法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

อาศัยอำนาจตามมาตรา 23 ทวิ วรรคหนึ่ง และมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติ

การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือ

เรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2542

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ในประกาศฉบับนี้

(1) สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง สินทรัพย์จัดชั้นสูญ

(2) สินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง

(ก) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ

(ข) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย

(ค) สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน

(ง) สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ

(จ) สินทรัพย์จัดชั้นปกติ

(3) เงินสำรอง หมายถึง เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ

ค่าเผื่อการลดราคา ค่าเผื่อการด้อยค่า ค่าเผื่อการปรับมูลค่า สำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือ

เรียกคืนไม่ได้ ทั้งนี้ บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นแต่ละประเภทตามอัตราและ

หลักเกณฑ์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 สินทรัพย์จัดชั้นสูญดังต่อไปนี้ให้ตัดออกจากบัญชี

(1) สิทธิเรียกร้องซึ่งได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แต่ไม่มีทางที่จะ

ได้รับชำระหนี้แล้ว โดยให้พิจารณาตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหากสาบสูญไปและ

ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชำระหนี้ได้

(ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ และมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมด

ของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้

(ค) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่น

ฟ้อง และในกรณีนั้น ๆ ได้มีคำบังคับหรือคำสั่งของศาลแล้วแต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชำระหนี้ได้

(ง) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้

ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย และในกรณีนั้น ๆ ได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้ โดยศาลมีคำสั่ง

เห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้นหรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย และได้มี

การแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกแล้ว

(2) สิทธิเรียกร้องซึ่งตามพฤติการณ์ไม่อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้

(3) สินทรัพย์อื่นซึ่งชำรุด เสียหาย หรือหมดราคา

(4) ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้กันเงินสำรอง

ในอัตราร้อยละ 100

(1) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 12 เดือนนับแต่

วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่บริษัททวงถามหรือ

เรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อนยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญแล้ว

(2) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้ หรือซื้อจากการขายทอดตลาดเฉพาะ

ส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีาราคาไว้ไม่เกิน 12 เดือน โดยมูลค่าที่กล่าวให้หักด้วยประมาณการค่าใช้จ่ายในการขายก่อนนำไปเปรียบเทียบกับราคา

ตามบัญชี ทั้งนี้ ในการประเมินราคาหรือตีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่กล่าว ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ยกเว้นเกณฑ์

การเลือกใช้การประเมินราคาหรือการตีราคา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักเกณฑ์ดังกล่าวมิให้นำมาใช้

บังคับในเรื่องนี้ และให้บริษัทถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดแต่ละแปลง

มีราคาตามบัญชีตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ให้ใช้การประเมินราคา

(ข) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดแต่ละแปลง

มีราคาตามบัญชีต่ำกว่า 5 ล้านบาท บริษัทจะใช้การตีราคา หรือการประเมินราคาก็ได้

(ค) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดหลายแปลง

ที่ไม่สามารถแยกจำหน่ายจากกันได้ หากมีราคาตามบัญชีรวมกันตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ให้ใช้

การประเมินราคาเช่นเดียวกับข้อ (2) (ก)

(3) สินทรัพย์อื่นเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่า ยุติธรรม

หรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ทั้งนี้ บริษัทต้องกำหนดมูลค่ายุติธรรมหรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน

ตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในมาตรฐานการบัญชี

(4) ลูกหนึ้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของยอดหนี้ที่สูงกว่า

มูลค่าหลักประกัน

(5) สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวน

(6) ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

(7) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะเรียกคืนไม่ได้

ทั้งจำนวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้กันเงินสำรอง

ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50

(1) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 6 เดือน

นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญาหรือวันที่บริษัททวงถาม

หรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญหรือสงสัยจะสูญแล้ว

(2) ลูกหนี้ที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว

(3) ลูกหนี้ที่หยุดดำเนินกิจการหรือเลิกกิจการ หรือกิจการของลูกหนี้อยู่ระหว่าง

ชำระบัญชี

(4) ลูกหนี้ที่ประวิงการชำระหนี้ หรือกระทำการใด ๆ เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้

เช่น ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

(5) ลูกหนี้ที่มีฐานะการเงินไม่มั่นคง หรือความสามารถในการหารายได้ต่ำอันแสดงถึง

ความสามารถในการชำระหนี้อ่อน

(6) ลูกหนี้ที่บริษัทติดต่อไม่ได้ หรือตามตัวลูกหนี้ไม่พบ หรือลูกหนี้ไปเสียจาก

ภูมิลำเนาที่ปรากฏตามสัญญา โดยไม่แจ้งให้บริษัททราบ

(7) ผู้ค้ำประกันที่เข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนี้ใน (1) - (6) ดังกล่าวข้างต้น

