法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดพะเยา พ.ศ. 2555

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง

และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดพะเยา

พ.ศ. ๒๕๕๕

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม

ในท้องที่ ๗๐ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดพะเยาด้วย

และเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

ในฐานะเจ้าพนักงานการผัง โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง จึงออกประกาศไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า

อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดพะเยา

แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึงบริเวณตามกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลบ้านต๋อม

ตำบลสันป่าม่วง ตำบลท่าวังทอง ตำบลเวียง ตำบลบ้านสาง ตำบลบ้านตุ่น ตำบลแม่ใส

ตำบลแม่ต๋ำ ตำบลจำป่าหวาย และตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา และตำบลดอกคำใต้

อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ ๒

ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการ

ขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ ๓๐๐

ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลดงเจน อำเภอภูกามยาว

(๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลแม่ใจ อำเภอแม่ใจ

(๓) ในท้องที่เขตเทศบาลเมืองดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้

(๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้

(๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน

(๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเชียงคำ อำเภอเชียงคำ

(๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านทราย อำเภอเชียงคำ

(๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสบบง อำเภอภูซาง

(๙) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลปง อำเภอปง

(๑๐) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลงิม อำเภอปง

(๑๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเชียงม่วน อำเภอเชียงม่วน

ทั้งนี้ ในท้องที่ตาม (๑) ถึง (๑๑)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔

ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

และให้มีพื้นที่ทางเบี่ยงรองรับการจราจรทางเข้าออกให้เป็นไปตามมาตรฐานของเจ้าของเส้นทาง

(๓) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวนหรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการ ต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร

เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอย

มีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(๑๑) กรณีอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น

แม่น้ำ คู คลอง ลำธาร หรือลำกระโดง ต้องมีที่ว่างอันปราศจากอาคารและสิ่งก่อสร้างใด

ๆ ในด้านที่ติดกับแหล่งน้ำสาธารณะนั้น ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า

๑๐ เมตร ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

แต่ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่ ๑๐ เมตรขึ้นไป

ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น บึง ทะเลสาบ

ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ (๖) ข้อ ๔ (๗) และข้อ ๔ (๘) ผู้ขออนุญาตอาจยื่นร้องขอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ

๖ เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการผังเมืองระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมได้

ทั้งนี้ ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(๑) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๕๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๔๐

เมตร

(๒) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๑๕ เมตรได้

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

(๓) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

มีระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษา น้อยกว่า ๕๐๐ เมตรได้

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการก่อสร้างอาคารหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดพะเยา

ปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

ไมตรี อินทุสุต

ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา

ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

เจ้าพนักงานการผัง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๕ กันยายน ๒๕๕๕

ปณตภร/ผู้ตรวจ

๑๗ กันยายน

๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๑๓๓ ง/หน้า ๑๖๖/๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๕

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดพะเยา พ.ศ. 2555 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a5470c1661ca680f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com