法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยเครื่องแบบพิเศษสำหรับข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยเครื่องแบบพิเศษสำหรับข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี

พ.ศ. ๒๕๔๙[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ นายกรัฐมนตรีออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๘๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีกับการแต่งเครื่องแบบ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีชาย

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีชาย มี ๔ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาวหรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกรมท่า

(ข) เสื้อคอพับสีขาวหรือสีกรมท่า

(ค) กางเกงขายาวสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(ฉ) ถุงเท้าสีดำ

(๒) เครื่องแบบปกติขาวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(ข) เสื้อคอพับสีขาว

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีขาว

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว

(ฉ) ถุงเท้าสีขาว

(๓) เครื่องแบบปกติขาวสำหรับผู้มีหน้าที่ประจำเรือยนต์เล็ก ประกอบด้วย

(ก) หมวกกะลาสีสีขาว

(ข) เสื้อกะลาสีสีขาวและเสื้อซับในคอกลมสีขาวซึ่งมีผ้าผูกคอสีดำและสายโยงมีด ประกอบด้วย

(ค) กางเกงกะลาสีสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(จ) ถุงเท้าสีดำ

(๔) เครื่องแบบปกติสีกรมท่าคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(ข) เสื้อนอกคอแบะสีกรมท่า

(ค) กางเกงขายาวสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(ฉ) ถุงเท้าสีดำ

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หมวก มี ๓ แบบ คือ

(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว มีเครื่องประกอบ ดังนี้

(ก) กะบัง ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สำหรับข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๖ ถึงระดับ ๘ ที่ขอบโค้งของกะบังหมวกปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๑ แถวสำหรับข้าราชการระดับ ๙ ขึ้นไป ที่ขอบโค้งของกะบังหมวกปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๒ แถว

(ข) สายรัดคางถักเป็นเกลียวเชือกด้วยดิ้นทอง ปลายสายมีดุมโลหะสีทองดุนเป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎขนาดเล็ก ติดอยู่ที่ริมขอบหมวกข้างละ ๑ ดุม

(ค) ผ้าพันหมวก เป็นแถบลายถักสีดำ กว้าง ๔ เซนติเมตร

(ง) ตราหน้าหมวก เป็นรูปสมอทำด้วยโลหะสีเงินภายใต้พระมหามงกุฎประดับด้วยช่อชัยพฤกษ์อยู่ภายใต้สมอปลายโค้งโอบขึ้นบนทั้งสองข้าง ข้างละ ๗ ใบ กว้าง ๙ เซนติเมตร สูง ๗.๕ เซนติเมตร ภายใต้พื้นวงกลมสีแดง พระมหามงกุฎปักด้วยดิ้นเงินหรือวัตถุเทียมดิ้นเงิน ช่อชัยพฤกษ์ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองบนพื้นสักหลาดสีดำ

(๒) หมวกแก็ปทรงอ่อนสีกรมท่า ทำด้วยผ้า ตอนหน้ามีกะบังสีเดียวกับหมวก สำหรับข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๖ ถึงระดับ ๘ ที่ขอบโค้งของกะบังหมวกปักด้วยไหมสีเหลืองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๑ แถวสำหรับข้าราชการระดับ ๙ ขึ้นไป ที่ขอบโค้งของกะบังหมวกปักด้วยไหมสีเหลืองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๒ แถว หน้าหมวกมีอักษร “กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี” ปักด้วยไหมสีเหลือง ตัวอักษรสูง ๑ เซนติเมตร ด้านล่างมีอักษร “คมนาคม” ปักด้วยไหมสีเงิน ตัวอักษรสูง ๑ เซนติเมตร อยู่ภายในกรอบส่วนโค้งฐานตรงขนาดความยาว ๘ เซนติเมตร ปักด้วยไหมสีเหลือง

(๓) หมวกกะลาสีสีขาว ทำด้วยผ้า ทรงตึง เชิงด้านหน้า กว้าง ๔.๘ เซนติเมตร เชิงด้านข้างและด้านหลัง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร เพดานหมวกกว้างระหว่าง ๒๒.๓ เซนติเมตร ถึง ๒๓ เซนติเมตร ยาวระหว่าง ๒๒.๗ เซนติเมตร ถึง ๒๓.๘ เซนติเมตร และมีเครื่องประกอบ ดังนี้

(ก) สายรัดคาง ทำด้วยผ้าสีขาว กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร

(ข) แถบหน้าหมวก ทำด้วยผ้าสีดำ กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีอักษร “กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี” สีทอง ปลายแถบทั้งสองข้างติดชายเป็นรูปหางนกแซงแซว มีรูปสมอสีทองนอนตามยาว

การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผ้าผูกคอสีดำ รูปสามเหลี่ยมและพับมุมข้างหนึ่งเข้ากับด้านฐานอีกข้างหนึ่งให้ส่วนที่พับซ้อนกัน กว้าง ๖ เซนติเมตร ผูกชายทั้งสองข้างต่อกัน คล้องไว้ใต้ปกหลังเสื้อ ให้ส่วนกึ่งกลางที่พับอยู่ข้างหน้าตรงแนวอกเสื้อ โดยให้ส่วนซ้ายทับส่วนขวา และผูกด้วยแถบผ้าสีขาวสำหรับผูกผ้าผูกคอเป็นโบเหนือชายสุดผ้าผูกคอ ๖ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สายโยงมีด ทำด้วยเชือกถักสีขาว ขนาดเส้นรอบวง ๑.๗ เซนติเมตร คล้องไว้ใต้ปกหลังเสื้อ และอยู่บนผ้าผูกคอสีดำ โดยให้แผ่นถักรูปสี่เหลี่ยมลายขัดทับบนโบปลายสายสอดลงในกระเป๋าเสื้อ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เสื้อ มี ๔ แบบ คือ

(๑) เสื้อคอพับสีขาวหรือสีกรมท่า แขนยาวรัดข้อมือ มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นมีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ ๑ กระเป๋า กระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามแนวดิ่ง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มุมกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม มีใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปกกระเป๋าเว้าชายกลางแหลมที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดใบปกกระเป๋าตัวเสื้อผ่าอกตลอดแนว มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ระยะห่างเท่าๆ กันพอสมควร ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ

สำหรับเสื้อคอพับสีขาวในโอกาสอันควรให้ผูกผ้าพันคอสีกรมท่าเงื่อนกะลาสี

ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย

(๒) เสื้อกะลาสีสีขาว เปิดคอเพียงอก มีผ้าปกหลังสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากมีแถบผ้าสีขาว กว้าง ๐.๔ เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ ตรึงรอบผืนผ้า ห่างจากขอบ ๐.๕ เซนติเมตร และเว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร แขนยาวรวบข้อมือ ชายเสื้อยาวปิดสะโพก ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋าปะไม่มีปก ๑ กระเป๋า ใต้คอเสื้อด้านหน้ามีแถบผ้าสีขาว ๒ ชาย ยาวชายละ ๒๕ เซนติเมตร สำหรับผูกผ้าผูกคอ

(๓) เสื้อซับใน ทำด้วยผ้าสีขาวคอกลมเรียบ รอบวงคอขลิบด้วยแถบผ้าสีน้ำเงินดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร แขนยาวเพียงเหนือศอก

(๔) เสื้อนอกคอแบะสีกรมท่า แขนยาวจรดข้อมือ ตลบชายกว้างประมาณ ๑๐ เซนติเมตร มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๓ ดุม เรียงกันตามแนวดิ่ง ระยะห่างกันพองาม ดุมทำด้วยโลหะสีทองดุนเป็นรูปสมอ ภายใต้พระมหามงกุฎ มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อ และด้านล่างข้างละ ๒ กระเป๋า มุมกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม มีใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปกกระเป๋าเว้าชายกลางแหลม ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดใบปกกระเป๋า ตัวเสื้อผ่าอกตลอดตัว เสื้อไม่มีสาบ ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๓ ดุม ระยะห่างกันพอสมควร ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ เมื่อสวมเสื้อนี้ให้ใช้เสื้อคอพับสีขาวแขนยาว ผูกผ้าพันคอสีกรมท่าเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย โดยสวมไว้ชั้นในให้ติดเครื่องหมายทำด้วยโลหะสีทอง เป็นรูปสมอบรรจุอยู่ในวงรีที่ปกเสื้อทั้งสองข้าง

ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กางเกง มี ๓ แบบ คือ

(๑) กางเกงขายาวสีกรมท่า ไม่พับปลายขา ปลายขายาวปิดตาตุ่ม กว้างไม่น้อยกว่า ๒๒ เซนติเมตร และไม่เกิน ๒๖ เซนติเมตร ที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัดทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง กว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร จำนวน ๗ ห่วง ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า ด้านหลังมีกระเป๋าเจาะ ไม่มีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า และจะมีดุมขัดปากกระเป๋าด้วยหรือไม่ก็ได้

(๒) กางเกงขายาวสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกรมท่า

(๓) กางเกงกะลาสีสีขาว ผ่าเอวทั้งสองข้าง ขัดดุมข้างละ ๓ ดุม หรือจะใช้ซิปแทนก็ได้ ที่ตะเข็บขวามีกระเป๋าเจาะ ๑ กระเป๋า มีสายร่นที่เอว และขัดดุมข้างละ ๒ ดุม ปลายขากว้างไม่น้อยกว่า ๒๓ เซนติเมตร และไม่เกิน ๒๗ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เข็มขัด มี ๒ แบบ คือ