(8) ลูกหนี้ทีไม่ปรากฏธุรกิจแน่ชัด หรือไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจัง หรือนำเงินไปใช้

ผิดวัตถุประสงค์

(9) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้ หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่น

ฟ้อง

(10) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลาย หรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้

ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย

(11) ลูกหนี้ที่ดำเนินธุรกิจขาดทุนเป็นเวลาตั้งแต่สามปีติดต่อกันขึ้นไป หรือลูกหนี้ที่มี

ยอดขาดทุนสะสมจนทำให้สินทรัพย์ต่ำกว่าหนี้สินที่มีอยู่ เว้นแต่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่ากิจการ

ของลูกหนี้มีโอกาสทำกำไรพอชดเชยผลขาดทุน

(12) ลูกหนี้ที่บริษัทมิได้มีการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ตามหลักการ

ให้สินเชื่อที่ดี หรือมีเอกสารประกอบการให้สินเชื่อไม่ครบถ้วนตามกฎหมายหรือมิได้มีการติดตาม

ฐานะการเงิน ตลอดจนคุณภาพลูกหนี้ตามวิธีปฏิบัติปกติ

(13) ลูกหนี้ที่ได้ขอผ่อนเวลาการชำระหนี้ไว้ แต่ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเวลา

ที่ตกลงกัน

(14) สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกให้ชำระคืนไม่ได้ครบถ้วน

(15) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นคาดว่าจะเรียกคืน

ไม่ได้ครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐานตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ให้กัน

เงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20

(1) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 3 เดือน

นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่บริษัท

ทวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ

หรือสงสัยแล้ว

(2) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันไม่เกิน 3 เดือน แต่มี

หลักฐานชัดเจนว่มีปัจจัยบางอย่างที่อาจมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ เช่น

ภาวะของภาคอุตสาหกรรมของลูกหนี้เสื่อมถอยลงหรือหลักประกันที่เป็นปัจจัยในการชำระหนี้

เสื่อมค่าลง

(3) ลูกหนี้ที่ดำเนินธุรกิจขาดทุนเป็นเวลาตั้งแต่สองปีติดต่อกันขึ้นไป หรือลูกหนี้

ที่มียอดขาดทุนสะสมจนทำให้สินทรัพย์หลังหักหนี้สินต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของทุนซึ่งชำระแล้ว เว้นแต่

มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่ากิจการของลูกหนี้มีโอกาสทำกำไรพอชดเชยผลขาดทุน

(4) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นมีปัญหาในการเรียกให้

ชำระคืน หรือไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามปกติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป้นพิเศษตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ให้กัน

เงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2

(1) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 1 เดือน

นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่บริษัท

ทวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อนยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัยหรือ

ต่ำกว่ามาตรฐานแล้ว โดยให้ใช้ยอดคงค้างขอเงินต้นที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับในการกันเงินสำรอง

(2) ลูกหนี้ที่ไม่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยแต่มีหลักฐานที่แสดงว่ามีปัจจัยบางอย่าง

ที่อาจมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้คืน หรือมีความไม่สมบูรณ์ของหลักประกัน

(3) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นมีค่าเสื่อมถอยลง หรือ

ลูกหนี้มีฐานะหรือการดำเนินงานอ่อนลงตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 สินทรัพย์จัดชั้นปกติตามกฎเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้กับเงินสำรอง

ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 1

(1) ลูกหนี้ที่ไม่ผิดนัดชำระหนี้และไม่มีสัญญาใด ๆ แสดงว่าจะมีการผิดนัดชำระหนี้

อันจะเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย แต่มีความเสี่ยงต่อความเสียหายตามปกติ

(2) ลูกหนี้อื่นที่ไม่เข้าข่ายเป็นลูกหนี้จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย ต่ำกว่ามาตรฐาน

หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ โดยให้ใช้ยอดคงค้างของเงินต้นที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับในการกันเงินสำรอง

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 กรณีที่ลูกหนี้รายใดรายหนึ่งมีหนี้หลายประเภท และหนี้แต่ละประเภทจัดเป็น

สินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ต่างประเภทกัน บริษัทต้องจัดชั้นหนี้ทุกประเภทของ

ลูกหนี้รายนั้นเป็นสินทรัพย์จัดชั้นในระดับคุณภาพที่ต่ำสุดของลูกหนี้รายนั้น ยกเว้นในกรณีที่

