法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2529 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่

3/2529

เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกัน

ภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยที่มาตราการต่าง ๆ

ที่ได้กำหนดขึ้นเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงใน

ช่วงระยะเวลาที่ผ่านไปแล้วนั้นปรากฏว่ามาตราการบางอย่างมีความไม่เหมาะสมกับภาวะการณ์ในปัจจุบัน

สมควรยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติม และสมควรกำหนดมาตรการเพิ่มเติมขึ้นใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงมี

ความจำเป็นต้องปรับปรุงคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่กำหนดมาตราการดังกล่าวเสียใหม่

ประกอบกับคำสั่งดังกล่าว

มีอยู่หลายฉบับสมควรรวบรวมประมวลไว้เป็นฉบับเดียวกันเพื่อสะดวกในการใช้บังคับฉะนั้น อาศัยอำนาจ

ตามความในมาตรา 3

แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.

2516

นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

ไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ให้ยกเลิก

(1) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่

5/2524 เรื่อง

การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ลงวันที่ 16

พฤษภาคม พ.ศ. 2524

(2) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่

13/2524 เรื่อง

การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ลงวันที่ 3

พฤศจิกายน

พ.ศ. 2524

(3) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่

4/2526 เรื่อง การจัดตั้งกองทนุน้ำมันเชื้อเพลิง

ลงวันที่ 23

มีนาคม พ.ศ. 2526

(4) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่

6/2526 เรื่อง การกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันการ

ขาดแคลนก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ใช้เป็นก๊าซหุงต้ม ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2526

(5) คำสั่งนากรัฐมนตรี ที่ 8/2526 เรื่อง การส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่

23

พฤศจิกายน พ.ศ. 2526

(6) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่

1/2528 เรื่อง

การส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่

17 มกราคม พ.ศ. 2528

(7) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่

2/2529 เรื่อง การจัดตั้งกองทนุน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่

20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ในคำสั่งนี้

`กองทุน' หมายความว่า

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนี้

`น้ำมันเชื้อเพลิง' หมายความว่า น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด

น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และ

น้ำมันที่คล้ายกันหรือน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกันและให้หมายความรวมถึงก๊าซและยางมะตอยด้วย

`ก๊าซ' หมายความว่า

ก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ใช้เป็นก๊าซหุงต้มหรือก๊าซไฮโดรคาร์บอนเหลว

ซึ่งได้แก่ โปรเปน

โปรปิลีน นอร์มัลบิวเทน ไอโซ-บิวเทน หรือ บิวทิลีนส์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ

หลายอย่างรวมกันเป็นส่วนใหญ่

`คลังก๊าซ' หมายความว่า สถานที่ พร้อมด้วยถังเก็บก๊าซอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก

สำหรับใช้เก็บก๊าซเพื่อการขายส่งโดยมีถังก๊าซที่มีขนาดความจุตั้งแต่สองพันลูกบาศก์เมตรขึ้นไป

`ถังก๊าซหุงต้ม' หมายความว่า

ภาชนะที่ใช้บรรจุก๊าซสำหรับใช้ในการหุงต้มในครัวเรือน ซึ่ง

มีขนาดบรรจุก๊าซไม่เกินถังละ 50 กิโลกรัม

แต่ไม่หมายความรวมถึงภาชนะที่ใช้บรรจุก๊าซเพื่อใช้เป็น

เชื้อเพลิงสำหรับยายพาหนะ

`โรงกลั่นน้ำมัน' หมายความว่า สถานที่ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงภายในราชอาณาจักร

และให้หมายความรวมถึงโรงแยกก๊าซในราชอาณาจักรที่ผลิตและจำหน่ายก๊าซเพื่อใช้ในราชอาณาจักรด้วย

`สถานีบริการ' หมายความว่า

สถานที่ที่ดำเนินกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยบริการจำหน่าย

น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะให้แก่ประชาชน แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการที่เป็นของ

กระทรวง

ทบวง กรม หรือรัฐวิสาหกิจ

และร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิง

`ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร' หมายความว่า

ราคาที่คณะกรรมการกำหนดสำหรับ

น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่าย ณ

โรงกลั่นน้ำมันเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

`ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า'

