法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการค้าภายใน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการร้องเรียน พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการค้าภายใน

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการร้องเรียน

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่มาตรา ๑๓ (๓) แห่งพระราชบัญญัติคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้กำหนดให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการกำกับคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนที่ผู้มีส่วนได้เสียอ้างว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ เพื่อเสนออธิบดี ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการร้องเรียนให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เพื่อให้การรับเรื่องร้องเรียน และการดำเนินงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นไปอย่างมีระบบและคล่องตัว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. ๒๕๕๘ อธิบดีกรมการค้าภายในจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการค้าภายใน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการร้องเรียน พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บุคคลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการกระทำที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น มีสิทธิร้องเรียนเรื่องดังกล่าวได้

กรณีผู้ร้องเรียนเป็นบุคคลธรรมดา ให้ยื่นเรื่องร้องเรียนพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งรับรองความถูกต้อง หรือกรณีผู้ร้องเรียนเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นเรื่องร้องเรียนพร้อมหนังสือรับรองนิติบุคคลที่นายทะเบียนให้คำรับรองและออกให้ไม่เกินหกเดือนและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลซึ่งรับรองความถูกต้อง

หากผู้ร้องเรียนตามวรรคสองประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นยื่นเรื่องร้องเรียนแทนให้ผู้รับมอบอำนาจยื่นเรื่องร้องเรียนพร้อมหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งรับรองความถูกต้องของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การร้องเรียนให้กระทำโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) ร้องเรียนเป็นหนังสือ

(๒) ร้องเรียนด้วยตนเองโดยวาจา

(๓) ร้องเรียนทางโทรศัพท์

(๔) ร้องเรียนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การยื่นเรื่องร้องเรียนให้กระทำโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักตรวจสอบและปฏิบัติการ กรมการค้าภายใน

(๒) ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่ที่มีการกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น

(๓) ส่งทางไปรษณีย์ไปยังกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่ที่มีการกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น

(๔) ส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ([email protected]) หรือทางเว็บไซต์ (www.dit.go.th) ของกรมการค้าภายใน

กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักตรวจสอบและปฏิบัติการ กรมการค้าภายใน ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนตามวรรคหนึ่ง เห็นว่าข้อเท็จจริงในเรื่องที่ร้องเรียนมีการกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น เกิดขึ้นในท้องที่จังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ส่งเรื่องร้องเรียนพร้อมเอกสารหลักฐาน (ถ้ามี) ไปยังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่นั้น โดยไม่ชักช้า เพื่อดำเนินการตามข้อ ๙ ต่อไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยื่นเรื่องร้องเรียนตามข้อ ๔ ต้องใช้ถ้อยคำสุภาพและมีสาระสำคัญอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) วัน เดือน ปี ที่ร้องเรียน

(๒) ชื่อ ที่อยู่ตามภูมิลำเนาหรือที่ทำงาน และหมายเลขโทรศัพท์ซึ่งสามารถติดต่อได้ของผู้ร้องเรียน

(๓) ชื่อ ที่อยู่ตามภูมิลำเนาหรือที่ทำงาน และหมายเลขโทรศัพท์ซึ่งสามารถติดต่อได้ของผู้ถูกร้องเรียน (ถ้ามี)

(๔) วัน เดือน ปี และสถานที่ซึ่งพบการกระทำอันฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น

(๕) รายละเอียดข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่เป็นเหตุแห่งเรื่องร้องเรียนที่ชัดเจน และครบถ้วนพร้อมสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

(๖) ความประสงค์ หรือเหตุผลในการร้องเรียน

การร้องเรียนด้วยตนเองโดยวาจาหรือร้องเรียนทางโทรศัพท์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียน สอบถามและบันทึกสาระสำคัญตามวรรคหนึ่งในบันทึกการรับเรื่องร้องเรียน ให้ถูกต้องและครบถ้วน ตามแบบท้ายระเบียบนี้ กรณีการร้องเรียนทางโทรศัพท์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนแจ้งให้ผู้ร้องเรียนมาแสดงตน พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ ๓ และวรรคหนึ่ง ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่

