法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการป้องกันการขัดกันของผลประโยชน์ พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการป้องกันการขัดกันของผลประโยชน์

พ.ศ. ๒๕๕๑

โดยที่ในปัจจุบันได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกรณีการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ออกมาบังคับใช้กับหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

อาทิเช่น กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ

ประกาศคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง

หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การรับความช่วยเหลือทางวิชาการจากองค์กรธุรกิจ เป็นต้น เพื่อให้เป็นไปตามหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีมีคุณธรรม

โปร่งใส ตรวจสอบได้

และป้องกันการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่นจากการปฏิบัติหน้าที่

หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ที่รับผิดชอบ ดังนั้น

เพื่อความสะดวกและเกิดความชัดเจนต่อ กนอ.

จึงสมควรนำบทบัญญัติและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขัดกันของผลประโยชน์ดังกล่าวมารวบรวมเป็นหลักเกณฑ์การปฏิบัติสำหรับ

กนอ. ไว้เป็นการเฉพาะ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงออกข้อบังคับไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่าด้วยการป้องกันการขัดกันของผลประโยชน์

พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการในคณะกรรมการ กนอ.

และให้หมายความรวมถึงประธานกรรมการด้วย

“ผู้ว่าการ” หมายความว่า ผู้ว่าการ กนอ.

“พนักงาน” หมายความว่า พนักงานและลูกจ้าง กนอ.

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการ กนอ.

รักษาการตามข้อบังคับนี้

และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ให้ผู้ว่าการมีอำนาจออกระเบียบ

ประกาศ หรือคำสั่งใดเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ทั้งนี้ เท่าที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าการ

การขัดประโยชน์เกี่ยวกับการเสนอราคา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในหมวดนี้

“การเสนอราคา” หมายความว่า

การยื่นข้อเสนอเพื่อเป็นผู้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับ กนอ. อันเกี่ยวกับการซื้อ

การจ้าง การแลกเปลี่ยน การเช่า การจำหน่ายทรัพย์สิน การได้รับสัมปทาน หรือการได้รับสิทธิใด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ห้ามมิให้กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานกระทำการโดยทุจริตในการออกแบบกำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข

หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม

หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดมีสิทธิเข้าทำสัญญากับ กนอ. โดยไม่เป็นธรรม

หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขัน

ในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม

กรณีตามวรรคหนึ่ง

ให้รวมถึงการดำเนินการ ดังต่อไปนี้ด้วย

(๑)

ตกลงร่วมกันหรือเป็นธุระจัดการให้ผู้อื่นตกลงร่วมกันในการเสนอราคาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับ

กนอ.

โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมหรือกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้าหรือบริการอื่นต่อ

กนอ. หรือเอาเปรียบแก่ กนอ. อันมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ

(๒) ให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ เรียก

รับหรือยอมจะรับเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้อื่นเพื่อประโยชน์ในการเสนอราคาโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะจูงใจให้ผู้นั้นร่วมกระทำการใด

ๆ อันเป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใดได้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับ กนอ.

หรือเพื่อจูงใจให้ผู้นั้นเสนอราคาสูง หรือต่ำจนเห็นได้ชัดว่าไม่เป็นไปตามลักษณะสินค้า

บริการ หรือสิทธิที่ควรจะได้รับหรือเพื่อจูงใจ

ให้ผู้นั้นไม่เข้าร่วมในการเสนอราคาหรือถอนการเสนอราคา

(๓) ใช้อำนาจในหน้าที่โดยมิชอบข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอมร่วมดำเนินการใด ๆ

ในการเสนอราคาหรือไม่เข้าร่วมในการเสนอราคา หรือถอนการเสนอราคา

หรือต้องทำการเสนอราคาตามที่กำหนดจนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น

(๔) ใช้อุบายหลอกลวง

หรือกระทำการโดยมิชอบจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสเข้าทำการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม

หรือให้มีการเสนอราคาโดยหลงผิด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานผู้ใดมีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติ การพิจารณา หรือการดำเนินการใด ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด หากรู้หรือได้รู้

หรือมีพฤติการณ์ปรากฏแจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้นมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตามที่กฎหมายบัญญัติ

ให้กรรมการ ผู้ว่าการ หรือพนักงานผู้นั้นดำเนินการใด ๆ

เพื่อให้มีการยกเลิกการเสนอราคาในครั้งนั้น

การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในหมวดนี้

“การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา” หมายความว่า

การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากญาติหรือจากบุคคลที่ให้ในโอกาสต่าง ๆ