(๑) เข็มขัดด้ายถักสีดำ กว้าง ๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดเป็นรูปวงรี ภายในมีรูปสมออยู่ภายใต้พระมหามงกุฎมีช่อชัยพฤกษ์มาลาล้อมรอบใต้ขอบล่างมีแถบโค้งตามแนวรูปวงรี ปลายทั้งสองข้างเป็นรูปชายธงสะบัดพลิ้วภายในมีอักษรว่า “กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี” ทำด้วยโลหะรมควันรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนปลายมน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๔ เซนติเมตร ใช้เกี่ยวกันหรือแบบสอดรู ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู

(๒) เข็มขัดด้ายถักสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดด้ายถักสีดำ เว้นแต่หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีเงิน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ รองเท้า ถุงเท้า มี ๒ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าดำ

(๒) รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับรองเท้าสีดำ ถุงเท้าขาว

เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีหญิง

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีหญิง มี ๓ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีขาวพับปีกสีดำ หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกรมท่า

(ข) เสื้อคอพับสีขาวหรือสีกรมท่า หรือเสื้อคอพับปล่อยเอวสีขาวหรือเสื้อคอแบะปล่อยเอวสีขาว

(ค) กางเกงขายาวหรือกระโปรงสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๒) เครื่องแบบปกติขาวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีขาวพับปีกสีดำ

(ข) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีขาวหรือเสื้อคอพับสีขาว

(ค) กางเกงขายาวหรือกระโปรงสีขาว

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีขาว

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว

(ฉ) ถุงเท้ายาวสีเนื้อ

(๓) เครื่องแบบปกติสีกรมท่าคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีขาวพับปีกสีดำ

(ข) เสื้อนอกคอแบะสีกรมท่า

(ค) กระโปรงสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ หมวก มี ๒ แบบ คือ

(๑) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีขาวพับปีกสีดำ สายรัดคางสีทองมีดุมโลหะสีทองดุนรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎขนาดเล็ก ติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีดำ หน้าหมวกมีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๔ (๑) (ง) ขนาดกว้าง ๘ เซนติเมตร สูง ๖.๕ เซนติเมตร

(๒) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกรมท่า มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๔ (๒)

การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เสื้อ มี ๕ แบบ คือ

(๑) เสื้อคอพับสีขาวหรือสีกรมท่า มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๗ (๑)

(๒) เสื้อคอพับสีขาว ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ มีสาบกว้างประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือ ขอบปลายแขนกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร หรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อยตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัวทั้งสองด้าน มีดุม ๕ ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลัง มีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้า ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอปลายมนด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ การสวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรงหรือกางเกง

(๓) เสื้อคอพับปล่อยเอวสีขาว ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุม ๔ ดุม แขนยาวหรือแขนสั้น ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร มีคิ้วหน้าหลังและมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับข้อ ๑๓ (๒) ทั้งหน้าหลัง ความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองามที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ

(๔) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีขาว ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ด้านหน้าเป็นคิ้วตามสาบ ดุม ๓ ดุม ต่อด้านหน้าและด้านหลังยาวตามตัว ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ และมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อยไม่มีใบปกกระเป๋า

(๕) เสื้อนอกคอแบะสีกรมท่า มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๗ (๔)

การสวมตามข้อ ๑๓ (๓) และ (๔) ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกง

สำหรับข้อ ๑๓ (๑) หรือ (๒) หรือ (๓) ในโอกาสอันควรให้ผูกผ้าผูกคอเป็นเงื่อนโบสีกรมท่า

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กางเกง กระโปรง มี ๔ แบบ คือ

(๑) กางเกงขายาวสีกรมท่าหรือสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๘ (๑)

(๒) กางเกงขายาวสีกรมท่าหรือสีขาว ขาตรงไม่มีลวดลาย ขอบกางเกงกว้างประมาณ ๑ นิ้ว มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้ มีซิปด้านหน้าหรือด้านข้าง

(๓) กระโปรงสีกรมท่าหรือสีขาวยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย

(๔) กระโปรงสีกรมท่าหรือสีขาว มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ ยาวครึ่งเข่าปลายบานเล็กน้อย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เข็มขัด มี ๒ แบบ คือ

(๑) เข็มขัดด้ายถักสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๙ (๑)

(๒) เข็มขัดด้ายถักสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๙ (๑)

โดยคาดทับขอบกระโปรงหรือกางเกง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ รองเท้า ถุงเท้า มี ๒ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำแบบปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร

(๒) รองเท้ามีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๑๖ (๑) เว้นแต่เป็นสีขาว ถุงเท้ายาวสีเนื้อ

อินทรธนูและเครื่องหมาย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ อินทรธนู มีลักษณะอ่อนทำด้วยผ้าสักหลาดสีดำ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาว ๗.๕ เซนติเมตร มีเครื่องหมายแสดงระดับและตำแหน่งซึ่งให้ติดที่อินทรธนู ดังนี้