กรณีที่การร้องเรียนมีสาระสำคัญไม่ครบถ้วนตามวรรคหนึ่งหรือไม่ชัดเจน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนดำเนินการดังนี้

(๑) กรณีร้องเรียนเป็นหนังสือโดยผู้ร้องเรียนมายื่นหนังสือด้วยตนเอง ให้สอบถามผู้ร้องเรียนเพิ่มเติม แล้วบันทึกสาระสำคัญตามวรรคหนึ่งในบันทึกการรับเรื่องร้องเรียน ตามแบบท้ายระเบียบนี้

(๒) กรณีร้องเรียนเป็นหนังสือโดยทางไปรษณีย์ ให้แจ้งเป็นหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้ร้องเรียนส่งข้อเท็จจริงเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามวรรคหนึ่ง พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ ๓ ภายในสิบห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่

(๓) กรณีร้องเรียนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้แจ้งด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ร้องเรียนส่งข้อเท็จจริงเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามวรรคหนึ่ง พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ ๓ ภายในสิบห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่

หากครบกำหนดระยะเวลาตามวรรคสองหรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี ผู้ร้องเรียนไม่นำส่งข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหรือไม่มาแสดงตนและพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนไม่สามารถติดต่อผู้ร้องเรียนได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หมายเหตุไว้ในสมุดรับเรื่องร้องเรียน ตามแบบท้ายระเบียบนี้และดำเนินการตามข้อ ๘ ต่อไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนได้รับเรื่องร้องเรียนตามข้อ ๕ พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ ๓ และข้อ ๖ วรรคหนึ่ง ถูกต้องและครบถ้วนแล้ว หรือผู้ร้องเรียนมาแสดงตนตาม ข้อ ๖ วรรคสองแล้ว ให้บันทึกการรับเรื่องร้องเรียนไว้ในสมุดรับเรื่องร้องเรียน โดยระบุชื่อหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียน ลำดับเรื่องร้องเรียน คำร้องเรียนเลขที่ วัน เดือน ปีที่รับเรื่องร้องเรียน ชื่อผู้ร้องเรียนและรายละเอียดเรื่องร้องเรียนโดยย่อ พร้อมลงลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนและผู้ร้องเรียนในบันทึกการรับเรื่องร้องเรียนและสมุดรับเรื่องร้องเรียน ตามแบบท้ายระเบียบนี้ หากผู้ร้องเรียนไม่ยินยอมลงลายมือชื่อ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หมายเหตุไว้ในสมุดรับเรื่องร้องเรียน เป็นหลักฐานแล้วออกใบรับเรื่องร้องเรียน ตามแบบท้ายระเบียบนี้ มอบให้ผู้ร้องเรียนไว้เป็นหลักฐาน

กรณีร้องเรียนเป็นหนังสือโดยทางไปรษณีย์หรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสาระสำคัญและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนตามข้อ ๓ และข้อ ๖ วรรคหนึ่ง แล้ว และผู้ร้องเรียน ไม่ต้องมาแสดงตน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกการรับเรื่องร้องเรียนตามวรรคหนึ่งและหมายเหตุ เหตุดังกล่าวไว้ในสมุดรับเรื่องร้องเรียนโดยไม่ต้องลงลายมือชื่อผู้ร้องเรียนแล้วออกใบรับเรื่องร้องเรียนส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วแต่กรณี ให้ผู้ร้องเรียนไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรณีเรื่องร้องเรียนมีสาระสำคัญและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนตามข้อ ๓ และข้อ ๖ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนพิจารณาเรื่องร้องเรียนในเบื้องต้น โดยให้เก็บสำเนาบันทึกการรับเรื่องร้องเรียน ใบรับเรื่องร้องเรียน และเอกสารหลักฐานตามข้อ ๓ และข้อ ๖ ไว้ ณ สำนักงาน และจัดส่งต้นฉบับและเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้กองส่งเสริมและบริหารระบบตลาดพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๑๑ ต่อไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีที่ผู้ร้องเรียนร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ซึ่งเป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนดำเนินการตามข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ วรรคสอง และข้อ ๑๓ โดยอนุโลม พร้อมสรุปข้อเท็จจริงและความเห็นเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนเพื่อประกอบการพิจารณาของกองส่งเสริมและบริหารระบบตลาดต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ บันทึกการรับเรื่องร้องเรียน หากมีผิดที่ใดห้ามมิให้ลบด้วยปากกาลบคำผิดหรือวิธีอื่นใด ให้แก้ไขด้วยการขีดฆ่าที่ผิดนั้นโดยยังคงให้สามารถอ่านข้อความเดิมได้ แล้วบันทึกใหม่ให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ร้องเรียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนกำกับไว้ ที่ด้านข้างกระดาษแนวเดียวกับบรรทัดที่แก้ไข

