ข้อ ๓ สัญญาการให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนทุพพลภาพ และผู้ป่วยตามสถานที่อยู่อาศัย ที่ผู้ประกอบธุรกิจทำกับผู้บริโภค ต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนมีขนาดตัวอักษรที่ไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร โดยมีจำนวนไม่เกินสิบเอ็ดตัวอักษรในหนึ่งนิ้ว และจะต้องใช้ข้อสัญญาที่มีสาระสำคัญและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ เลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ของผู้ประกอบธุรกิจ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล ให้ระบุเลขทะเบียนนิติบุคคล
(๒) รายละเอียดของพนักงานอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญเกี่ยวกับ ชื่อ ที่อยู่ สัญชาติ อายุ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน ความประพฤติและประวัติการกระทำความผิด (ถ้ามี)
กรณีพนักงานเป็นคนไทยให้ระบุเลขประจำตัวประชาชน แต่กรณีพนักงานเป็นคนต่างด้าวให้ระบุเลขใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว
(๓) รายละเอียดเกี่ยวกับประเภท และขอบเขตของงานที่ให้บริการ เช่น วันเริ่มต้นและสิ้นสุดการทำงาน วันหยุดของพนักงาน การทำงานล่วงเวลา เป็นต้น
(๔) รายละเอียดเกี่ยวกับอัตราค่าบริการ และเงินอื่น ๆ ที่เรียกเก็บจากผู้บริโภค เช่น ค่าบริการพิเศษในวันหยุดของพนักงาน ค่าบริการล่วงหน้า และค่าทำงานล่วงเวลา รวมทั้งเงื่อนไขและวิธีการชำระเงิน
(๕) ผู้บริโภคมีสิทธิให้ผู้ประกอบธุรกิจเปลี่ยนแปลงพนักงาน กรณีที่พนักงานไม่มาปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอาใจใส่ ซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังตามที่พึงคาดหมายได้จากการให้บริการตามสัญญาหรือพนักงานมีสภาพร่างกาย จิตใจ หรือความประพฤติไม่เหมาะสมหรือกระทำการอันเป็นความผิดอาญา
(๖) ผู้ประกอบธุรกิจต้องส่งมอบหนังสือแสดงรายละเอียดของพนักงานตาม (๒) ให้แก่ผู้บริโภคในขณะทำสัญญา และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวพนักงาน ให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดส่งพนักงานที่มีรายละเอียดตาม (๒) ให้แก่ผู้บริโภคทุกครั้งในวันที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ให้ถือว่าหนังสือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
(๗) การผิดสัญญาหรือการไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใดของผู้บริโภคที่ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิเลิกสัญญา ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องระบุเหตุในเรื่องนั้น ๆ ไว้เป็นการเฉพาะด้วยตัวอักษรสีแดงหรือตัวดำ หรือตัวเอนที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป และในการบอกเลิกสัญญาให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้บริโภคปฏิบัติตามสัญญาภายในเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
ถ้าผู้บริโภคละเลยไม่ปฏิบัติตามหนังสือบอกกล่าวนั้น ให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิเลิกสัญญาได้
(๘) สิทธิเลิกสัญญาของผู้บริโภคมีดังนี้
(ก) ไม่มีรายละเอียดของพนักงานตาม (๒) หรือพนักงานไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การปฏิบัติในการให้บริการตามที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือพนักงานมีพฤติกรรมตาม (๕)
(ข) เด็ก ผู้สูงอายุ คนทุพพลภาพ หรือผู้ป่วย เสียชีวิต หรือพ้นจากสภาวะความจำเป็นต้องมีผู้ดูแล หรือผู้บริโภคมีความจำเป็นอย่างอื่น เช่น ผู้บริโภคย้ายภูมิลำเนาไปต่างประเทศ หรือต่างจังหวัด
(ค) ผู้ประกอบธุรกิจไม่จัดส่งพนักงานพร้อมหนังสือแสดงรายละเอียดของพนักงานมาทดแทน ตาม (๖) ภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ในกรณีที่ผู้บริโภคเป็นฝ่ายเลิกสัญญาไม่ตัดสิทธิผู้บริโภคที่จะเรียกเบี้ยปรับในอัตราเดียวกันกับอัตราเบี้ยปรับที่ผู้ประกอบธุรกิจกำหนดให้ผู้บริโภคต้องชำระในกรณีผิดสัญญา
(๙) เมื่อมีการบอกเลิกสัญญาตาม (๘) แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจต้องคืนเงินหรือสิ่งใดที่รับไว้เป็นค่าบริการล่วงหน้าทั้งหมดให้แก่ผู้บริโภคภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาและถ้าผู้ประกอบธุรกิจไม่คืนเงินตามจำนวนและภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ผู้ประกอบธุรกิจนั้นชำระเบี้ยปรับในอัตราเดียวกันกับอัตราเบี้ยปรับที่ผู้ประกอบธุรกิจกำหนดให้ผู้บริโภคต้องชำระในกรณีผิดสัญญา
(๑๐) ผู้ประกอบธุรกิจรับรองว่าได้จัดส่งพนักงานที่มีความรู้ความสามารถมาปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาและได้ตรวจสอบ ควบคุม และกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน รวมทั้งให้คำแนะนำอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแก่พนักงานด้วยความเอาใจใส่ ซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังตามที่พึงคาดหมายได้จากการให้บริการตามสัญญา
(๑๑) คำบอกกล่าวตามกฎหมาย หรือตามสัญญาต้องส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้แก่ผู้บริโภคตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในสัญญาหรือที่อยู่ที่ผู้บริโภคได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงไว้เป็นหนังสือครั้งหลังสุด