หมายความว่า

ราคาที่คณะกรรมการกำหนดสำหรับน้ำมันเชื้อ

เพลิงที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

`ค่าการตลาด' หมายความว่า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

ซึ่งรวมผลตอบแทนในการดำเนินการธุรกิจ

ของเจ้าของสถานีบริการ ซึ่งรับน้ำมันเชื้อเพลิงจากผู้ค้าน้ำมัน

และของผู้ค้าน้ำมันซึ่งรับน้ำมันเชื้อ

เพลิงจากผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันเพื่อใช้ในราชอาณาจักรหรือจากผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อ

เพลิงเพื่อใช้ในราชอาณาจักร แล้วแต่กรณีทั้งนี้

ตามจำนวนที่คณะกรรมการกำหนด

`ราคาเพิ่มสุทธิ' หมายความว่า

ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นของราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่คณะกรรม

การกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด

หรือคณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและ

ป้องกันการผูกขาด

แล้วแต่กรณี

กำหนดเพิ่มขึ้นใหม่กับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดไว้เดิม

`ราคาลดสุทธิ' หมายความว่า

ส่วนต่างที่ลดลงของราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่คณะกรรมการ

กลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด

หรือคณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและ

ป้องกันการผูกขาด แล้วแต่กรณี กำหนดไว้เดิมกับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่

`ผู้ค้าน้ำมัน' หมายความว่า

ผู้กระทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยซื้อ สั่งนำเข้า

หรือได้

มาด้วยประการอื่นใดเพื่อจำหน่าย

ซึ่งมีปริมาณการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดปีละ

ตั้งแต่สองหมื่นเมตริกตันขึ้นไป

`ผู้บรรจุก๊าซ' หมายความว่า

ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นผู้บรรจุก๊าซในถังก๊าซหุงต้มตามกฎหมายว่า

ด้วยโรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซ

`เจ้าของสถานีบริการ' หมายความรวมถึง

ผู้ค้าน้ำมันซึ่งเป็นเจ้าของสถานีบริการโดยให้ถือว่า

ผู้ค้าน้ำมันเป็นเจ้าของสถานีบริการแต่ละคำสั่งนี้ได้

ให้หมายความรวมถึงผู้ครองครองหรือจัดการดูแล

สถานีบริการด้วย

`คณะกรรมการ' หมายความว่า

คณะกรรมการนโยบายปิโตรเลียมแห่งชาติที่คณะรัฐมนตรี หรือ

คณะกรรมการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการตามคำสั่งนี้

`ปลัดกระทรวงการคลัง' หมายความรวมถึง ผู้ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังมอบหมายด้วย

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3

ให้จัดตั้งกองทุนเรียกว่า `กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง' ประกอบด้วยเงินดังต่อไปนี้

(1)

เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2524

เรื่องการจัดตั้งกองทุน

น้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2524

และคำสั่งที่แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งดังกล่าว

(2)

เงินที่โอนมาจากกองทุนอื่น (ถ้ามี)

(3)

เงินที่ส่งเข้ากองทุนตามคำสั่งนี้

(4)

เงินงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นคราว ๆ (ถ้ามี)

(5) เงินอื่น ๆ

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1)

ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการการปฏิบัติการแทนนายกรัฐมนตรีตามพระราชกำหนดแก้ไขและ

ป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516

(2)

กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการคำนวณราคา

และกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณา

จักร

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(3)

กำหนดค่าการตลาดสำหรับการซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิง

(4)

กำหนดค่าขนส่งไปยังคลังก๊าซและค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาก๊าซ ณ

คลังก๊าซ ตลอดจน

กำหนดราคาชายก๊าซ ณ

คลังก๊าซเป็นราคาเดียวกันทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร

(5)

กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนหรืออัตราเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณา

จักรและที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(6)

กำหนดชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนหรือไม่ให้ได้รับเงินชดเชย

(7)

ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามคำสั่งนี้

(8)

ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5

ให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้จัดการกองทุน มีอำนาจหน้าที่ในการจ่ายเงินจากกองทุน

ตามคำสั่งนี้

และตามที่คณะกรรมการกำหนดตามข้อ

4 ของคำสั่งนี้ ทั้งนี้ โดยให้มีอำนาจกำหนด

ระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งนี้ตามที่เห็นสมควรด้วย

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6

ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักรที่มิใช่ก๊าซรวมค่าภาษีอากรและค่า

การตลาดต่ำกว่าราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่คณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูก

ขาดกำหนดหรือราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักรที่มิใช้ก๊าซต่ำกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า

