法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร พ.ศ. 2533 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

กำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร

พ.ศ. ๒๕๓๓[๑]

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓

เป็นปีที่ ๔๕

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมาตรา ๑๗ (๑) แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร

พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.

๒๕๒๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร

พ.ศ. ๒๕๓๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑)

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหารพ.ศ. ๒๕๒๖

(๒)

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๖

มาตรา ๔

มาตรา ๔[๒] ศาลจังหวัดทหาร มีเขตอำนาจดังนี้

(๑) ศาลจัวหวัดทหารบกกาญจนบุรี มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี

และจังหวัดสุพรรณบุรี

(๒) ศาลจังหวัดทหารบกเพชรบุรี

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

(๓) ศาลจังหวัดทหารบกราชบุรี

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม

(๔) ศาลจังหวัดทหารบกฉะเชิงเทรา มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

(๕) ศาลจังหวัดทหารบกสระแก้ว

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสระแก้ว

(๖) ศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

(๗) ศาลจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์

(๘) ศาลจังหวัดทหารบกสุรินทร์

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสุรินทร์

(๙) ศาลจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร

(๑๐) ศาลจังหวัดทหารบกเลย มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเลย

(๑๑) ศาลจังหวัดทหารบกนครพนม

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครพนม

(๑๒) ศาลจังหวัดทหารบกสกลนคร

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสกลนคร

(๑๓) ศาลจังหวัดทหารบกตาก มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดตาก

(๑๔) ศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดพิจิตร

(๑๕) ศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลก มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดสุโขทัย

(๑๖) ศาลจังหวัดทหารบกพะเยา

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดพะเยา

(๑๗) ศาลจังหวัดทหารบกน่าน

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดน่าน

(๑๘) ศาลจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดแพร่

(๑๙) ศาลจังหวัดทหารบกเชียงราย

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเชียงราย

(๒๐) ศาลจังหวัดทหารบกชุมพร

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง

(๒๑) ศาลจังหวัดทหารบกทุ่งสง

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง

(๒๒) ศาลจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

(๒๓) ศาลจังหวัดทหารบกปัตตานี

มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ศาลมณฑลทหาร มีเขตอำนาจ

ดังนี้

(๑)[๓]

ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๒ มีเขตอำนาจตลอดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกฉะเชิงเทรา ศาลจังหวัดทหารบกสระแก้ว

และตลอดท้องที่จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก

(๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๓

มีเขตอำนาจตลอดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี และตลอดท้องที่จังหวัดลพบุรี

จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง

(๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๔ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดชลบุรี

จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด และจังหวัดระยอง

(๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑

มีเขตอำนาจตลอดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ ศาลจังหวัดทหารบกสุรินทร์

และตลอดท้องที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ

(๕)[๔]

ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒ มีเขตอำนาจตลอดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด

และตลอดท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดศรีสะเกษ

และจังหวัดอำนาจเจริญ

(๖) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓

มีเขตอำนาจตลอดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกเลยและตลอดท้องที่จังหวัดขอนแก่น

จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดมหาสารคาม

(๗)[๕] ศาลมณฑลทหารบกที่

๒๔ มีเขตอำนาจตลอดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกสกลนคร ศาลจังหวัดทหารบกนครพนม

และตลอดท้องที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคายและจังหวัดหนองบัวลำภู

(๘) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑

มีเขตอำนาจตลอดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกตาก ศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์

ศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลก และตลอดท้องที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร

และจังหวัดอุทัยธานี

(๙) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๒

มีเขตอำนาจตลอดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกพะเยา ศาลจังหวัดทหารบกน่าน

ศาลจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ และตลอดท้องที่จังหวัดลำปาง

(๑๐) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๓ มีเขตอำนาจตลอดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกเชียงราย

และตลอดท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดลำพูน

(๑๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๑

มีเขตอำนาจตลอดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกชุมพร ศาลจังหวัดทหารบกทุ่งสง

ศาลจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี และตลอดท้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนอกจากอำเภอทุ่งสง

จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต

(๑๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๒

มีเขตอำนาจตลอดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกปัตตานี และตลอดท้องที่จังหวัดสงขลา

จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสตูล

มาตรา ๖

มาตรา ๖

บรรดาคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกใดในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้คงพิจารณาพิพากษาในศาลจังหวัดทหารบกนั้น เว้นแต่

(๑) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกลพบุรี

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๓

(๒) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกชลบุรี

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๔

(๓) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกขอนแก่น

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓

(๔) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกอุดร

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔

(๕) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกเชียงใหม่

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๓

(๖) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสงขลา

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๒

มาตรา ๗

มาตรา ๗

บรรดาคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑลทหารบกดังต่อไปนี้ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๒

(๒) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑลทหารบกที่ ๓

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑

(๓) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑลทหารบกที่ ๔

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑

(๔) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑลทหารบกที่ ๕

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๑

(๕) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑลทหารบกที่ ๖

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒

(๖) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑลทหารบกที่ ๗

ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๒

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเอก ชาติชาย

ชุณหะวัณนายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่มีการแบ่งเขตพื้นที่จังหวัดทหารบกและเขตพื้นที่มณฑลทหารบกใหม่ ทำให้เขตพื้นที่ของจังหวัดทหารบกและมณฑลทหารบกบางแห่งเปลี่ยนแปลงไป

ประกอบกับมีการแก้ไขการเรียกชื่อมณฑลทหารบกใหม่ด้วย

สมควรแก้ไขเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหารให้สอดคล้องกับเขตพื้นที่ของจังหวัดทหารบกและมณฑลทหารบกดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗[๖]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่ได้มีการจัดตั้งและกำหนดเขตพื้นที่จังหวัดทหารบกสระแก้ว

และปรับปรุงเขตพื้นที่มณฑลทหารบกที่ ๑๒ มณฑลทหารบกที่ ๒๒ และมณฑลทหารบกที่ ๒๔

สมควรจัดตั้งและกำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกสระแก้ว รวมทั้งปรับปรุงเขตอำนาจศาลมณฑลทหารบกที่

๑๒ ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒ และศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔

ให้สอดคล้องกับเขตพื้นที่ของจังหวัดทหารบกและมณฑลทหารบกดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

วิภา/ผู้จัดทำ

๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้จัดทำ

๑๗ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๑๓๐ / ฉบับพิเศษ หน้า ๑ /๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๓

[๒]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๔

มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗

[๓] มาตรา ๕ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗

[๔] มาตรา ๕ (๕)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗

[๕] มาตรา ๕ (๗)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗

[๖] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๑/ตอนที่ ๓๔ ก/หน้า ๑/๑๗ สิงหาคม ๒๕๓๗

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร พ.ศ. 2533 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a4861686f6c0e270

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com