法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับการประชุม ก.ต. พ.ศ. 2543 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับ

ข้อบังคับ

การประชุม ก.ต. พ.ศ.

๒๕๔๓

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๕ วรรคแปด

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ก.ต.

ออกข้อบังคับการประชุมของ ก.ต. ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับการประชุม ก.ต. พ.ศ. ๒๕๔๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกข้อบังคับ ก.ต. ว่าด้วยระเบียบการประชุมและการลงมติ พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามข้อบังคับนี้

ประธานในที่ประชุม

อำนาจและหน้าที่ของประธาน ก.ต.

และหน้าที่ของเลขานุการ

ก.ต.

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ประธาน ก.ต. เป็นประธานในที่ประชุม ก.ต.

ในกรณีที่ประธาน ก.ต. ไม่อาจมาประชุมได้ ไม่อยู่ในที่ประชุม

หรือเมื่อตำแหน่งประธานศาลฎีกาว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาตามที่กำหนดไว้ในพระธรรมนูญศาลยุติธรรมทำหน้าที่กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมในระหว่างที่ตำแหน่งประธานศาลฎีกาว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้

และมีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๘ (๑) (๒) และตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ แต่จะทำหน้าที่เป็นประธาน

ก.ต. ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับเลือกจากที่ประชุม ก.ต. ตามข้อ ๕ วรรคสอง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ผู้ได้รับเลือกเป็นประธานในที่ประชุมตามข้อ ๕ วรรคสอง มีอำนาจและหน้าที่ตามข้อ

๘ (๓) (๔) (๕) และ (๖)

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ประธาน

ก.ต. มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้

(๑) เรียกประชุม ก.ต. หรือสั่งให้เลขานุการ ก.ต.

เรียกหรือนัดประชุม ก.ต.

(๒) สั่งจัดระเบียบวาระการประชุม ก.ต.

(๓) ควบคุมและดำเนินการประชุมให้เป็นไปโดยเรียบร้อย

(๔) รักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุม ก.ต.

ตลอดถึงบริเวณที่ประชุม ก.ต.

(๕) แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการตามมติของที่ประชุม

(๖)

อำนาจและหน้าที่อื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้หรือตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้เลขานุการ ก.ต. เป็นเลขานุการในที่ประชุม ก.ต. โดยมีหน้าที่ดังนี้

(๑) ดำเนินการเรียกหรือนัดประชุม ก.ต.

(๒) จัดเตรียมและจัดเก็บรักษาสรรพเอกสารที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ

ก.ต. ในที่ประชุม

(๓) เสนอให้มีการเลือกประธานในที่ประชุมตามข้อ ๕ วรรคสอง

(๔) ช่วยประธานในที่ประชุมในการนับคะแนนเสียง

(๕) รับผิดชอบและควบคุมการทำรายงานการประชุม

(๖)

เสนอเรื่องให้คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจำชั้นศาลที่ ก.ต. แต่งตั้งเพื่อปฏิบัติการและดำเนินการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

(๗) แจ้งหรือยืนยันมติของที่ประชุมไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง

(๘) ปฏิบัติการตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ข้อบังคับ

หรือตามที่ประธานในที่ประชุม ก.ต. มอบหมาย

การประชุม ก.ต.

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในการประชุม ก.ต. ผู้ที่จะอยู่ในที่ประชุมได้ก็เฉพาะแต่ ก.ต. เลขานุการก.ต.

และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การประชุม ก.ต. ย่อมเป็นไปตามกำหนดที่ประธาน ก.ต. เรียกประชุมไว้แต่ประธาน

ก.ต. จะสั่งงดการประชุมตามที่เรียกหรือนัดไว้แล้วก็ได้เมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องที่สมควรจะบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม

ในกรณีที่ประธาน ก.ต.

หรือผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาเห็นสมควรเรียกประชุมเป็นพิเศษก็ให้เรียกประชุมได้

กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนอาจเข้าชื่อกันเรียกประชุมได้

โดยแจ้งให้เลขานุการ ก.ต. ออกหนังสือนัดประชุม แต่ถ้าพ้นกำหนดนัดประชุมไปสามสิบนาทีแล้วยังไม่ครบองค์ประชุม

ให้งดการประชุมนั้น

กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนอาจขอให้บรรจุเรื่องใดเข้าในระเบียบวาระการประชุมครั้งใดก็ได้

เมื่อมีการขอให้บรรจุเรื่องใดเข้าในระเบียบวาระการประชุมตามวรรคก่อน

ให้ประธาน ก.ต. บรรจุเรื่องนั้นเข้าในระเบียบวาระการประชุม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การนัดประชุมต้องทำเป็นหนังสือและให้นัดล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันแต่ประธาน

ก.ต. หรือผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาจะนัดเร็วกว่านั้นหรือนัดประชุมโดยวิธีอื่นใดก็ได้

เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องด่วน เรื่องจำเป็น หรือมีเหตุสมควรประการอื่น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้เลขานุการ ก.ต. ส่งระเบียบวาระการประชุมกับเอกสารที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม

แต่ประธาน ก.ต. หรือผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาจะให้ส่งเพิ่มเติมอีกในเวลาใดก็ได้ตามที่เห็นว่าจำเป็นหรือสมควร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การจัดระเบียบวาระการประชุมให้จัดลำดับ ดังนี้

(๑) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

(๒) รับรองรายงานการประชุม

(๓) เรื่องแจ้งเพื่อทราบ

(๔) เรื่องที่ค้างพิจารณา

(๕) เรื่องที่เสนอใหม่

(๖) เรื่องอื่น ๆ

ในกรณีที่ประธาน ก.ต. หรือผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาเห็นสมควรจะจัดลำดับระเบียบวาระการประชุมเป็นอย่างอื่นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้ผู้มาประชุมลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มาประชุมที่จัดเตรียมไว้ก่อนเข้าประชุมทุกครั้ง

กรรมการผู้ใดไม่อาจมาประชุมตามที่กำหนด

ให้ยื่นใบลาต่อประธาน ก.ต. ก่อนเริ่มการประชุม และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว

ไม่ให้ถือว่ากรรมการผู้นั้นขาดการประชุมสำหรับการประชุมครั้งนั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

การประชุมของ ก.ต. ต้องมีกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา

ห้ามมิให้ผู้นั้นร่วมประชุมและลงมติในเรื่องนั้น

แต่หากผู้นั้นได้เข้าประชุมอยู่ก่อนแล้ว

และการไม่มีสิทธิร่วมประชุมและลงมตินั้นเป็นการชั่วคราวก็ให้นับผู้นั้นเป็นองค์ประชุมในเรื่องนั้นด้วย

เมื่อพ้นกำหนดเริ่มประชุมไปสามสิบนาทีแล้ว

จำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมยังไม่ครบองค์ประชุม ประธาน ก.ต.

หรือผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาจะสั่งให้เลื่อนการประชุมไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ในการประชุม ก.ต. ให้ที่ประชุมพิจารณาไปตามลำดับที่จัดไว้ในระเบียบวาระการประชุมทุกเรื่อง

การเปลี่ยนลำดับระเบียบวาระการประชุม การเลื่อนการประชุมหรือการปิดประชุม

หรือเลิกประชุมก่อนเสร็จสิ้นระเบียบวาระการประชุมจะกระทำได้โดยความเห็นชอบของที่ประชุมเท่านั้น

ประธานในที่ประชุมมีอำนาจปรึกษาที่ประชุมในปัญหาใด ๆ

หรือสั่งพักการประชุมได้ตามที่เห็นสมควร

การอภิปราย การลงมติ

และการตีความ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๒] ในการประชุม ก.ต.

ให้กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการประชุมโดยอิสระ เช่น

การอภิปราย แสดงความคิดเห็น ลงมติ และตีความ ทั้งนี้ ให้รวมถึงเลขานุการ ก.ต. ผู้ช่วยเลขานุการ

ก.ต. ตลอดจนบุคคลซึ่งที่ประชุมอนุญาต

ที่จะกล่าวถ้อยคำใดในทางแถลงข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็นด้วยโดยอนุโลม

ในกรณีที่มีการอภิปรายไปในทางที่เป็นผลร้ายแก่บุคคลใด

ที่ประชุมจะลงมติไปในทางที่เป็นผลร้ายแก่บุคคลนั้นทันทีมิได้

จะต้องจัดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนั้น

รวมทั้งให้โอกาสบุคคลนั้นชี้แจงข้อเท็จจริงก่อน เว้นแต่จะปรากฏพยานหลักฐานเป็นที่ชัดแจ้งอยู่แล้ว