แล้วแต่กรณี

ให้ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ณ

โรงกลั่นน้ำมันและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรส่งเงิน

เข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการ

ประกาศกำหนด

การส่งเงินเข้ากองทุนตามวรรคหนึ่ง

ให้ส่งแก่ผู้รับชำระภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำใน

ราชอาณาจักรพร้อมกับการชำระภาษีสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น

(ถ้ามี)

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าที่มิใช่ก๊าซรวมค่าภาษีอากร และค่าการตลาดต่ำ

กว่าราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่คณะกรรมการกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดกำหนด ให้

ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในราชอาณาจักรส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าเพื่อ

ใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

การส่งเงินเข้ากองทุนตามวรรคหนึ่ง

ให้ส่งแก่ผู้รับชำระอากรขาเข้าพร้อมกับการชำระอากรสำหรับ

น้ำมันเชื้อเพลิงนั้น (ถ้ามี)

ทั้งนี้ตามระเบียบที่กรมศุลกากรกำหนด

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8

ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักรที่มิใช่ก๊าซ รวมค่าภาษีอากรและค่า

การตลาดสูงกว่าราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่คณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการ

ผูกขาดกำหนดให้ปลัดกระทรวงการคลังสั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชยให้แก่ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง

ณ โรง

กลั่นน้ำมันและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ใน

ราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการการประกาศกำหนด

การขอรับเงินชดเชยตามวรรคหนึ่ง

ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว

แก่ผู้รับชำระภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ทำในราชอาณาจักรพร้อมกับการชำระภาษีสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง

นั้น (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9

ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าที่มิใช้ก๊าซรวมค่าภาษีอากรและค่าการตลาดสูงกว่า

ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่คณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดกำหนด ให้

ปลัดกระทรวงการคลังสั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชย

ให้แก่ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การขอรับเงินชดเชยตามวรรคหนึ่ง

ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่

ผู้รับชำระอากรขาเข้าพร้อมกับการชำระอากรสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น

(ถ้ามี) และให้นำข้อ 7 วรรคสอง

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 ในกรณีที่มีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร

(1)

ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน

ให้ผู้ส่งออกได้รับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้า

กองทุน

แต่ถ้ามีการส่งเงินเข้ากองทุนแล้วให้ผู้ส่งออกขอคืนได้

(2)

ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะได้รับเงินชดเชยจากกองทุน ไม่ให้ผู้ส่งออกได้รับเงินชดเชย

แต่ถ้ามีการได้รับเงินชดเชยจากกองทุนแล้วให้ผู้ส่งออกส่งเงินคืนกองทุน ไม่ว่าผู้ส่งออกนั้นจะ

เป็นผู้ได้รับเงินชดเชยหรือไม่

การขอรับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน การขอคืนเงิน

และการส่งเงินคืนตามวรรคหนึ่ง ให้

ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11

ในกรณีที่มีการขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่เรือเพื่อใช้เดินทางออกนอกราช

อาณาจักร

(1) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะได้รับเงินชดเชยจากกองทุนผู้ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น

ส่งเงินคืนกองทุน

ไม่ว่าผู้ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นจะเป็นผู้ได้รับเงินชดเชยหรือไม่

(2)

ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน และส่งเงินเข้ากองทุนแล้ว ให้ปลัด

กระทรวงการคลังสั่งจ่ายเงินจากการทุนคืนให้แก่ผู้ขายหรือจำหน่วยน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น

ทั้งนี้

ในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนดสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดเดียวกันที่ใช้บังคับในวัน

ปล่อยเรือเพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

การส่งเงินคืนกองทุนและการของเงินคืนตามวรรคหนึ่ง ให้นำข้อ 7 วรรคสองและข้อ

9 วรรคสอง

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 ผู้ผลิตก๊าซ ณ

โรงกลั่นน้ำมันและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรและผู้นำเข้าก๊าซเพื่อนำ

เข้าก๊าซเพื่อใช้ในราชอาณาจักรต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) แจ้งแผนการผลิต สั่ง นำเข้าและจำหน่ายก๊าซล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน

(2) แจ้งปริมาณ ราคา และสถานที่เก็บก๊าซที่นำเข้าภายในสามวันนับแต่วันนำเข้า

การแจ้งตามวรรคหนึ่ง

ให้แจ้งต่อกรมทะเบียนการค้า

กระทรวงพาณิชย์

ตามแบบที่กรมทะเบียน

การค้า

กระทรวงพาณิชย์ กำหนด

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 ผู้ผลิตก๊าซ ณ

โรงกลั่นน้ำมันและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรต้องส่งเงินเข้ากองทุน

