法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดการใช้ การขีดฆ่า และการปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้ายาสูบ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง

กำหนดการใช้ การขีดฆ่า และการปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้ายาสูบ[๑]

อาศัยอำนาจความในมาตรา ๓๘

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ และวรรคสาม ของข้อ ๒

แห่งกฎกระทรวงกำหนดการใช้แสตมป์สรรพสามิตและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีเพื่อให้ปรากฏว่าได้เสียภาษีแล้ว

พ.ศ. ๒๕๖๐ อธิบดีกรมสรรพสามิตกำหนดการใช้

การขีดฆ่าและการปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้ายาสูบ เพื่อให้ปรากฏว่าเสียภาษีแล้ว

โดยออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ การใช้แสตมป์สรรพสามิตเพื่อให้ปรากฏว่ายาสูบได้เสียภาษีแล้ว

ให้ดำเนินการดังนี้

๑.๑ ยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรต

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีรับแสตมป์สรรพสามิตตามวิธีการที่กำหนดในข้อ ๒

เพื่อนำแสตมป์สรรพสามิตไปปิดบนซองยาสูบ หรือนำแสตมป์สรรพสามิตไปขีดฆ่า และปิดบนซองยาสูบ

๑.๒ ยาสูบชนิดอื่นนอกจากบุหรี่ซิกาแรต

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีรับแสตมป์สรรพสามิตตามวิธีการที่กำหนดในข้อ

๒ เพื่อนำแสตมป์สรรพสามิตไปขีดฆ่าและปิดบนซองยาสูบ

หรือภาชนะบรรจุยาสูบในกรณีที่มิได้บรรจุซอง

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การรับแสตมป์สรรพสามิตให้ดำเนินการดังนี้

๒.๑ ยาสูบที่ผลิตในราชอาณาจักร

(๑) กรณีที่มิได้ใช้เครื่องจักรในการปิดแสตมป์สรรพสามิต

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑.๑) ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีแล้ว ยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต ตามแบบ ภส. ๐๖ - ๑๖ ท้ายประกาศนี้ พร้อมเอกสารและหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว

ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

(๑.๒) ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐาน

เสนอสรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาเพื่อพิจารณาจ่ายแสตมป์สรรพสามิต

(๑.๓) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องเก็บรักษาแสตมป์สรรพสามิตไว้ในสถานที่เก็บที่มั่นคงแข็งแรงภายในโรงอุตสาหกรรม

(๒) กรณีใช้เครื่องจักรในการปิดแสตมป์สรรพสามิต

ให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดดังนี้

(๒.๑) กรณีการรับแสตมป์สรรพสามิตโดยยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีดำเนินการตามที่กำหนดไว้เช่นเดียวกับ

(๑)

(๒.๒) กรณีการรับแสตมป์สรรพสามิตโดยมีการวางหลักประกัน

(ก) ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมิได้ดำเนินการตาม (๒.๑) ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นคำขออนุญาตนำแสตมป์สรรพสามิตไปปิดบนซองยาสูบ ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบ

ตามแบบ ภส. ๐๖ - ๑๗ ท้ายประกาศนี้

ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

(ข) ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบคำขอ

และเสนอสรรพสามิตพื้นที่เพื่อพิจารณาเสนอผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคพิจารณาอนุญาต

โดยผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องทำสัญญาการนำแสตมป์สรรพสามิตสำหรับยาสูบไปปิดบนซองยาสูบ

ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบตามแบบท้ายประกาศนี้

พร้อมวางหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาเป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย

เป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าภาษีสรรพสามิตให้ไว้ต่อสรรพสามิตพื้นที่

(ค) เมื่อได้ดำเนินการตาม (ข) แล้ว

ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตจ่ายแสตมป์สรรพสามิตให้กับผู้มีหน้าที่เสียภาษี

และให้ประทับข้อความว่า “จ่ายแสตมป์แล้ว” ลงในแบบคำขอด้วย

(ง) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องเก็บรักษาแสตมป์สรรพสามิตไว้ในสถานที่เก็บที่มั่นคงแข็งแรงภายในโรงอุตสาหกรรม

๒.๒ ยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร

(๑) กรณีที่มิได้ใช้เครื่องจักรในการปิดแสตมป์สรรพสามิต ให้ดำเนินการดังนี้

(๑.๑) ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีแล้วยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต

ตามแบบ ภส. ๐๖ - ๑๖ ท้ายประกาศนี้

พร้อมเอกสารและหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานของผู้นำเข้าหรือท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้าตั้งอยู่

(๑.๒) ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต

ตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐาน

เพื่อเสนอสรรพสามิตพื้นที่เพื่อพิจารณาอนุญาตให้จ่ายแสตมป์สรรพสามิตได้

(๒) กรณีใช้เครื่องจักรในการปิดแสตมป์สรรพสามิต

(๒.๑) ผู้ได้รับใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่

๑ ที่ประสงค์จะนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักร ยื่นคำขออนุญาตนำแสตมป์สรรพสามิตไปปิดบนซองยาสูบ

ณ โรงงานผู้ผลิตยาสูบที่ผลิตในต่างประเทศ ตามแบบ ภส. ๐๖ - ๑๗

ท้ายประกาศนี้ พร้อมเอกสารและหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว

ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานของผู้นำเข้าหรือท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้าตั้งอยู่

(๒.๒) ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต

ตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐาน

เสนอสรรพสามิตพื้นที่เพื่อพิจารณาเสนอผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคพิจารณาอนุญาตโดยผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องทำสัญญาการนำแสตมป์สรรพสามิตสำหรับยาสูบไปปิดบนซองยาสูบ