โดยปกติตามขนบธรรมเนียม ประเพณีหรือวัฒนธรรม

หรือให้กันตามมารยาทที่ปฏิบัติกันในสังคม

“ประโยชน์อื่นใด” หมายความว่า สิ่งที่มีมูลค่า ได้แก่

การลดราคา การรับความบันเทิง การรับบริการ การรับการฝึกอบรม

หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน

“ญาติ” หมายความว่า ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน

พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน ลุง ป้า น้า อา คู่สมรส

ผู้บุพการีหรือผู้สืบสันดานของคู่สมรส บุตรบุญธรรม หรือผู้รับบุตรบุญธรรม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ห้ามมิให้กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันจากบุคคล

นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันควรได้ตามกฎหมายหรือข้อบังคับ ระเบียบ

หลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์หรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรรมการ ผู้ว่าการ หรือพนักงานจะรับทรัพย์หรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาได้

ดังต่อไปนี้

(๑)

รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากญาติซึ่งให้โดยเสน่หาตามจำนวนที่เหมาะสมตามฐานานุรูป

(๒)

รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ญาติโดยมีราคาหรือมูลค่าในการรับจากแต่ละบุคคลแต่ละโอกาสไม่เกินสามพันบาท

(๓)

รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่การให้นั้นเป็นการให้ในลักษณะให้กับบุคคลทั่วไป

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีกรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากต่างประเทศซึ่งผู้ให้มิได้ระบุให้เป็นของส่วนตัว

หรือมีราคาหรือมูลค่าเกินกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ ไม่ว่าจะระบุเป็นของส่วนตัวหรือไม่

แต่มีเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องรับไว้เพื่อรักษาไมตรี มิตรภาพหรือความสัมพันธ์

อันดีระหว่างบุคคล ให้กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานผู้นั้นรายงานรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ

การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบโดยเร็ว

หากผู้บังคับบัญชาเห็นว่า

ไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ยึดถือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดนั้นไว้เป็นประโยชน์ส่วนบุคคลให้กรรมการ

ผู้ว่าการ หรือพนักงานผู้นั้นส่งมอบทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่รับไว้แก่ กนอ.

โดยทันที

ให้นำความในข้อ

๑๒ (๑) (๒) (๓) และ (๔)

มาใช้บังคับกับการรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นตามวรรคหนึ่ง

โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์

หรือมีราคาหรือมีมูลค่าเกินกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ ซึ่งกรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานได้รับมาแล้วโดยมีเหตุผลความจำเป็นที่ต้องรับไว้เพื่อรักษาไมตรี

มิตรภาพ หรือความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล ให้กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานผู้นั้นรายงานรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

ดังนี้

(๑) กรรมการต้องรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

(๒) ผู้ว่าการต้องรายงานต่อประธานกรรมการ กนอ.

(๓) รองผู้ว่าการต้องรายงานต่อผู้ว่าการ

(๔) พนักงานที่มีตำแหน่งต่ำกว่ารองผู้ว่าการลงมา ต้องรายงานต่อผู้ว่าการโดยผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

การรายงานรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์หรือประโยชน์อื่นใดต่อผู้บังคับบัญชาตามวรรคหนึ่ง

จะต้องดำเนินการในทันทีที่สามารถกระทำได้เพื่อให้ผู้บังคับบัญชานั้นวินิจฉัยว่ามีเหตุผล

ความจำเป็น ความเหมาะสม และสมควรที่จะให้กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานผู้นั้นรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดดังกล่าวไว้เป็นสิทธิของตนหรือไม่

กรณีผู้บังคับบัญชามีคำสั่งว่าไม่สมควรรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดตามวรรคหนึ่งได้ก็ให้คืนทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดนั้นแก่ผู้ให้โดยทันที

แต่หากไม่อาจคืนทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้ให้ได้ให้กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานผู้นั้นส่งมอบทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดดังกล่าวให้เป็นสิทธิของ กนอ.