ตามปริมาณก๊าซที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และให้

นำข้อ 6

วรรคสอง

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 ผู้นำเข้าก๊าซเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ต้องส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณก๊าซที่นำเข้าเพื่อ

ใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และให้นำข้อ 7 วรรคสอง มาใช้บังคับโดย

อนุโลม

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15

เพื่อให้มีก๊าซสำหรับประชาชนใช้หุงต้มอย่างพอเพียงในราคาขายปลีกที่ทางราชการกำหนด

ให้ปลัดกระทรวงการคลั่งสั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชยให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา

6 แห่งพระราชบัญญัติ

น้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521

ซึ่งขายหรือจำหน่ายก๊าซเพื่อบรรจุในถังก๊าซหุงต้มตามปริมาณที่กรมทะเบียน

การค้า

กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบและรับรองว่าเป็นปริมาณที่ผู้ค้าน้ำมันได้บรรจุในถังก๊าซหุงต้มเพื่อขาย

หรือจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคสำหรับใช้ในครัวเรือน ทั้งนี้ ในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 ในการขอรับเงินชดเชยตามข้อ 15 ให้ผู้ค้าน้ำมันปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1)

จัดทำบัญชีรายจ่ายก๊าซเพื่อให้กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบได้ในระหว่าง

เวลาทำการของผู้ค้าน้ำมัน

(2)

แจ้งปริมาณก๊าซที่ซื้อหรือได้มาจาก

(ก) โรงกลั่นน้ำมัน

(ข) การนำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(ค) อื่น ๆ

(3)

แจ้งปริมาณก๊าซที่ขายหรือจำหน่ายเพื่อบรรจุในถังก๊าซหุงต้มให้แก่

(ก) ตนเอง ในกรณีที่เป็นผู้บรรจุก๊าซด้วย

(ข) ผู้บรรจุก๊าซรายอื่น

(4)

แจ้งประมาณก๊าซที่ขายหรือจำหน่ายเพื่อการอื่นนอกจาก (3) ให้แก่

(ก) ผู้ค้าน้ำมัน

(ข)

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงในการประกอบอุตสาหกรรม รวมทั้งผู้

ประกอบกิจการโรงงาน

ภัตตาคาร สถานพยาบาล และโรงเรียน

หรือกิจการอื่นใดที่ใช้ก๊าซเป็น

เชื้อเพลิงด้วย

(5)

ยื่นคำขอรับเงินชดเชยพร้อมกับคำรับรองของผู้บรรจุก๊าซ

การแจ้งปริมาณก๊าซตาม (2) (3) และ (4) และการยื่นคำขอรับเงินชดเชยพร้อมกับคำรับรอง

ตาม (5)

ให้ทำตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนดและรับรองว่าถูกต้องตามความเป็นจริง และส่งไป

ยังกรมทะเบียนการค้า

กระทรวงพาณิชย์

เดือนละครั้ง

อย่างช้าภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป

ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันซื้อหรือรับก๊าซจากโรงกลั่นน้ำมัน หรือจากการนำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

และบรรจุก๊าซดังกล่าวในถังก๊าซหุงต้มเพื่อขายหรือจำหน่าย

ไม่ต้องทำคำรับรองสำหรับก๊าซส่วนที่นำไป

บรรจุในถังก๊าซหุงต้มเพื่อขายหรือจำหน่ายนั้น

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากผู้ค้าน้ำมันตามข้อ 15 ขายหรือจำหน่ายก๊าซให้แก่

(1) ผู้บรรจุก๊าซ

(2) สถานีบริการ

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 ผู้บรรจุก๊าซต้อง

(1)

ไม่ซื้อหรือรับก๊าซจากผู้ใดนอกจากผู้ค้าน้ำมันตามข้อ 15

(2)

บรรจุก๊าซที่ซื้อหรือได้มาจากผู้ค้าน้ำมันตามข้อ 15

ในถังก๊าซหุงต้มจะขายหรือจำหน่ายก๊าซนั้น

หรือนำก๊าซนั้นไปใช้ในการอื่นก่อนบรรจุในถังก๊าซหุงต้มมิได้

(3)

ทำคำรับรองตามข้อ 16 วรรคสอง

มอบให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามข้อ 15 ซึ่งเป็นผู้ขายหรือจำ

หน่ายก๊าซ พร้อมกับการรับมอบก๊าซนั้น

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 เจ้าของสถานีบริการต้อง

(1)

