสารการบันทึกบัญชีและบันทึกรายการธุรกรรมข้างต้นให้เรียบร้อย ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน

ในกรณีธุรกิจอื่นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินนอกเหนือจากวรรคหนึ่งทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต รวมถึงการฝากเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมและประกาศเจ้าพนักงาน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๑๓/๑

ข้อ ๑๓/๑[๑๐]

ให้ศูนย์บริหารเงินยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติตามแบบที่กำหนด พร้อมทั้งเอกสารตามข้อ ๔ (๑.๒) (๑.๔) และ (๑.๕) ต่อเจ้าพนักงานก่อนวันที่ใบอนุญาตครบกำหนดต่ออายุทุกปี โดยให้ยื่นล่วงหน้าได้ไม่เกิน ๑๒๐ วันและต้องไม่น้อยกว่า ๙๐ วันก่อนวันครบกำหนดต่ออายุในปีดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการดำเนินการใดที่จะไม่เป็นไปตามประกาศฉบับนี้ ให้ยื่นขออนุญาตเป็นรายครั้งหรือรายกรณีต่อเจ้าพนักงานก่อน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓

สุชาดา กิระกุล

เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๒)[๑๑]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๓)[๑๒]

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

ปุณิกา/เพิ่มเติม

๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๙

นุสรา/ตรวจ

๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๘๙ ง/หน้า ๖๑/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓

[๒] ข้อ ๒ นิยามคำว่า “ภาระผูกพัน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๓)

[๓] ข้อ ๓ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๒)

[๔] ข้อ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๓)

[๕] ข้อ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๓)

[๖] ข้อ ๙ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๒)

[๗] ข้อ ๙ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๒)

[๘] ข้อ ๙ (๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๒)

[๙] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๒)

[๑๐] ข้อ ๑๓/๑ เพิ่มโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับที่ ๒)

[๑๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๑๐๙ ง/หน้า ๑๔/๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘

[๑๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๖๓ ง/หน้า ๑๔/๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศูนย์บริหารเงิน (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a3c48fc39a0d2556

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com