法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ว่าด้วยการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน

พ.ศ. ๒๕๕๔

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขเกี่ยวกับการคุ้มครองช่วยเหลือพยานในคดีที่เกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริต

การร่ำรวยผิดปกติ และการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน

เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลรวมทั้งเกิดประโยชน์แก่กระบวนการยุติธรรมและบุคคลซึ่งเป็นพยานในคดีตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๐๗

แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.

๒๕๔๒ และมาตรา ๑๐๓/๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ ประกอบกับมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.

๒๕๔๖

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา

๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประธานกรรมการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน

พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เว้นแต่บทบัญญัติในข้อ

๙ และข้อ ๑๐ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ผู้ร้องขอ” หมายความว่า

ผู้กล่าวหา ผู้เสียหาย ผู้ทำคำร้อง ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ

ผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลใดเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่

การร่ำรวยผิดปกติ และการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน

หรือข้อมูลอื่นอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

และให้หมายความรวมถึงสามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของผู้ร้องขอ

และบุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ร้องขอ

“พยาน” หมายความว่า

ผู้ร้องขอที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ความคุ้มครองช่วยเหลือ รวมทั้งบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาที่อาจถูกกันไว้เป็นพยานตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การดำเนินการตามระเบียบนี้ให้ดำเนินการเป็นการลับ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามระเบียบนี้

การร้องขอ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยื่นคำร้องขอคุ้มครองช่วยเหลือพยาน

สามารถกระทำได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑)

ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารหลักฐานด้วยตนเองต่อสำนักงานตามแบบท้ายระเบียบนี้

(๒)

ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองช่วยเหลือพยานและให้หน่วยงานดังกล่าวประสานการปฏิบัติงานกับสำนักงาน

(๓)

กรณีเร่งด่วนและผู้ร้องขอไม่อาจมายื่นคำร้องด้วยตนเองได้ให้ทำเป็นหนังสือ

หรือจดหมายหรือทางเครื่องมือสื่อสารอื่น ได้แก่ โทรศัพท์ โทรสาร

หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรืออาจมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ทั้งนี้

การร้องขอกรณีดังกล่าวต้องระบุชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของผู้ร้องขอ

ตลอดจนพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ร้องขออาจไม่ได้รับความปลอดภัยกับต้องลงลายมือชื่อหรือระบุชื่อผู้ร้อง

แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่สำนักงานพิจารณาแล้วเห็นเป็นการสมควรให้บุคคลใดได้รับการคุ้มครองช่วยเหลือพยานโดยบุคคลดังกล่าวไม่ได้ร้องขอ

ให้สำนักงานดำเนินการคุ้มครองช่วยเหลือพยานได้แต่ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวให้ความยินยอมโดยเร็ว

การพิจารณาคำร้อง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อสำนักงานได้รับคำร้องขอตามหมวด ๑

ให้ดำเนินการโดยเร็ว ดังต่อไปนี้

(๑)

บันทึกปากคำผู้ร้องขอและความยินยอมไว้เป็นหนังสือตามแบบท้ายระเบียบนี้

(๒) ตรวจสอบข้อเท็จจริง

แสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ร้องขอจะไม่ได้รับความปลอดภัย

และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อมีมติ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อได้รับความเห็นตามข้อ ๗ ให้คณะกรรมการ

ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่าสมควรจัดให้มีมาตรการคุ้มครองช่วยเหลือพยานหรือไม่

และให้แจ้งมติให้ผู้ร้องขอทราบ

ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.

มีมติให้มีมาตรการคุ้มครองช่วยเหลือพยานให้สำนักงานแจ้งให้สำนักงานคุ้มครองพยาน

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้มีมาตรการในการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน

ทั้งนี้

การประสานการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองช่วยเหลือพยานให้เป็นไปตามข้อตกลงร่วมระหว่างสำนักงานและหน่วยงานนั้น

โดยให้มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประสานงานและติดตามผลด้านการคุ้มครองช่วยเหลือพยานกับหน่วยงานนั้น

ๆ ด้วย

ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.