ไม่ซื้อหรือรับก๊าซจากผู้ใดนอกจากผู้ค้าน้ำมันตามข้อ 15

(2)

ไม่ขายหรือจำหน่ายก๊าซเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยายพาหนะในวันและเวลาที่ทางราชการกำหนด

ห้ามสำหรับขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20

ห้ามมิให้ผู้ใดนำก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะหรือถ่าย

ก๊าซออกจากถังก๊าซหุงต้มนอกสถานที่บรรจุก๊าซ ไม่ว่าจะกระทำวิธีใด ๆ ทั้งสิ้น

(1)

กระทรวงพาณิชย์ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

สั่งให้กรมการค้าภายในนำเสนอให้คณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกัน

การผูกขาดพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในกรุงเทพมหานคร

(ข)

สั่งให้กรมการค้าภายในประสานงานกับคณะกรรมการส่วนจังหวัด กำหนดราคาสินค้า

และป้องกันการผู้ขาดพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดโดยคำนึงถึงอัตราค่าขนส่ง

ที่เหมาะสมด้วย

(ค) สั่งให้กรมทะเบียนการค้าส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือชนิด

ที่มีการเพิ่มหรือลดราคา ณ

คลังน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ค้าน้ำมันทั่วราชอาณาจักรหลังจากที่ได้มีประกาศคณะ

กรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดเพิ่มหรือลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงใน

กรุงเทพมหานคร การตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือให้ถือปริมาณคงเหลือเมื่อเวลา

24.00

นาฬิกา

ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ

(2)

กระทรวงมหาดไทยปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลท้องที่ร่วมกับผู้ซึ่งผู้อำนวยการเขตท้องที่มอบหมาย

ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือชนิดที่มีการเพิ่มหรือลดราคา

ณ สถานีบริการในท้องที่หลังจาก

ที่ได้มีประกาศคณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดเพิ่มหรือลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

ในกรุงเทพมหานคร

การตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือให้ถือปริมาณคงเหลือเมื่อ 24.00

นาฬิกาของวันก่อนที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับและให้สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจ

นครบาลท้องที่แจ้งผลการตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือไปยังกรมทะเบียนการค้ากระทรวงพาณิชย์

อย่างช้าไม่เกินสามวันนับแต่วันที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ

(ข)

สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรท้องที่ร่วมกับผู้ซึ่งนายอำเภอท้องที่มอบหมาย ไปตรวจสอบ

ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือชนิดที่มีการเพิ่มหรือการลดราคา

ณ สถานที่บริการในท้องที่หลังจากที่ได้มี

ประกาศคณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดเพิ่มหรือลดราคาขายปลีกน้ำมัน

เชื้อเพลิงคงเหลือของสถานีบริการ ให้ถือปริมาณคงเหลือเมื่อเวลา 24.00 นาฬิกา ของก่อนวันที่ราคา

ขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ไม่ใช้บังคับ

และให้สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอท้องที่แจ้ง

ผลการตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือไปยังนายอำเภอท้องที่อย่างช้าไม่เกินสามวันนับแต่วันที่ราคาขาย

ปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ

ในกรณีที่ทางราชการให้เพิ่มหรือลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ให้ปฏิบัติ

ตามความในวรรคหนึ่ง ยกเว้น (1) (ข) และ (2) (ข) แต่ในกรณีที่ทางราชการให้เพิ่มหรือลดราคา

น้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครให้ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง

ยกเว้น

(1) (ก) และ (ค) และ (2) (ก)

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 เมื่อมีประกาศคณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดเพิ่มหรือลดราคา

ขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่มิใช่ก๊าซและยางมะตอยใช้บังคับให้

(1)

ผู้ค้าน้ำมันปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

หยุดขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิงจนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่

ตามกฎหมายว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงจะได้ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือชนิดที่มีการเพิ่มหรือลด

ราคาแล้ว

เว้นแต่อธิบดีกรมทะเบียนการค้าจะมีเหตุผลสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น

(ข)

แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือชนิดที่มีการเพิ่มหรือลดราคารวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง

ที่ผู้ค้าน้ำมันจ่ายจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ของสถานีบริการ ก่อนเวลาที่ราคาขายปลีก

น้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ

และส่งมอบให้แก่เจ้าของสถานีบริการภายหลังเวลาที่กำหนดขึ้น

ใหม่ใช้บังคับด้วย

โดยแยกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในคลังน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ระหว่าง