(1) บริษัทสามารถแบ่งแยกการใช้เงินตามโครงการใดโครงการหนึ่งของลูกหนี้

ออกจากหนี้ประเภทอื่นที่มีอยู่ได้อย่างชัดเจน โดยให้จัดเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติซึ่งต้องเป็นไปตาม

เกณฑ์ทุกข้อ ดังนี้ (ก) บริษัทได้มีการวิเคราะห์การให้สินเชื่ออย่างดี มีการวิเคราะห์ความเป็นไปได้

ทางธุรกิจ ทางการเงิน ตลอดจนวิเคราะห์กระแสเงินสดจนมั่นใจในความสำเร็จของโครงการนั้น และ

เชื่อมั่นได้ในแหล่งที่มาหลักของกระแสเงินสดที่จะนำมาเพื่อการชำระหนี้ และพิจารณาแล้วว่าลูกหนี้

จะมีความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างแน่นอน

(ข) บริษัทมีเอกสารหลักฐานประกอบการวิเคราะห์การให้สินเชื่ออย่างเพียงพอ และ

พร้อมให้ตรวจสอบได้

(ค) บริษัทสามารถติดตามควบคุมการใช้เงินของลูกหนี้ได้อย่างใกล้ชิดสม่ำเสมอ

ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการให้สินเชื่อ และมีเอกสารการติดตามหนี้ชัดเจน

(ง) บริษัทมีการจัดทำตารางเวลาการจ่ายชำระหนี้อย่างชัดเจนและสอดคล้องกับรายได้

หรือกระแสเงินสดของลูกหนี้

(2) ลูกหนี้มีหนี้ที่เข้าขายเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติมากกว่าร้อยละ 90 ของราคาตาม

บัญชีรวมดอกเบี้ยค้างรับของลูกหนี้รายนั้น บริษัทสามารถจัดชั้นหนี้ส่วนนี้เป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ หากต่อมาอัตราดังกล่าวลดต่ำกว่าร้อยละ 90 เนื่องจากการจ่ายชำระหนี้ ให้บริษัทยังคงจัดชั้นหนี้ส่วนนี้

เป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 ลูกหนี้ที่มีหนังสือยืนยันการตรวจรับงานจากหน่วยราชากรตามระเบียบของ

หน่วยราชการนั้นที่มีระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันตรวจรับงาน เงินให้สินเชื่อส่วนที่มีหนังสือ

ยืนยันนั้นให้ถือเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ให้ถือเป็นลูกหนี้ที่ไม่ต้องจัดชั้นและ

ไม่ต้องกันเงินสำรอง เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ 4 (4)

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ให้บริษัทถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) ตัดส่วนสูญเสียออกจากบัญชี หรือกันเงินสำรองดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุง

โครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือรับชำระหนี้โดยการรับโอนสินทรัพย์ตราสารการเงิน หรือรับทุนของ

ลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน ให้บริษัทตัดจำหน่ายบัญชีลูกหนี้และบันทึกส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้น

พร้อมกับโอนกลับรายการเงินสำรองส่วนเกินที่กันไว้เฉพาะสำหรับลูกหนี้รายนั้นทั้งจำนวนได้

(ข) ในกรณีที่บริษัทยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้โดยลด

อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราตลาด แต่ไม่ลดต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ให้บริษัทบันทึกเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นจากากรคำนวณราคาตามบัญชีใหม่ของลูกหนี้

ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดทั้งจำนวน เว้นแต่การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เกิดขึ้น

ก่อนสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี 2543 บริษัทสามารถทยอยกันเงินสำรอง

สำหรับส่วนสูญเสียดังกล่าวได้ในทำนองเดียวกับข้อ 14 แต่ต้องไม่เกินอายุของสัญญาการปรับปรุง

โครงสร้างหนี้ ทั้งนี้ บริษัทสามารถโอนกลับรายการเงินสำรองที่กันไว้แล้วเดิมก่อนการปรับปรุง

โครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายนั้นได้เฉพาะจำนวนที่กันไว้แล้วสูงกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้อง

ทยอยกัน และหากเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่ำกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องทยอยกัน และหากเงินสำรอง

ที่กันไว้แล้วต่ำกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องทยอยกันก็ให้กันเงินสำรองเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวน

ส่วนสูญเสียที่ต้องทยอยกันดังกล่าว

(ค) ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุง

โครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือรับชำระหนี้บางส่วนโดยการรับโอนสินทรัพย์ ตราสารการเงิน หรือ

รับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนและผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ในส่วนที่เหลือ

ให้แก่ลูกหนี้ให้บริษัทปฏิบัติตาม (ก) สำหรับกรณีการลดต้นเงินหรือดอกเบี้ย หรือการรับชำระหนี้