ข้าราชการระดับ ๑๐ มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๕ เซนติเมตร ตรึงตามยาว ด้านบนเต็มแผ่นอินทรธนูทั้งสองข้าง และประดับด้วยพระมหามงกุฎมีรัศมีอยู่เหนือสมอเดี่ยว โอบล้อมด้วยช่อชัยพฤกษ์ ทำด้วยโลหะสีเงินตรงกึ่งกลางอินทรธนูทั้งสองข้าง

ข้าราชการระดับ ๙ มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๕ เซนติเมตร ตรึงตามยาว ด้านบนเต็มแผ่นอินทรธนูทั้งสองข้าง และประดับด้วยพระมหามงกุฎมีรัศมีอยู่เหนือสมอเดี่ยว ทำด้วยโลหะสีเงินตรงกึ่งกลางอินทรธนูทั้งสองข้าง

ข้าราชการระดับ ๘ มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๓ เซนติเมตร ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ขมวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร ติดเรียงต่อไปอีก ๑ แถบ และประดับพระมหามงกุฎมีรัศมีอยู่เหนือสมอเดี่ยวทำด้วยโลหะสีเงินตรงกึ่งกลางระหว่างแถบล่างกับแถบบน

ข้าราชการระดับ ๗ มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๓ เซนติเมตร ติดทางต้น อินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ขมวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร ติดเรียงต่อไปอีก ๑ แถบ

ข้าราชการระดับ ๕ และระดับ ๖ มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร ๔ แถบ โดยแถบที่สี่ขมวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร

ข้าราชการระดับ ๓ และระดับ ๔ มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร ๓ แถบ โดยแถบที่สามขมวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร

ข้าราชการระดับ ๒ มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร ๒ แถบ โดยแถบที่สองขมวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร

ข้าราชการระดับ ๑ มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร ขมวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ

ข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๑ ถึงระดับ ๘ การติดแถบดังกล่าวให้ติดตามขวางที่ต้นอินทรธนูแถบแรกห่างจากต้นอินทรธนู ๓ มิลลิเมตร และแถบต่อไปเว้นระยะห่างกัน ๒ มิลลิเมตร

ให้ประดับอินทรธนูที่เสื้อเครื่องแบบทุกชนิด ยกเว้นเครื่องแบบสำหรับผู้มีหน้าที่ประจำเรือยนต์เล็ก

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ป้ายชื่อและตำแหน่ง ให้มีป้ายชื่อพื้นสีดำขนาดกว้างไม่เกิน ๒.๕ เซนติเมตร ยาวไม่เกิน ๗.๕ เซนติเมตร แสดงชื่อตัว ชื่อสกุล และชื่อตำแหน่งในการบริหารงานหรือชื่อตำแหน่งในสายงาน ประดับที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี แบบใดจะต้องแต่งในโอกาสใด ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย เว้นแต่เครื่องราชอิสริยาภรณ์มีกฎหมายกำหนดให้ประดับที่อกเสื้อข้างขวาให้ติดแพรแถบที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา ในกรณีที่มีแถบแพรหลายแถบให้ติดเรียงกันเป็นแถวยาวแถวละไม่เกิน ๕ แถบ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีซึ่งได้รับเครื่องหมายแสดงความสามารถ หรือเข็มแสดงวิทยฐานะของสถาบันการศึกษาของทางราชการ ให้ประดับเครื่องหมายนั้นได้ตามที่กระทรวงนั้นกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีจัดให้มีหรือเขียนรูปตัวอย่างเครื่องแบบพิเศษนี้ขึ้นไว้เป็นมาตรฐานและสอดส่องควบคุมการแต่งเครื่องแบบให้เป็นไปตามกฎนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงเครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี เนื่องจากได้มีการโอนกิจการ อำนาจหน้าที่จากกรมเจ้าท่าเดิมและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวีเดิมบางส่วนมาเป็นของกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ และพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ ประกอบกับได้มีการเปลี่ยนเครื่องหมายราชการประจำกรมใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อใหม่ อีกทั้งภารกิจของกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีมีหน้าที่จะต้องปราบปรามผู้ละเมิดต่อกฎหมายในความรับผิดชอบ บางโอกาสการปฏิบัติหน้าที่จำเป็นที่จะต้องออกไปปฏิบัติงานในท้องที่ หรือจะต้องปฏิบัติงานในเรือซึ่งมีสภาพพื้นที่คับแคบ เครื่องแบบพิเศษเสื้อคอพับสีขาวจึงไม่เหมาะสมกับสภาพการทำงาน สมควรปรับปรุงเครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ให้เหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

นันทนา/ผู้จัดทำ

๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๒ ก/หน้า ๓/๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยเครื่องแบบพิเศษสำหรับข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a4d83b3ecec7f28d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com