การขนส่ง

น้ำมันเชื้อเพลิงที่ซื้อหรือได้จากผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันในราช

อาณาจักร

น้ำมันเชื้อเพลิงที่สั่งหรือนำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร น้ำมันเชื้อเพลิงที่สำรองไว้จริง

ตามกฎหมายว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง

น้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากจากกระทรวง ทบวง กรม และรัฐวิสาหกิจ

และน้ำมันเชื้อเพลิงที่สำรองไว้ใช้ในราชการหรือการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่คณะกรรมการเห็นชอบ

(ถ้ามี)

ต่อกองน้ำมันเชื้อเพลิง

กรมทะเบียนการค้า

กระทรวงพาณิชย์ อย่างช้าไม่เกินเจ็ดสิบสอง

ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ

(2)

เจ้าของสถานีบริการในกรุงเทพมหานครปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

หยุดขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือที่มีการเพิ่มหรือลดราคา

จนกว่าเจ้าหน้า

ที่ตำรวจนครบาลท้องที่ร่วมกับผู้ซึ่งผู้อำนวยการเขตท้องที่มอบหมายไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง

คงเหลือชนิดที่มีการเพิ่มหรือลดราคาแล้ว

เว้นแต่อธิบดีกรมทะเบียนการค้าจะมีเหตุผลสมควรสั่งเป็น

อย่างอื่น

(ข)

แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือชนิดที่มีการเพิ่มหรือลดราคาต่อกองน้ำมันเชื้อเพลิง

กรมทะเบียนการค้า

กระทรวงพาณิชย์

อย่างช้าไม่เกิน 18.00 นาฬิกา

ของวันที่ราคาขายปลีกน้ำมัน

เชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23

เมื่อมีประกาศคณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดเพิ่มหรือ

ลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่มิใช้ก๊าซและยางมะตอยใช้บังคับ ให้เจ้าของสถานีบริการในจังหวัด

ปฏิบัติต่อไปนี้

(1)

หยุดขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือชนิดที่มีการเพิ่มหรือลดราคาจนกว่าเจ้าหน้าที่

ตำรวจภูธรอำเภอท้องที่ร่วมกับผู้ซึ่งนายอำเภอท้องที่มอบหมายจะได้ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง

คงเหลือชนิดที่มีการเพิ่มหรือลดราคาแล้วเว้นแต่นายอำเภอท้องที่จะมีเหตุผลสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น

(2)

แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือชนิดที่มีการเพิ่มหรือลดราคา รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง

ที่ซื้อและรับมอบจากผู้ค้าน้ำมันก่อนเวลาที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ และขน

มาถึงสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงภายหลังเวลาที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่

ใช้บังคับ (ถ้ามี)

ต่อนายอำเภอท้องที่ อย่างช้าไม่เกิน 16.30 นาฬิกา ขอวันที่ราคาขายปลีกน้ำมัน

เชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ

เว้นแต่สถานีบริการใดอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกินห้าสิบกิโลเมตร

โดยเส้นทางคมนาคม

ให้ขยายกำหนดเวลาการแจ้งออกไปอีกยี่สิบสี่ชั่วโมง

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 ในกรณีที่ทางราชการให้เพิ่มราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่มิใช่ก๊าซและยางมะตอย

ให้ปฏิบัติดังนี้

(1)

ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศคณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการ

ผูกขาดเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงใช้บังคับ

ให้กรมทะเบียนการค้าแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ค้าน้ำมัน

และเจ้าของสถานีบริการในกรุงเทพมหานครส่งเงินเข้ากองทุนเป็นจำนวนเท่ากับมูลค่าของน้ำมันเชื้อเพลิง

คงเหลือสุทธิแต่ละชนิดที่มีการเพิ่มราคาในราคาเพิ่มสุทธิ

พร้อมกับส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวให้กรมบัญชี

กลางทราบ

และให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการ แล้วแต่กรณีส่งเงินตามจำนวนดังกล่าวเข้า

กองทุน อย่างช้าภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศดังกล่าวใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนดเวลาส่งเงิน

เข้ากองทุนแล้วหากปรากฏว่ายังมีผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการรายใดยังไม่ส่งเงินเข้ากองทุน

หรือส่งไม่ครบหรือส่งภายหลังเวลาที่กำหนดให้กรมบัญชีกลางแจ้งให้กรมทะเบียนการค้าทราบด้วย

