ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่อง การโอนกิจการ
ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน ข้าราชการ ลูกจ้าง
และเงินงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ไปเป็นของสำนักงานศาลปกครอง[๑]
โดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ. ๒๕๔๒ พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๔๒
(จัดตั้งสำนักงานศาลปกครอง) และพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.
๒๕๔๒ ได้บัญญัติให้จัดตั้งศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองขึ้น และให้โอนบรรดากิจการ
ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวกับงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์และกองวิเคราะห์กฎหมายและการร้องทุกข์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้
เฉพาะที่นายกรัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ไปเป็นของสำนักงานศาลปกครอง
และให้ข้าราชการที่โอนไปดังกล่าว เป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง
แต่เนื่องจากในระหว่างที่ศาลปกครองยังไม่เปิดทำการ พระราชบัญญัติดังกล่าวได้มีบทเฉพาะกาลบัญญัติให้บทบัญญัติเกี่ยวกับการร้องทุกข์ตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกายังคงใช้บังคับ
ฉะนั้น
การโอนข้าราชการและลูกจ้างจึงต้องกระทำเป็นสองระยะให้สอดคล้องกับกฎหมาย คือ ระยะแรกมีผลทันทีที่กฎหมายใช้บังคับเพื่อปฏิบัติงานเร่งด่วนในการจัดตั้งและเปิดทำการศาลปกครอง
และระยะที่สองมีผลเมื่อศาลปกครองเปิดทำการแล้วเพื่อปฏิบัติงานด้านร้องทุกข์ตามบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติดังกล่าว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๒ นายกรัฐมนตรีจึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้
๑. ให้โอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน
และเงินงบประมาณของงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์และกองวิเคราะห์กฎหมายและการร้องทุกข์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามบัญชีแนบท้ายประกาศนี้ไปเป็นของสำนักงานศาลปกครอง
๒. ให้โอนข้าราชการและลูกจ้างของงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์และกองวิเคราะห์กฎหมายและการร้องทุกข์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปเป็นของสำนักงานศาลปกครอง
พร้อมทั้งให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างดังกล่าวไปเป็นตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างของสำนักงานศาลปกครอง ทั้งนี้ ตามบัญชี ๑ และบัญชี ๒
แนบท้ายประกาศนี้
การตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างตามบัญชี
๑ ให้มีผลตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.
๒๕๔๒ ใช้บังคับ
การตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างตามบัญชี
๒ ให้มีผลตั้งแต่วันเปิดทำการศาลปกครองกลางตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
๓. โดยที่สำนักงานศาลปกครองมีหน้าที่ดำเนินการให้มีการจัดตั้งศาลปกครองและสามารถเปิดทำการได้ในเวลาที่กฎหมายกำหนด
ในวาระเริ่มแรกก่อนที่จะมีประธานศาลปกครองสูงสุดและคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง
การปฏิบัติงานของสำนักงานศาลปกครอง
ข้าราชการและลูกจ้างที่โอนไปเป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ให้อยู่ในความรับผิดชอบของ
นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งโอนไปเป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง
โดยให้ นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองมีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานศาลปกครองและเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างในสำนักงานศาลปกครอง
ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ. ๒๕๔๒
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
ใช้บังคับ
ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
บัญชีตัดโอนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๓
แผนงานบริหารด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม งานชี้ขาดร้องทุกข์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปเป็นของสำนักงานศาลปกครอง
๒.
บัญชีตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำในส่วนที่เกี่ยวกับงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
และกองวิเคราะห์กฎหมายและการร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ไปเป็นของสำนักงานศาลปกครอง บัญชี ๑
๓.
บัญชีตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำในส่วนที่เกี่ยวกับงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
และกองวิเคราะห์กฎหมายและการร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ไปเป็นของสำนักงานศาลปกครอง บัญชี ๒
๔.
รายการทรัพย์สินที่ส่งมอบให้สำนักงานศาลปกครอง
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปาจรีย์/ปรับปรุง
๒๓ มกราคม ๔๙
เอกฤทธิ์/ปรับปรุง
๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑
โชติกานต์/ปรับปรุง
๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๖/ตอนพิเศษ ๘๑ ง/หน้า ๕/๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๒