ข้อ 12 ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ให้บริษัทถือปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) ตัดส่วนสูญเสียออกจากบัญชี หรือกันเงินสำรองดังต่อไปนี้
(ก) ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุง
โครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือรับชำระหนี้โดยการรับโอนสินทรัพย์ตราสารการเงิน หรือรับทุนของ
ลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน ให้บริษัทตัดจำหน่ายบัญชีลูกหนี้และบันทึกส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้น
พร้อมกับโอนกลับรายการเงินสำรองส่วนเกินที่กันไว้เฉพาะสำหรับลูกหนี้รายนั้นทั้งจำนวนได้
(ข) ในกรณีที่บริษัทยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้โดยลด
อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราตลาด แต่ไม่ลดต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ให้บริษัทบันทึกเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นจากากรคำนวณราคาตามบัญชีใหม่ของลูกหนี้
ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดทั้งจำนวน เว้นแต่การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เกิดขึ้น
ก่อนสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี 2543 บริษัทสามารถทยอยกันเงินสำรอง
สำหรับส่วนสูญเสียดังกล่าวได้ในทำนองเดียวกับข้อ 14 แต่ต้องไม่เกินอายุของสัญญาการปรับปรุง
โครงสร้างหนี้ ทั้งนี้ บริษัทสามารถโอนกลับรายการเงินสำรองที่กันไว้แล้วเดิมก่อนการปรับปรุง
โครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายนั้นได้เฉพาะจำนวนที่กันไว้แล้วสูงกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้อง
ทยอยกัน และหากเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่ำกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องทยอยกัน และหากเงินสำรอง
ที่กันไว้แล้วต่ำกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องทยอยกันก็ให้กันเงินสำรองเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวน
ส่วนสูญเสียที่ต้องทยอยกันดังกล่าว
(ค) ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุง
โครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือรับชำระหนี้บางส่วนโดยการรับโอนสินทรัพย์ ตราสารการเงิน หรือ
รับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนและผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ในส่วนที่เหลือ
ให้แก่ลูกหนี้ให้บริษัทปฏิบัติตาม (ก) สำหรับกรณีการลดต้นเงินหรือดอกเบี้ย หรือการรับชำระหนี้
ดังกล่าว และปฏิบัติตาม (ข) ในส่วนการลดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราตลาด
(2) ในระหว่างติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่งลูกหนี้
ต้องชำระเงินตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน หรือ 3 งวด
การชำระเงิน แล้วแต่ระยะเวลาใดจะนานกว่าให้ดำเนินการดังนี้
(ก) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสงสัยจะสูญ หรือสงสัย ให้จัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน
(ข) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ ให้คงจัดชั้นเช่นเดิม
ทั้งนี้ บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ตามสถานะการจัดชั้นหลังการปรับปรุง
โครงสร้างหนี้ หากเงินสำรองตาม (2) นี้มีจำนวนสูงกว่าเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียจากากรปรับปรุง
โครงสร้างหนี้ตาม (1) (ข) และ (ค)
เมื่อลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้โดยชำระเงินตาม
สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน หรือ 3 งวดการชำระเงินแล้ว ให้ถือเป็น
ลูกหนี้จัดชั้นปกติ
ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่ให้นับระยะเวลา
การค้างชำระรวมกับระยะเวลาการค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วพิจารณาจัดขั้นตาม
หลักเกณฑ์การจัดชั้นเพื่อการกันเงินำรองตามเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ต่อไป
(3) สำหรับลูกหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้บริษัทจัดขั้นลูกหหนี้ดังกลาวเป็นชั้นปกติได้ทันที่โดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไข
การปรับปรุงโครงสร้างหนี้
(ก) ลูกหนี้ที่สามารถชำระดอกเบี้ยได้ไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด
(Market interest rate) โดยไม่มีช่วงปลอดการชำระดอกเบี้ย แต่อาจมีช่วงปลอดชำระเงินต้นได้
(ข) ลูกหนี้ที่มีส่วนสูญเสียจาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของ
ยอดหนี้ตามบัญชีก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งได้มีการตัดออกจากบัญชีแล้ว หรือได้มีการกันเงิน
สำรองในอัตราดังกล่าวครบถ้วนแล้วโดยหนี้ส่วนที่เหลือได้มีการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้ ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล และมีหลักฐานประกอบจนเชื่อได้แน่นอนว่า
ลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้
(ค) ลูกหนี้ในลักษณะ Loan Syndication หรือมีเจ้าหนี้หลายราย ซึ่งบรรดาเจ้าหนี้
ได้ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้รวมกันได้ และสามารถแสดงหลักฐานการวิเคราะห์ฐานะและกิจการ
ของลูกหนี้ ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล และมีความเป็นไปได้แน่นอน
ที่ลูกหนี้จะปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้
(ง) กรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้ ต่อมาได้มีการตกลงทำสัญญาประนีประนอม
ยอมความและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว และกรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้ตามกฎหมายว่าด้วย
ล้มละลาย และสษลได้มีคำสั่งเห็นชอบตามคำขอประนอมหนี้หรือแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว
(4) กรณีที่บริษัทได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยได้รับความเห็นชอบจาก
ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้บริษัทจัดชั้น
ลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุง
โครงสร้างหนี้
(5) ในกรณีที่เห็นว่ามีข้อผิดสังเกตในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ธนาคารแห่ง
ประเทศไทยอาจสั่งการให้มีการแก้ไข หรือให้บริษัทหาผู้เชี่ยวชาญอิสระมาประเมินหรือทบทวน
การปรับปรุงโครงสร้างหนี้และรายได้