(2)

ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศคณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและป้องกัน

การผูกขาดเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงใช้บังคับ

ให้นายอำเภอท้องที่แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของ

สถานีบริการในท้องที่ส่งเงินเข้ากองทุนเป็นจำนวนเท่ากับมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิแต่ละชนิดที่มี

การเพิ่มราคาในราคาเพิ่มสุทธิ พร้อมกับส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวให้คลังจังหวัดหรือคลังอำเภอ

(ถ้ามี)

ทราบ

และให้เจ้าของสถานีบริการส่งเงินตามจำนวนดังกล่าวเข้ากองทุน อย่างช้าภายในหกสิบวันนับแต่

วันที่ประกาศดังกล่าวใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนดเวลาส่งเงินเข้ากองทุน หากปรากฏว่าเจ้าของสถานี

บริการรายใดยังไม่ส่งเงินเข้ากองทุนหรือส่งไม่ครบหรือส่งภายหลังเวลาที่กำหนด ให้คลังจังหวัด

หรือคลังอำเภอ

(ถ้ามี)

แจ้งให้นายอำเภอท้องที่ทราบด้วย

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25 ในกรณีที่ทางราชการให้ลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่มิใช่ก๊าซและยางมะตอย

ให้ปฏิบัติดังนี้

(1)

ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศคณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูก

ขาดลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงใช้บังคับ

ให้กรมทะเบียนการค้าแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ค้าน้ำมันและ

เจ้าของสถานีบริการในกรุงเทพมหานครทราบจำนวนเงินชดเชยที่พึงได้รับจากกองทุน

เป็นจำนวนเท่า

กับมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิแต่ละชนิดที่มีการลดราคาในราคาลดสิทธิ

พร้อมกับส่งสำเนาหนังสือ

ดังกล่าวให้กรมบัญชีกลางทราบ

และให้ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงหรือเจ้าของสถานีบริการดังกล่าวนำหนังสือ

ของกรมทะเบียนการค้าไปขอรับเงินชดเชยจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังอย่างช้าภายในเก้า

สิบวัน

นับแต่วันที่ประกาศดังกล่าวใช้บังคับ

(2)

ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศคณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและป้องกัน

การผูกขาดลดราราขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงใช้บังคับ

ให้นายอำเภอท้องที่แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของ

สถานีบริการในท้องที่ทราบจำนวนเงินชดเชยที่พึงได้รับจากกองทุนเป็นจำนวนเท่ากับมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิง

คงเหลือสุทธิแต่ละชนิดที่มีการลดราคาในราคาลดสุทธิพร้อมกับส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวให้คลังจังหวัดหรือ

คลังอำเภอ (ถ้ามี)

ทราบและให้เจ้าของสถานีบริการดังกล่าวนำหนังสือของนายอำเภอท้องที่ไปขอรับ

เงินชดเชยจากคลังจังหวัดหรือคลังอำเภอ (ถ้ามี)

ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศดังกล่าวใช้บังคับ

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26 ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิของผู้ค้าน้ำมันตามข้อ 24 และข้อ

25 หมายความว่า

ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่เหลืออยู่จริง

หักด้วยปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้สำรองไว้จริงตาม

กฎหมายว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ไม่เกินปริมาณที่ต้องสำรองตามกฎหมายดังกล่าว น้ำมันเชื้อเพลิง

ที่รับฝากจากกระทรวง ทบวง

กรม และรัฐวิสาหกิจ

และน้ำมันเชื้อเพลิงที่สำรองไว้ใช้ในราชการ

หรือการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่คณะกรรมการเห็นชอบ

(ถ้ามี)

ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิของเจ้าของสถานีบริการตามข้อ 24 และ ข้อ

25 หมายความ

ว่าปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่เหลืออยู่จริง ให้หักปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง คงเหลือก้นถึงและน้ำมัน

เชื้อเพลิงสำรองเพื่อการขายหรือจำหน่ายในอัตราร้อยละสิบของความจุของถังบรรจุใต้ดินแต่ละถังด้วย

ในกรณีที่ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแต่ละชนิดที่ได้จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตามข้อ

21

การแจ้งของผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการตามข้อ 22 หรือจากการตรวจสอบบัญชีของผู้ค้าน้ำมัน

หรือเจ้าของบริการในภายหลังแตกต่างกัน

ให้ถือปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแต่ละชนิดที่มากที่สุดเป็น