ดังกล่าว และปฏิบัติตาม (ข) ในส่วนการลดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราตลาด

(2) ในระหว่างติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่งลูกหนี้

ต้องชำระเงินตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน หรือ 3 งวด

การชำระเงิน แล้วแต่ระยะเวลาใดจะนานกว่าให้ดำเนินการดังนี้

(ก) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสงสัยจะสูญ หรือสงสัย ให้จัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน

(ข) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ ให้คงจัดชั้นเช่นเดิม

ทั้งนี้ บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ตามสถานะการจัดชั้นหลังการปรับปรุง

โครงสร้างหนี้ หากเงินสำรองตาม (2) นี้มีจำนวนสูงกว่าเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียจากากรปรับปรุง

โครงสร้างหนี้ตาม (1) (ข) และ (ค)

เมื่อลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้โดยชำระเงินตาม

สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน หรือ 3 งวดการชำระเงินแล้ว ให้ถือเป็น

ลูกหนี้จัดชั้นปกติ

ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่ให้นับระยะเวลา

การค้างชำระรวมกับระยะเวลาการค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วพิจารณาจัดขั้นตาม

หลักเกณฑ์การจัดชั้นเพื่อการกันเงินำรองตามเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ต่อไป

(3) สำหรับลูกหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

ให้บริษัทจัดขั้นลูกหหนี้ดังกลาวเป็นชั้นปกติได้ทันที่โดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไข

การปรับปรุงโครงสร้างหนี้

(ก) ลูกหนี้ที่สามารถชำระดอกเบี้ยได้ไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด

(Market interest rate) โดยไม่มีช่วงปลอดการชำระดอกเบี้ย แต่อาจมีช่วงปลอดชำระเงินต้นได้

(ข) ลูกหนี้ที่มีส่วนสูญเสียจาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของ

ยอดหนี้ตามบัญชีก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งได้มีการตัดออกจากบัญชีแล้ว หรือได้มีการกันเงิน

สำรองในอัตราดังกล่าวครบถ้วนแล้วโดยหนี้ส่วนที่เหลือได้มีการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้ ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล และมีหลักฐานประกอบจนเชื่อได้แน่นอนว่า

ลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

(ค) ลูกหนี้ในลักษณะ Loan Syndication หรือมีเจ้าหนี้หลายราย ซึ่งบรรดาเจ้าหนี้

ได้ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้รวมกันได้ และสามารถแสดงหลักฐานการวิเคราะห์ฐานะและกิจการ

ของลูกหนี้ ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล และมีความเป็นไปได้แน่นอน

ที่ลูกหนี้จะปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

(ง) กรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้ ต่อมาได้มีการตกลงทำสัญญาประนีประนอม

ยอมความและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว และกรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้ตามกฎหมายว่าด้วย

ล้มละลาย และสษลได้มีคำสั่งเห็นชอบตามคำขอประนอมหนี้หรือแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว

(4) กรณีที่บริษัทได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยได้รับความเห็นชอบจาก

ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้บริษัทจัดชั้น

ลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุง

โครงสร้างหนี้

(5) ในกรณีที่เห็นว่ามีข้อผิดสังเกตในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ธนาคารแห่ง

ประเทศไทยอาจสั่งการให้มีการแก้ไข หรือให้บริษัทหาผู้เชี่ยวชาญอิสระมาประเมินหรือทบทวน

การปรับปรุงโครงสร้างหนี้และรายได้

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นทุกประเภท เว้นแต่สินทรัพย์จัดชั้น

สงสัยจะสูญตามข้อ 4 (2) (3) (4) และ (6) ให้นำมูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคาตาม

หลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ ก่อนการกันเงินสำรอง มูลค่าของหลักประกันที่นำมาหักได้

จะต้องไม่สูงเกินกว่ามูลค่าที่ได้มีการจดจำนำ จำนอง หรือมูลค่าที่บริษัทมีบุริมสิทธิ์เหนือ

หลักประกันนั้น ดังนี้

(1) หลักประกันที่เป็นสิทธิในตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือบัตรเงินฝากที่บริษัทนั้นนำมา

หักได้ร้อยละ 100 (2) หลักประกันที่ใกล้เคียงเงินสด เช่น หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดนำมา

หักได้ไม่เกินร้อยละ 95 ของราคาตลาด

(3) หลักประกันอื่นนอกจาก (1) และ (2) ที่ได้มีการประเมินราคาหรือมีการตีราคาไว้

ไม่เกิน 12 เดือน ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ 90 ของมูลค่า ที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

