ข้อ ๖ การพิจารณาข้อโต้แย้งและข้อคิดเห็นต่อร่างผลการทบทวน
NIPPON STEEL CORPORATION และอุตสาหกรรมภายในได้ยื่นข้อโต้แย้งและข้อคิดเห็นภายในเวลาที่กำหนด โดย NIPPON STEEL CORPORATION ได้ยื่นข้อโต้แย้งเมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙ และ อุตสาหกรรมภายในได้ยื่นข้อคิดเห็นต่อร่างผลการทบทวน เมื่อวันที่ ๓ และ วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งจากการพิจารณาข้อโต้แย้งและข้อคิดเห็นดังกล่าวสรุปประเด็นได้ ดังต่อไปนี้
๖.๑ NIPPON STEEL CORPORATION ได้โต้แย้งในเรื่องการคำนวณมูลค่าปกติ โดยไม่ยอมรับให้หักค่าใช้จ่ายที่มิได้จ่ายให้ผู้ซื้อทอดแรก และในเรื่องการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดที่กำหนดส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดติดลบให้มีค่าเป็นศูนย์ รวมทั้งโต้แย้งว่าตัวเลขปริมาณการส่งออกที่ใช้ในการคำนวณไม่ตรงกับตัวเลขส่งออกที่ NIPPON STEEL CORPORATION รายงานในแบบสอบถาม
ในกรณีนี้ พิจารณาแล้วเห็นว่า การเปรียบเทียบราคา ณ ระดับการขายถึงผู้ซื้อทอดแรก และทอนกลับเป็นราคา ณ หน้าโรงงาน เป็นการพิจารณาหาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด โดยมีการเปรียบเทียบอย่างเป็นธรรมตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ และสอดคล้องกับหลักการขององค์การการค้าโลก (WTO) ประกอบกับ NIPPON STEEL CORPORATION มิได้มีนโยบาย หลักการ หรือข้อตกลงในการจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวที่เป็นลายลักษณ์อักษร
สำหรับการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดได้คำนวณตามชนิดของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อน (๑๕ ชนิด) หากชนิดใดไม่พบส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดหรือมีค่าติดลบ ก็จะไม่นำมารวมคำนวณเป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด แต่จะนำปริมาณการส่งออกมาประเทศไทยทั้งชนิดที่ทุ่มตลาดและไม่ได้ทุ่มตลาดมารวมคำนวณร้อยละของราคาเฉลี่ย ซี.ไอ.เอฟ. ของทุกธุรกรรมที่ส่งออกมาประเทศไทยด้วย สำหรับการคำนวณ ได้ใช้ตัวเลขปริมาณการส่งออกที่ NIPPON STEEL CORPORATION รายงาน และหักธุรกรรมของสินค้าที่ไม่อยู่ในข่ายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด ตามบัญชีแนบท้ายประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ แก้ไขเพิ่มเติมตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๖ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
๖.๒ อุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน ได้เสนอข้อคิดเห็น เรื่อง การพิจารณาความสัมพันธ์ของ NIPPON STEEL CORPORATION กับบริษัทที่เกี่ยวข้อง การพิจารณาวันที่ขายสินค้า และการเปรียบเทียบราคาในการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด และขอดูรายงานและเอกสารประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งเสนอให้อุตสาหกรรมภายในสามารถแต่งตั้งทนายความเป็นบุคคลที่สามเพื่อเข้าดูข้อมูลความลับ
ในกรณีนี้ ได้พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง NIPPON STEEL CORPORATION กับบริษัทที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าสามารถยอมรับราคาที่ NIPPON STEEL CORPORATION ขายให้กับผู้ซื้อที่มีความสัมพันธ์กัน (Related party) เพื่อนำมาคำนวณมูลค่าปกติหรือราคาส่งออกได้ เนื่องจากราคาดังกล่าวโดยเฉลี่ยทุกชนิด ไม่แตกต่างกับราคาที่ขายให้กับผู้ซื้ออิสระอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับการพิจารณาวันที่ขายนั้น NIPPON STEEL CORPORATION ได้อธิบายขั้นตอนการขาย การตกลงราคา พร้อมให้เอกสารสนับสนุนรายการขายที่สุ่มตรวจสอบระหว่างการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงแล้ว จากข้อมูลและเอกสารดังกล่าวพบว่า วันที่ขายสินค้าที่ NIPPON STEEL CORPORATION รายงานเป็นวันที่เหมาะสมและสอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็นวันที่ตกลงกันได้ในสาระสำคัญเกี่ยวกับการขายราคาขายและปริมาณขาย ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลง
สำหรับการเปรียบเทียบราคาสินค้าที่ขายในประเทศญี่ปุ่นกับที่ส่งออกมายังประเทศไทย ได้เปรียบเทียบโดยแบ่งตามรหัสสินค้า พิกัดอัตราศุลกากร และเกรดเดียวกัน ซึ่งแบ่งเป็น ๑๕ ชนิด เมื่อนำมูลค่าปกติและราคาส่งออกของแต่ละชนิดมาเปรียบเทียบกันได้เป็นส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของแต่ละชนิดแล้ว จากนั้นจะเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักด้วยปริมาณการส่งออกสินค้ามายังประเทศไทยทั้งหมด
สำหรับการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดนั้น คำนวณโดยถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ราคา ณ หน้าโรงงานเป็นค่าเฉลี่ยในช่วงระยะเวลาไต่สวนของสินค้าแต่ละชนิดแล้วเปรียบเทียบราคา ณ หน้าโรงงานสำหรับมูลค่าปกติและราคาส่งออกของสินค้าแต่ละชนิดในช่วงระยะเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นวิธีคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดที่ถือปฏิบัติโดยทั่วไป
สำหรับการขอดูรายงานและเอกสารประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งร่างผลการทบทวนฉบับเปิดเผยให้อุตสาหกรรมภายในแล้ว ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เปิดเผยได้
สำหรับการแต่งตั้งทนายความเป็นบุคคลที่สามเพื่อดูข้อมูลความลับนั้น ตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดให้การพิจารณาจะต้องไม่กระทำการใดให้เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ต้องปกปิดโดยสาระและเนื้อหา หรือผู้ให้ข้อมูลข่าวสารนั้นขอให้ปกปิด