เกณฑ์ในการคำนวณเงินที่ต้องส่งเข้ากองทุน

หรือปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแต่ละชนิดที่น้อยที่สุดเป็น

เกณฑ์ในการคำนวณเงินชดเชย แล้วแต่กรณี

และถ้าเป็นเหตุให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการใด

ต้องส่งเงินเข้ากองทุนเพิ่มขึ้นจากจำนวนที่กรมทะเบียนการค้าหรือนายอำเภอท้องที่แจ้งไว้เดิม หรือต้อง

คืนเงินชดเชยที่ได้รับไปแล้ว ให้กรมทะเบียนการค้าหรือนายอำเภอท้องที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้าน้ำมันหรือ

เจ้าของสถานีบริการรายนั้นส่งเงินเข้า

หรือส่งเงินคืนกองทุนตามจำนวนที่ต้องส่งเพิ่มหรือส่งคืน และ

ให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการดังกล่าวส่งเงินเข้าหรือส่งเงินคืนกองทุนอย่างช้าภายในสิบห้าวัน

นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

มาตรา ข้อ 27

ข้อ 27 การส่งเงินเข้ากองทุนและการขอรับเงินชดเชยจากกองทุนตามข้อ 24 ข้อ 25

และข้อ 26

ให้เป็นไปตามระเบียบที่กรมบัญชีกลางกำหนด

มาตรา ข้อ 28

ข้อ 28 ในกรณีที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนตามคำสั่งนี้

ถ้าผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนไม่ส่งเงินเข้า

กองทุน ส่งเงินเข้ากองทุนไม่ครบและตามจำนวนที่ต้องส่ง

หรือไม่ส่งเงินคืนกองทนุภายในเวลาที่กำหนด

ให้การสรรพสามิตสำหรับผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ณ

โรงกลั่นน้ำมันและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

และผู้ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงกรมศุลกากรสำหรับผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและผู้ซึ่งขายหรือจำหน่ายน้ำมัน

เชื้อเพลิงให้แก่เรือเพื่อใช้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร

กรมทะเบียนการค้าสำหรับผู้ค้าน้ำมันและ

เจ้าของสถานีบริการในกรุงเทพมหานคร

และนายอำเภอท้องที่สำหรับเจ้าของสถานีบริการในอำเภอ

ท้องที่ แล้วแต่กรณี

เป็นผู้ดำเนินการให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการแก้ไขและป้องกันภาวะ

การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเร็ว

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนไม่ส่งเงินเข้ากองทุน หรือส่งขาด หรือไม่ส่งเงินคืนกองทุน

หรือส่งภายหลังระยะเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ ให้เสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสาม

ต่อเดือนของจำนวนเงินดังกล่าว ทั้งนี้ นับแต่วันที่ครบกำหนดส่ง

และให้ถือว่าเงินเพิ่มนี้เป็นเงินที่ต้องส่ง

เข้ากองทุนด้วย

ในการคำนวณระยะเวลาตามวรรคสอง

เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน

มาตรา ข้อ 29

ข้อ 29 เงินที่ส่งเข้ากองทุน

และเงินชดเชยที่ได้รับจากกองทุนตามคำสั่งนี้ให้ถือเป็นรายจ่าย

หรือเงินได้

แล้วแต่กรณี

ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ 30

ข้อ 30

การขอรับเงินชดเชยตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ยกเลิกโดยคำสั่งนี้หากมิได้กระทำภายใน

เก้าสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับห้ามมิให้ปลัดกระทรวงการคลังรับไว้พิจารณา

มาตรา ข้อ 31

ข้อ 31 บรรดาคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ถูกยกเลิกตามข้อ 1

แห่งคำสั่งนี้รวมทั้งระเบียบและประกาศ

ที่ออกตามคำสั่งดังกล่าว

ให้ใช้บังคับต่อไปสำหรับกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว

รวม

ทั้งการส่งเงินเข้ากองทุนและการขอรับเงินชดเชยและการจ่ายเงินจากกองทุนตามคำสั่งนั้น ก่อนวันที่

คำสั่งนี้ใช้บังคับด้วย

มาตรา ข้อ 32

ข้อ 32 ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องนำเสนอ

คณะกรรมการปฏิบัติการแทนนายกรัฐมนตรีพิจารณาวินิจฉัยและให้คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ 33

ข้อ 33 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2529 เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2529

พลเอก ป. ติณสูลานนท์

นายกรัฐมนตรี

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2529 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a675beb1a062c38f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com