โดยเร็ว และเมื่อดำเนินการแล้วให้ถือว่ากรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานผู้นั้นไม่เคยได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดนั้นเลย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของกรรมการ

ผู้ว่าการ หรือพนักงาน ในหมวดนี้ ให้ใช้บังคับแก่กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานดังกล่าวซึ่งพ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่ถึงสองปีด้วย

การให้หรือรับของขวัญ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในหมวดนี้

“ของขวัญ” หมายความว่า เงิน ทรัพย์สิน

หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่กันเพื่ออัธยาศัยไมตรี และให้หมายความรวมถึง เงิน

ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้เป็นรางวัล

ให้โดยเสน่หาหรือเพื่อการสงเคราะห์หรือให้เป็นสินน้ำใจ

การให้สิทธิพิเศษซึ่งมิใช่เป็นสิทธิที่จัดไว้สำหรับบุคคลทั่วไปในการได้รับการลดราคาทรัพย์สิน

หรือการให้สิทธิพิเศษในการได้รับบริการหรือความบันเทิง

ตลอดจนการออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางหรือท่องเที่ยว ค่าที่พัก ค่าอาหาร

หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันและไม่ว่าจะให้เป็นบัตร ตั๋ว หรือหลักฐานอื่นใด

การชำระเงินให้ล่วงหน้า หรือการคืนเงินให้ในภายหลัง

“ปกติประเพณีนิยม” หมายความว่า

เทศกาลหรือวันสำคัญซึ่งอาจมีการให้ของขวัญกัน

และให้หมายความรวมถึงโอกาสในการแสดงความยินดี การแสดงความขอบคุณ การต้อนรับ

การแสดงความเสียใจ หรือการให้ความช่วยเหลือตามมารยาทที่ถือปฏิบัติกันในสังคมด้วย

“บุคคลในครอบครัว” หมายความว่า คู่สมรส บุตร บิดา

มารดา พี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานจะให้ของขวัญแก่ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลในครอบครัวของผู้บังคับบัญชานอกเหนือจากกรณีปกติประเพณีนิยมที่มีการให้ของขวัญแก่กันมิได้

การให้ของขวัญตามปกติประเพณีนิยมตามวรรคหนึ่ง

กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานจะให้ของขวัญที่มีราคาหรือมูลค่าเกินกว่าจำนวนที่กำหนดในข้อ ๑๐ มิได้

กรรมการ

ผู้ว่าการ หรือพนักงานจะทำการเรี่ยไรเงินหรือทรัพย์สินอื่นใด

หรือใช้เงินสวัสดิการใด ๆ เพื่อมอบให้หรือจัดหาของขวัญให้ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลในครอบครัวของผู้บังคับบัญชาไม่ว่า

กรณีใด ๆ มิได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้บังคับบัญชาจะยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลในครอบครัวของตนรับของขวัญจากกรรมการ

ผู้ว่าการ หรือพนักงานซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามิได้

เว้นแต่เป็นการรับของขวัญที่ให้ตามปกติประเพณีนิยมและของขวัญนั้นต้องมีราคาหรือมูลค่าไม่เกินกว่าจำนวนตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๐

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานจะยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลในครอบครัวของตนรับของขวัญจากผู้ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ของตนมิได้

เว้นแต่เป็นการรับของขวัญที่ให้ตามปกติประเพณีนิยมและของขวัญนั้นต้องมีราคาหรือมูลค่าไม่เกินกว่าจำนวนตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๐

ผู้ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ

ผู้ว่าการ หรือพนักงานตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ผู้มาติดต่องานหรือผู้ซึ่งได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติงานของกรรมการ

ผู้ว่าการ หรือพนักงานนั้นในลักษณะดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ซึ่งมีคำขอให้ กนอ. ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น การขอใบรับรอง

การขอให้ออกคำสั่งทางปกครอง หรือการร้องเรียน เป็นต้น

(๒) ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้มีส่วนได้เสียในธุรกิจที่ทำกับ กนอ. เช่น

การประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม การจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น

(๓) ผู้ซึ่งกำลังดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่ กนอ. เป็นผู้ควบคุมหรือกำกับดูแล

(๔)

ผู้ซึ่งอาจได้รับประโยชน์หรือผลกระทบจากการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ

ผู้ว่าการ หรือพนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ กรณีบุคคลในครอบครัวของกรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานรับของขวัญแล้วและกรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานนั้นทราบในภายหลังว่าเป็นการรับของขวัญโดยฝ่าฝืนข้อบังคับนี้ ให้กรรมการ

ผู้ว่าการ หรือพนักงานดังกล่าวปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๒ โดยอนุโลม

การรับความช่วยเหลือทางวิชาการจากองค์กรธุรกิจ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในหมวดนี้