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่กองส่งเสริมและบริหารระบบตลาด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนตามข้อ ๘ หรือข้อ ๙ แล้วแต่กรณี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและพิจารณาเรื่องร้องเรียน แล้วดำเนินการจัดทำสรุปเรื่องร้องเรียนและความเห็นประกอบเหตุผลเสนออธิบดีกรมการค้าภายใน เพื่อวินิจฉัยหรือสั่งการเรื่องร้องเรียนต่อไป

ผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประการใด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองส่งเสริมและบริหารระบบตลาดแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้ร้องเรียนทราบ และแจ้งเป็นหนังสือให้หน่วยงานซึ่งเป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนตามข้อ ๕ ทราบ ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่อธิบดีกรมการค้าภายในพิจารณาแล้วเสร็จ และให้หน่วยงานซึ่งเป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนบันทึกในสารบบและหมายเหตุไว้ในสมุดรับเรื่องร้องเรียน รวมทั้งแนบผลการพิจารณาวินิจฉัยนั้นไว้กับสำเนาเรื่องร้องเรียนด้วย

กรณีเรื่องร้องเรียนใดที่ไม่มีมูลและนำ เสนอให้อธิบดีกรมการค้าภายในพิจารณาแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองส่งเสริมและบริหารระบบตลาดดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามวรรคสองโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีที่ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามข้อ ๑๑ วรรคสองหรือวรรคสาม แล้วแต่กรณีไม่มีผู้รับและพนักงานเจ้าหน้าที่กองส่งเสริมและบริหารระบบตลาดไม่สามารถติดต่อผู้ร้องเรียนได้ ให้หมายเหตุไว้ในสมุดรับเรื่องร้องเรียน แล้วเก็บไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับนั้นไว้กับต้นเรื่องร้องเรียนไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่การร้องเรียนมีลักษณะเป็นบัตรสนเท่ห์และพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนตรวจสอบแล้วพบว่าข้อเท็จจริงที่กล่าวหามีเบาะแสหรือมีข้อมูลเพียงพอที่จะสืบหาเพิ่มเติมได้ และเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนดำเนินการตามข้อ ๘ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้หรือกรณีมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยชี้ขาดของอธิบดีกรมการค้าภายในถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑

บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร

อธิบดีกรมการค้าภายใน

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บันทึกการรับเรื่องร้องเรียนตามระเบียบกรมการค้าภายใน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการร้องเรียน พ.ศ. ๒๕๖๑

๒. ใบรับเรื่องร้องเรียนตามระเบียบกรมการค้าภายใน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการร้องเรียน พ.ศ. ๒๕๖๑

๓. สมุดรับเรื่องร้องเรียน

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ภูมิกิติ/จัดทำ

๕ เมษายน ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๖๓ ง/หน้า ๑/๑๙ มีนาคม ๒๕๖๑

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการค้าภายใน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการร้องเรียน พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a50e6323e242737b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com