หากมีการประเมินราคาหรือมีการตีราคาไว้เกินกว่า 12 เดือน ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของ

มูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

(4) หลักประกันอื่นนอกจาก (1) และ (2) สำหรับลูกหนี้รายย่อยที่มียอดคงค้างต่ำกว่า

5 ล้านบาท ที่ได้มีการประเมินราคาหรือมีการตีราคาไว้ไม่เกิน 36 เดือน ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ 90

ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคา หรือการตีราคา หากมีการประเมินราคาหรือมีการตีราคาไว้เกินกว่า

36 เดือน ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

(5) ลูกหนี้จัดชั้นรายใดที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน หรือที่รัฐบาลจะจัดสรรเงิน

งบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้ หรือที่มีหลักฐานว่าจะได้รับชำระเงินจากหน่วยราชการใดอย่างแน่นอน

ให้นำวงเงินที่ได้รับการค้ำประกันหรือที่จะได้รับชำระนั้นมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อน

คำนวณเงินสำรอง

สำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษตามข้อ 7 และสินทรัพย์จัดชั้นปกติตามข้อ 8

บริษัทจะนำมูลค่าขอางหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง

หรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 เว้นแต่สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ 4 (2) (3) และ (4) ซึ่งให้กันเงิน

สำรองให้ครบตามจำนวนที่ต้องกันในทันทีให้บริษัททยอยกันเงินสำรองให้ครบถ้วน ทั้งในกรณี

สินทรัพย์จัดชั้น และกรณีส่วนสูญเสียจากากรปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามข้อ 12 ภายใสสิ้นงวด

การบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี 2543 โดยต้องดำเนินการตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี 2541 ให้กัน

เงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(2) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2542 ให้กัน

เงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(3) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี 2542 ให้กันเงินไว้

ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(4) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2543 ให้กัน

เงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(5) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี 2543 ให้กัน

เงินสำรองให้ครบถ้วน

ในกรณีที่บริษัทต้องลดทุนเพราะเหตุที่ทางการใช้อำนาจสั่งการตามกฎหมายจำนวน

เงินสำรองที่ต้องกันซึ่งจะนำมาใช้ในการพิจารณาลดทุนนั้นคือเงินสำรองที่ต้องกันเต็มทั้งจำนวนโดยจะ

ไม่นำการทยอยกันตามวรรคแรกมาใช้บังคับ

อนึ่ง หากบริษัทได้กันเงินสำรองไว้แล้วมากกว่าจำนวนเงินที่ต้องทยอยกันเงินสำรอง

ในแต่ละงวด บริษัทจะต้องคงจำนวนเงินสำรองดังกล่าวไว้ในบัญชีต่อไปจนกว่าจะกันเงินสำรอง

ได้ครบถ้วนแล้ว เว้นแค่เป็นการลดลงของเงินสำรองอันเนื่องจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามข้อ 12

หรืออันเนื่องมาจากการตัดจำหน่าย ลูกหนี้ อย่างไรก็ดี ไม่ว่ากรณีใด จำนวนเงินสำรองคงเหลือต้อง

ไม่ต่ำกว่าอัตราที่ให้ทยอยกันตามวรรคแรก

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 ลูกหนี้จัดชั้นสงสัยจะสุญรายใดที่ได้กันเงนสำรองครบถ้วนแล้วให้บริษัท

คัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีทันที ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(1) กรณีลูกหนี้ที่มีหลักประกัน ให้บริษัทตัดจำหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชีเท่ากับ

จำนวนที่ได้กันเงินสำรองไว้แล้ว ยอดหนี้ส่วนที่มีหลักประกันให้คงอยู่ในบัญชีลูกหนี้ต่อไป

(2) กรณีลูกหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ให้บริษัทตัดจำหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชี

เต็มจำนวนหนี้ที่คงค้าง

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 ในระหว่างเวลาที่บริษัทยังไม่ได้ตัดสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

ออกจากบัญชี หรือยังกับเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

ครบจำนวน บริษัทจะจ่ายเงินปันผลหรือเงินตอบแทนอื่นใดแก่ผู้ถือหุ้นมิได้

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 ให้บริษัทจัดทำรายงานการสอบทานเงินให้สินเชื่อและภาระผูกพันส่งไปยัง

ธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบรายงานที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กำหนด

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับแก่งวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนที่เริ่มตั้งแต่

วันที่ 1 มกราคม 2543 เป็นต้นไป เว้นแต่ความในข้อ 4 (3) ให้มีผลบังคับแก่งวดการบัญชีรอบระยะเวลา

6 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2542 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2543

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a857979c38bad14e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com