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

และห้ามมิให้งดออกเสียง ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

การออกเสียงลงมติให้กระทำโดยเปิดเผย

ห้ามมิให้กระทำโดยวิธีการลงคะแนนลับ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ประธานในที่ประชุมจะสั่งให้รวมหรือแยกประเด็นในการพิจารณาหรือลงมติก็ได้

เว้นแต่ที่ประชุมเห็นเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ในกรณีที่มีการพิจารณาใหม่ของ ก.ต. ตามมาตรา ๕๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ หากกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเสนอรายชื่อบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป

และไม่มีผู้ใดได้คะแนนเสียงถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

ให้มีการลงมติใหม่โดยให้ตัดชื่อผู้ที่ได้คะแนนน้อยที่สุดออก

แล้วให้มีการลงคะแนนใหม่จนกว่าจะได้ผู้ซึ่งได้คะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

ในกรณีที่มีผู้ได้รับคะแนนเสียงน้อยสุดตามวรรคหนึ่งเท่ากันมากกว่าหนึ่งคน

ให้ก.ต. ลงมติในระหว่างผู้ได้รับคะแนนเสียงเท่ากันอีกครั้งหนึ่งก่อน

และให้นำผู้ที่ได้รับคะแนนมากในการลงมตินั้นไปดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความข้อบังคับนี้ ให้เป็นอำนาจของที่ประชุมที่จะวินิจฉัยและเมื่อที่ประชุมลงมติวินิจฉัยเป็นประการใดแล้ว

ให้ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นเป็นเด็ดขาด

การขอให้ที่ประชุมวินิจฉัยตามวรรคหนึ่ง

อาจกระทำได้โดยประธานในที่ประชุมกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมคนหนึ่งคนใด

หรือเลขานุการ ก.ต. ขอปรึกษา

การเผยแพร่รายงานการประชุม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้เลขานุการ ก.ต. จัดทำรายงานการประชุมของ ก.ต. โดยบันทึกประเด็นที่ประชุมพิจารณา

พร้อมด้วยความเห็นทั้งที่เป็นความเห็นของเสียงข้างมากและความเห็นของเสียงข้างน้อย

ข้อสังเกตและมติของ ก.ต.

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ให้ทำสำเนารายงานการประชุมของ ก.ต. ซึ่งที่ประชุมรับรองแล้วไว้อย่างน้อยสองชุด

ณ ที่ทำการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อเผยแพร่ต่อข้าราชการตุลาการ

รายงานการประชุมของ ก.ต.

ทุกครั้งจะต้องมีรายชื่อกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมที่มาประชุม ที่ลาประชุม

และที่ขาดประชุม

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อ

ก.ต. ได้รับรองรายงานการประชุมครั้งใดแล้ว ให้ประธานศาลฎีกาหรือประธานในที่ประชุมของครั้งนั้นลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

รายงานการประชุมของ ก.ต. ที่ได้รับรองแล้ว

แต่ประธานศาลฎีกาหรือประธานในที่ประชุมของครั้งนั้นยังมิได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

หรือรายงานการประชุมของ ก.ต. ที่ยังมิได้มีการรับรองเพราะเหตุที่วาระของ ก.ต.

สิ้นสุดลง ให้เลขานุการ ก.ต. บันทึกเหตุนั้นไว้ และเป็นผู้รับรองความถูกต้องของรายงานการประชุมนั้น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

การงดเผยแพร่รายงานการประชุมทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ในกรณีที่อาจเป็นที่เสียหายแก่ทางราชการหรืออาจกระทบกระเทือนต่อสิทธิของบุคคลใด

ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

แต่ทั้งนี้ต้องจัดทำสำเนารายงานการประชุมของ ก.ต. ในคราวนั้นให้แก่ข้าราชการตุลาการผู้มีส่วนได้เสียเมื่อข้าราชการตุลาการผู้นั้นร้องขอ

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

จเร อำนวยวัฒนา

ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ข้อบังคับการประชุม

ก.ต. (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒[๓]

วิมล/ผู้จัดทำ

๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๘๔ ก/หน้า ๒๗/๑๑ กันยายน ๒๕๔๓

[๒] ข้อ ๑๘

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการประชุม ก.ต. (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๓๔/๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๒

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับการประชุม ก.ต. พ.ศ. 2543 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a5529e480b5f76ec

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com