มีมติไม่ให้มีมาตรการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน

ย่อมไม่ตัดสิทธิผู้ร้องขอที่จะยื่นคำร้องขอคุ้มครองช่วยเหลือพยานใหม่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนต้องจัดให้มีมาตรการคุ้มครองช่วยเหลือผู้ร้องขอก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการ

ป.ป.ช. เพื่อมีมติ

ให้สำนักงานจัดให้มีการคุ้มครองช่วยเหลือพยานเป็นการชั่วคราวตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้

ให้เลขาธิการรายงานเหตุผลและความจำเป็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้คณะกรรมการ

ป.ป.ช. มีมติโดยเร็ว

การคุ้มครองช่วยเหลือพยานเป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่งให้นำวิธีการคุ้มครองพยานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญามาใช้บังคับ

โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ผู้ร้องขอตามข้อ ๙

ประสงค์ให้สำนักงานดำเนินการคุ้มครองช่วยเหลือพยานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.

จัดให้มีมาตรการคุ้มครองช่วยเหลือบุคคลดังกล่าวตามสมควร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าพยานจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือเป็นบุคคลมีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่พิจารณาคดี

หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการยุ่งเหยิงกับพยานนั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

หรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันเป็นการยากแก่การนำพยานนั้นมาสืบในภายหน้า

ให้สำนักงานประสานงานกับพนักงานอัยการที่รับผิดชอบในเขตอำนาจเพื่อดำเนินการขอสืบพยานก่อนฟ้องคดีต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการคุ้มครองและค่าตอบแทนพยานในคดีอาญา

การประสานเพื่อให้ความคุ้มครองช่วยเหลือ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการดำเนินการตามข้อ

ให้สำนักงานมีหนังสือแจ้งประสานงานขอความร่วมมือพร้อมแจ้งการสนับสนุนงบประมาณไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้มีมาตรการในการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การปฏิบัติงานตามระเบียบนี้ให้สำนักงานติดตามประเมินผลและรายงานให้คณะกรรมการ

ป.ป.ช. ทราบทุกสามเดือน

ค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายพยาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้สำนักงาน

ป.ป.ช.

ตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายในการดำเนินการคุ้มครองช่วยเหลือพยานค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยาน

โดยการจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายดังกล่าว ให้สำนักงานจัดทำหลักฐานการจ่ายเงินตามระเบียบของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีเกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย

อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง

ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดของพยานเพราะมีการกระทำผิดอาญาโดยเจตนาอันเนื่องมาจากการที่พยานจะมาหรือได้มาเป็นพยานเพื่อให้ข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

หรือในชั้นพิจารณาของศาลให้พยานมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนที่จำเป็นและสมควรตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญาด้วย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ หากปรากฏในภายหลังว่าพยานไม่มา

ไม่ให้ถ้อยคำ หรือไม่เบิกความเป็นพยานโดยไม่มีเหตุสมควร หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษพยานในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล

หรือความผิดฐานทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในคดีที่บุคคลนั้นเป็นพยาน

ให้สำนักงานดำเนินการเรียกให้พยานนั้นคืนหรือชดใช้ค่าตอบแทนหรือค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน

หรือประสานงานกับสำนักงานคุ้มครองพยาน

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเพื่อดำเนินการในกรณีที่พยานนั้นได้รับการคุ้มครองจากหน่วยงานตามข้อ

๘ วรรคสอง

ประกาศ

ณ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

ปานเทพ

กล้าณรงค์ราญ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. คำร้องขอคุ้มครองช่วยเหลือพยาน (แบบ คช ๑)

๒. บันทึกถ้อยคำประกอบการขอคุ้มครองช่วยเหลือพยาน (แบบ คช ๒)

๓. หนังสือยินยอมรับการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน (แบบ คช ๓)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๘ สิงหาคม

๒๕๕๔

ณัฐวดี/ตรวจ

๑๘ สิงหาคม

๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๖๔ ก/หน้า ๑๑/๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๔

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a5f780d6ed490c7c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com