法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการตรวจสอบ ประเมินผลและพัฒนาภาคราชการของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการตรวจสอบ

ประเมินผลและพัฒนาภาคราชการของกรุงเทพมหานคร

พ.ศ.

๒๕๔๘

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกลไกการควบคุมภายในของกรุงเทพมหานคร

ให้มีการบูรณาการและเสริมสร้างความเข้มแข็งของการกำกับดูแลและควบคุมตนเองที่ดีของกรุงเทพมหานคร

อันจะนำไปสู่การบรรลุผลตามเจตนารมณ์ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจ

แก่สาธารณชนต่อการดำเนินการตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และผลงานของกรุงเทพมหานครว่าได้มีการตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างรอบคอบถึงประสิทธิผล

ความคุ้มค่าประสิทธิภาพ คุณภาพของการบริหารงาน ตลอดจนการยกระดับขีดสมรรถนะ การเรียนรู้

และศักยภาพของการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงมีความยุติธรรม โปร่งใส และความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครพ.ศ.

๒๕๒๘ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการตรวจสอบ ประเมินผล และพัฒนาภาคราชการของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“การตรวจสอบ ประเมินผลและพัฒนา” หมายความว่า

การตรวจสอบ ประเมินผลการบริหารและผลการดำเนินงาน การตรวจสอบบัญชีและการเงิน ความถูกต้องตามกฎระเบียบ

รวมถึงการประเมินความเสี่ยง การประเมินความเพียงพอและเชื่อถือได้ของการกำกับดูแลและควบคุมตนเองที่ดี

ตลอดจนการให้คำปรึกษาในการสร้างคุณค่า

“หน่วยงาน” หมายความว่า

หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครและส่วนราชการตามประกาศกรุงเทพมหานครว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการภายในหน่วยงานและการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการกรุงเทพมหานครที่ไม่ต่ำกว่าระดับกอง

และให้หมายความรวมถึงการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครและหน่วยงานอื่นที่กรุงเทพมหานครเข้าไปบริหารจัดการ

หรือถือสัดส่วนหุ้น หรือเงินลงทุนเกินกึ่งหนึ่ง

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการตรวจสอบ ประเมินผลและพัฒนาภาคราชการของกรุงเทพมหานคร

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการตรวจสอบ

ประเมินผลและพัฒนาภาคราชการของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การตรวจสอบ ประเมินผลและพัฒนาภาคราชการของกรุงเทพมหานคร

จะต้องเป็นไปเพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจแก่สาธารณะได้ถึงประสิทธิผล ความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ

และคุณภาพของการบริหารงาน ตลอดจนการปรับปรุงขีดสมรรถนะและศักยภาพ การเสริมสร้างการเรียนรู้

และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการจัดวางระบบการควบคุมภายในของกรุงเทพมหานครที่เพียงพอ

เหมาะสม และมีกลไกกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบ ประเมินผลและพัฒนาภาคราชการของกรุงเทพมหานครเรียกโดยย่อว่า

ค.ต.พ. กทม. ประกอบด้วย

(๑) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานกรรมการ

(๒) รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มอบหมาย กรรมการ

(๓) ปลัดกรุงเทพมหานคร กรรมการ

(๔) รองปลัดกรุงเทพมหานคร ที่ปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย

กรรมการ

(๕) หัวหน้าสำนักงาน

ก.ก. กรรมการ

(๖) ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรรมการ

(๗) ผู้อำนวยการสำนักการคลัง

กรรมการ

(๘) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร กรรมการ

(๙) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง

กรรมการ

ไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน

ให้ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบบริหารเป็นเลขานุการ และให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๕ (๙) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์

(๓) เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ทางด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านเกี่ยวกับการบัญชี

การตรวจสอบการดำเนินการ กฎหมาย การเงิน เศรษฐศาสตร์ การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศวิศวกรรมศาสตร์

หรือสถาปัตยกรรมศาสตร์

(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๖) ไม่เป็นข้าราชการประจำ พนักงานหรือลูกจ้างที่ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง

หรือค่าตอบแทนจากส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งบริษัทมหาชนที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครและหน่วยงานอื่นที่กรุงเทพมหานครเข้าไปบริหารจัดการหรือถือสัดส่วนหุ้นหรือเงินลงทุนเกินกึ่งหนึ่ง

(๗) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง

ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี

ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

และยังไม่ได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖

(๔) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่

มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง

เว้นแต่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง

หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่นยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง

ให้มีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับเวลาที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ยังอยู่ในตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา

ห้ามมิให้เข้าร่วมประชุมและไม่มีสิทธิออกเสียงในเรื่องนั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) วางนโยบาย

แนวทางการตรวจสอบ ประเมินผลและพัฒนาในภาคราชการของกรุงเทพมหานครรวมถึงกำหนดประเด็นหัวข้อการตรวจสอบ

ประเมินผลและพัฒนา

(๒) ให้ความเห็นชอบแนวทางการตรวจสอบ ประเมินผลและพัฒนา

ตาม (๑) ของคณะอนุกรรมการ ตาม (๘) และหน่วยงานกลางที่มีภารกิจด้านการตรวจสอบ ประเมินผลและพัฒนา

(๓) ส่งเสริม

ผลักดัน สอบทาน และเสนอแนะมาตรการ เพื่อให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ

ประเมินผลและพัฒนาภาคราชการของกรุงเทพมหานครตามข้อ ๔ และหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

(๔) เสนอแนะต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับแผนการตรวจราชการกรณีปกติประจำปีของผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานครและรายงานผลการตรวจติดตามการดำเนินงานของแต่ละแผนงาน

งานและโครงการที่ได้กำหนดไว้ในแผนการตรวจราชการ

(๕) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ

รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการตรวจสอบ ประเมินผลและพัฒนาต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างน้อยปีละสองครั้ง

(๖) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ

ตลอดจนนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรายงานให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบเป็นระยะ

(๗) ประสานงานกับคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

ในการประเมินผลการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ

(๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ

ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๙) ปฏิบัติการอื่นตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการจะเชิญบุคคลใดหรือเรียกให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงหรือแสดงความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการเองอย่างน้อยปีละสองครั้ง

แล้วรายงานผลการปฏิบัติงานให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลตนเองที่ดี แต่ละหน่วยงานอาจจัดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบ

ประเมินผลและพัฒนาประจำหน่วยงานของตนเองก็ได้

การแต่งตั้ง อำนาจหน้าที่ องค์ประกอบ และคุณสมบัติของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ

๕ (๙) ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบบริหาร

ให้รองปลัดกรุงเทพมหานครที่ปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย ทำหน้าที่เลขานุการของคณะกรรมการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘

อภิรักษ์

โกษะโยธิน

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ชัชสรัญ/ผู้จัดทำ

๑๔

กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๒๑ ง/หน้า ๑๑/๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการตรวจสอบ ประเมินผลและพัฒนาภาคราชการของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a48a65b1b2ab4278

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com