ณ โรงงานผู้ผลิตยาสูบที่ผลิตในต่างประเทศ ตามแบบท้ายประกาศนี้

พร้อมวางหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา

เป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยเป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าภาษีสรรพสามิตให้ไว้ต่อสรรพสามิตพื้นที่

(๒.๓) เมื่อได้ดำเนินการตาม

(๒.๒) แล้ว ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตจ่ายแสตมป์สรรพสามิตให้กับผู้มีหน้าที่เสียภาษี

และให้ประทับข้อความว่า “จ่ายแสตมป์แล้ว” ลงในแบบคำขอด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับยาสูบ

ให้ดำเนินการดังนี้

๓.๑ ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตก่อนนำยาสูบออกจากโรงอุตสาหกรรม

หรือสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากร หรือปิด ณ

สถานที่อื่นที่ได้รับอนุญาตจากสรรพสามิตพื้นที่ในความควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้

แล้วแต่กรณี

โดยให้ใช้กาวทาหลังแสตมป์สรรพสามิตให้ทั่วแล้วปิดบนซองยาสูบหรือภาชนะบรรจุยาสูบในกรณีที่มิได้บรรจุซอง

ให้แนบแน่นสนิทจนไม่สามารถแกะลอกได้ตรงรอยสำหรับเปิดซึ่งเมื่อนำยาสูบออกจากซองหรือภาชนะบรรจุยาสูบเมื่อใดแสตมป์สรรพสามิตที่ปิดอยู่จะต้องถูกทำลายเสียสภาพไปจากเดิมทันที

โดยการปิดดังกล่าวต้องไม่ปิดทับชื่อและที่ตั้งสถานประกอบกิจการของผู้ผลิตยาสูบหรือผู้นำเข้า

สำหรับยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตให้ปิดภายใต้กระดาษแก้วที่หุ้มซองยาสูบ

๓.๒ กรณีแสตมป์สรรพสามิตที่มีกระดาษแผ่นหลังเป็นแบบกลาสซีน

หรือชนิดมีกาวในตัว ให้ใช้วิธีการปิดแสตมป์สรรพสามิตเช่นเดียวกับ ๓.๑

โดยไม่ต้องใช้กาว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การขีดฆ่าแสตมป์สรรพสามิตให้ใช้วิธีการดังนี้

๔.๑ ยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในราชอาณาจักรหรือที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์สรรพสามิต โดยใช้เครื่องหมาย วัน เดือน

ปี ที่จ่ายแสตมป์สรรพสามิต

หรือเครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตกำหนด

ประทับลงบนดวงแสตมป์สรรพสามิตให้เห็นได้ชัดเจนว่าแสตมป์สรรพสามิตนั้นได้ถูกขีดฆ่าแล้ว

๔.๒ ยาสูบอื่น ๆ

นอกจากบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในราชอาณาจักร

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์สรรพสามิต

โดยใช้เครื่องหมายขีดฆ่าแสตมป์สรรพสามิตซึ่งกำหนดเป็นเลขที่ประจำสำนักงานสรรพสามิตภาค

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ วัน เดือน ปี (ที่ชำระภาษี) ปริมาณสุทธิ (กรัม) ประทับลงบนดวงแสตมป์สรรพสามิตให้เห็นได้ชัดเจนว่าแสตมป์สรรพสามิตนั้นได้ถูกขีดฆ่าแล้ว

๔.๓ ยาสูบอื่น ๆ

นอกจากบุหรี่ซิกาแรตที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์สรรพสามิต โดยใช้เครื่องหมาย วัน เดือน

ปี

ที่จ่ายแสตมป์สรรพสามิตหรือเครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตกำหนด

ประทับลงบนดวงแสตมป์สรรพสามิตให้เห็นได้ชัดเจนว่าแสตมป์สรรพสามิตนั้นได้ถูกขีดฆ่าแล้ว

๔.๔ ยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้า

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเป็นผู้ขีดฆ่า โดยประทับตราคำว่า “ห้ามจำหน่าย” ด้วยหมึกสีแดงลงบนดวงแสตมป์สรรพสามิต

ให้เห็นได้ชัดเจนว่าแสตมป์สรรพสามิตนั้นได้ถูกขีดฆ่าแล้ว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การขีดฆ่าแสตมป์สรรพสามิตตามข้อกำหนดในข้อ ๔.๑ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

สมชาย พูลสวัสดิ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

เอกสารแนบท้าย

๑. แบบคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต สำหรับสินค้ายาสูบ (ภส. ๐๖-๑๖)

๒. แบบคำขออนุญาตนำแสตมป์สรรพสามิตไปปิดบนซองยาสูบ ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบหรือ ณ

โรงงานผู้ผลิตยาสูบที่ผลิตในต่างประเทศ (ภส. ๐๖-๑๗)

๓. สัญญาการนำแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้ายาสูบไปปิดบนซองยาสูบ ณ

โรงงานผู้ผลิตยาสูบที่ผลิตในต่างประเทศ

๔. หนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคาร

๕. สัญญาการนำแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้ายาสูบไปปิดบนซองยาสูบ ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบ

๖. หนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคาร

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พัชรภรณ์/จัดทำ

ตุลาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ

๑๑๙ ง/หน้า ๑๗๔ (เล่มที่ ๒)/๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดการใช้ การขีดฆ่า และการปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้ายาสูบ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a66e8c15dceac2aa

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com