“องค์กรธุรกิจ” หมายความว่า บุคคล คณะบุคคล

ห้างหุ้นส่วน บริษัทหรือองค์กรอื่นใดที่ดำเนินการทางธุรกิจโดยแสวงหากำไร

“ความช่วยเหลือทางวิชาการ” หมายความว่า

การให้ทุนการศึกษา การปฏิบัติ การวิจัย การฝึกอบรม การดูงาน หรือการให้เงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือบางส่วนในการศึกษา

การปฏิบัติ การวิจัย การฝึกอบรม

หรือดูงานทั้งที่ดำเนินการภายในประเทศและต่างประเทศ

รวมทั้งความช่วยเหลืออื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กรณีองค์กรธุรกิจเสนอให้ความช่วยเหลือทางวิชาการโดยตรงแก่กรรมการ

ผู้ว่าการหรือพนักงาน และกรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานผู้นั้นประสงค์จะรับความช่วยเหลือดังกล่าวให้เสนอคำขออนุมัติไปยังผู้บังคับบัญชา

การเสนอคำขออนุมัติไปยังผู้บังคับบัญชาตามวรรคหนึ่ง

ให้นำความในข้อ ๑๒ (๑) (๒) (๓) และ (๔) มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ กรณีองค์กรธุรกิจเสนอให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่

กนอ. ไม่ว่าจะเป็นการให้โดยไม่ระบุตัวผู้รับหรือระบุตัวผู้รับ

หรือเป็นการเสนอให้ความช่วยเหลือโดยตรงไปยังกรรมการผู้ว่าการ หรือพนักงาน

ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าควรรับความช่วยเหลือทางวิชาการหรือไม่ ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(๑) การรับความช่วยเหลือทางวิชาการจะต้องเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน

หรือเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของ กนอ.

(๒) เป็นการพัฒนาความรู้ ทักษะ หรือความเชี่ยวชาญให้แก่บุคลากรของ กนอ.

และเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ กนอ.

(๓) เป็นการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการโดยไม่มีเงื่อนไขในลักษณะที่ให้ กนอ.

หรือกรรมการ ผู้ว่าการ หรือพนักงานจะต้องกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นการตอบแทน

(๔) การรับความช่วยเหลือทางวิชาการจะต้องไม่ก่อให้เกิดภาระด้านงบประมาณของ

กนอ.

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ห้ามมิให้ กนอ.รับความช่วยเหลือทางวิชาการจากองค์กรธุรกิจที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นคู่สัญญาหรือเข้ามีส่วนได้เสียทางธุรกิจกับ

กนอ. เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือทางวิชาการที่ให้กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานเดินทางไปดูงาน กระบวนการผลิต การให้บริการ

หรือแสวงหาข้อมูลซึ่งมีความสำคัญและจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจเข้าทำสัญญากับองค์กรธุรกิจนั้น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การรับความช่วยเหลือทางวิชาการจากองค์กรธุรกิจที่เป็นคู่สัญญากับ

กนอ. จะกระทำได้ก็เฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีหรือการพัฒนาความรู้ทักษะ

และความเชี่ยวชาญแก่กรรมการผู้ว่าการ

หรือพนักงานผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ กนอ. ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา

มาตรการและการรับผิดตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ กรรมการ ผู้ว่าการ

หรือพนักงานผู้ใดฝ่าฝืนข้อบังคับนี้

นอกจากจะมีความผิดซึ่งจะต้องถูกลงโทษทางวินัยตามข้อบังคับที่ กนอ. กำหนดแล้ว

จะต้องรับผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

กฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ

และกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

แล้วแต่กรณี ด้วย

ความในวรรคหนึ่ง

ให้ใช้บังคับกับคู่สมรสของกรรมการ ผู้ว่าการ หรือพนักงานโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ของกรรมการ

ผู้ว่าการ หรือพนักงานนั้นด้วย

และให้ถือว่าการกระทำของคู่สมรสเป็นการกระทำของกรรมการ

ผู้ว่าการหรือพนักงานผู้นั้น เว้นแต่กรรมการ ผู้ว่าการหรือพนักงานดังกล่าว

จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้รู้เห็นหรือยินยอมในการกระทำของคู่สมรสของตน

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖

ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ประสาน ตันประเสริฐ

ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

วัชศักดิ์/จัดทำ

๒๖ มกราคม ๒๕๕๒

ศิรวัชร์/ปรับปรุง

๘ มีนาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๙ ง/หน้า ๑๔/๒๐ มกราคม ๒๕๕๒

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการป้องกันการขัดกันของผลประโยชน์ พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a47b2191153c2998

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com