法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2543 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบรัฐสภา

ระเบียบรัฐสภา

ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

พ.ศ.

๒๕๔๓

เพื่อให้การช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาเป็นไปอย่างมีระบบและครอบคลุมถึงสมาชิกรัฐสภาทุกคน

ประธานรัฐสภาโดยความเห็นชอบของสมาชิกรัฐสภาจึงกำหนดระเบียบว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

พ.ศ. ๒๕๔๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา”

หมายความว่า ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา

“กองทุน” หมายความว่า

กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

“คณะกรรมการ”

หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งเรียกว่า “กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา”

ในรัฐสภา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

ดังนี้

(๑) ด้านการรักษาพยาบาล

(๒) ด้านการศึกษาของบุตร

(๓) ด้านการสงเคราะห์ครอบครัว

กรณีผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาถึงแก่กรรม

(๔) ด้านอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

กองทุนประกอบด้วย

(๑) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

(๒) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับบริจาค

(๓) เงินที่ได้รับจากการหักเงินประจำตำแหน่งของสมาชิกรัฐสภารายละห้าร้อยบาทต่อเดือน

(๔) เงินดอกผลของกองทุน

(๕) เงินรายรับอื่นๆ นอกเหนือจาก (๑) –

(๔)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อการดังต่อไปนี้

(๑)

จ่ายให้แก่ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามวัตถุประสงค์ตามข้อ ๕

(๒) ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานกองทุนและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวเนื่องหรือเกี่ยวกับการจัดกิจการของกองทุน

หมวด

คณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา”

ประกอบด้วย ประธานรัฐสภาเป็นประธานกรรมการ รองประธานรัฐสภาเป็นรองประธานกรรมการ

ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา

แล้วให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนสี่คน

สมาชิกวุฒิสภาจำนวนสามคน ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งคน

และผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่งคนเป็นกรรมการ

ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นกรรมการและเลขานุการ

และเลขาธิการวุฒิสภาเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ในระหว่างที่รัฐสภาสิ้นอายุหรือถูกยุบ

ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการที่เหลืออยู่และให้ประธานรัฐสภา

และรองประธานรัฐสภาคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และรองประธานกรรมการอยู่ต่อไป

จนกว่าจะได้ทรงแต่งตั้งประธานรัฐสภา

และรองประธานรัฐสภาใหม่แล้วจึงให้พ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดนโยบาย กำกับดูแลการบริหารกองทุน

(๒) กำหนดการจัดหาผลประโยชน์ของเงินกองทุน

(๓) ออกระเบียบเกี่ยวกับการเงิน การพัสดุ

และการบริหารงานของกองทุน

(๔) อนุมัติการจ่ายเงินสงเคราะห์

(๕)

อนุมัติประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน

(๖)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการตามระเบียบนี้

(๗)

พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาในการปฏิบัติงานตามระเบียบนี้

(๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามระเบียบนี้เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุน

ในกรณีที่ประธานกรรมการเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ประธานกรรมการมีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินสงเคราะห์ตามวรรคหนึ่ง

(๔) แทนคณะกรรมการได้ แล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบ[๒]

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

กรรมการที่ประธานรัฐสภาแต่งตั้งมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ ๑๐

กรรมการซึ่งประธานรัฐสภาแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดจากสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก

เว้นแต่ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕)

เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๗)

คณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในกรณีที่กรรมการซึ่งประธานรัฐสภาแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระประธานรัฐสภาอาจแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกวุฒิสภา ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา

เป็นกรรมการแทนได้

และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน

ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

มติในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

หมวด

สำนักงานกองทุน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่เกี่ยวกับกองทุนดังนี้

(๑) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ

(๒) ประสานงานกับหน่วยราชการอื่นหรือบุคคลใด

(๓) ควบคุมดูแลด้านการเงิน การบัญชี

การตรวจสอบและการพัสดุของกองทุน

(๔) จัดทำทะเบียนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

(๕)

รวบรวมคำขอรับการช่วยเหลือจากผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ

(๖) รวบรวมและจัดทำประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุนเพื่อเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการ

(๗)

ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย

หมวด

การเงิน

การบัญชีและการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

เงินของกองทุนให้นำฝากธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ชื่อ “บัญชีกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา”

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เงินที่กองทุนได้รับให้นำส่งเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่เปิดบัญชีไว้ ตามข้อ

๑๕ ในวันที่ได้รับเงินหรืออย่างช้าภายในสามวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การใช้จ่ายในการบริหารงานของกองทุนให้ใช้จ่ายได้ภายในวงเงินประมาณการค่าใช้จ่ายที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้อนุมัติการจ่ายเงินตามข้อ ๑๗

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ให้กองทุนจัดทำบัญชีตามระบบบัญชีสากล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ให้มีการตรวจสอบการดำเนินงานของกองทุนอย่างน้อยปีละครั้งแล้วรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการทราบ

หมวด

การยุบเลิกกองทุน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

การยุบเลิกกองทุน

ให้กระทำได้ต่อเมื่อหมดความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการและคณะกรรมการมีมติให้เลิกโดยได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

เมื่อยุบเลิกกองทุนแล้ว ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี

และแจ้งให้สมาชิกรัฐสภาทราบ

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓

วันมูหะมัดนอร์ มะทา

ประธานรัฐสภา

ระเบียบรัฐสภา

ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖[๓]

สุกัญญา/พิมพ์

๒๐

มีนาคม ๒๕๕๐

สุนันทา/ตรวจ

๒๑

มีนาคม ๒๕๕๐

สุนันทา/ผู้จัดทำ

๒๒

มีนาคม ๒๕๕๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๗/ตอนพิเศษ ๒๑ ง/หน้า ๘/๗ มีนาคม ๒๕๔๓

[๒]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ วรรคสอง เพิ่มโดยระเบียบรัฐสภา

ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนพิเศษ ๑๖ ง/หน้า ๓/๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2543 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a6ae81cf85cc5975

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com