法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลให้ทำหน้าที่บริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2563

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคล

ให้ทำหน้าที่บริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา

ติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๖๓[๑]

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลให้ทำหน้าที่บริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๑๐) และมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ได้มีมติให้ออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลให้ทำหน้าที่บริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“ผู้จัดการ” หมายความว่า ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ หรือธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือธนาคารที่เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

“ธนาคารพาณิชย์” หมายความว่า บริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ แต่ไม่รวมถึงธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศและสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์

“สถาบันการเงินเฉพาะกิจ” หมายความว่า

(๑) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

(๒) ธนาคารออมสินตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารออมสิน

(๓) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารอาคารสงเคราะห์

(๔) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

(๕) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนด

“นิติบุคคล” หมายความว่า นิติบุคคลไทยที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย

“ผู้กู้ยืมเงิน” หมายความว่า นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ได้รับเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้หมายความรวมถึงนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ได้รับเงินกู้ยืมตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ และนิสิตหรือนักศึกษาผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนจากกองทุนเพื่อการศึกษาตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ออกตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ ด้วย

“เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา” หมายความว่า เงินที่กองทุนจัดสรรให้ผู้กู้ยืมเงินเพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ

“นักเรียนหรือนักศึกษา” หมายความว่า ผู้ซึ่งศึกษาอยู่ในสถานศึกษา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาในสถานศึกษาด้วย

“สถานศึกษา” หมายความว่า โรงเรียน สถาบันอุดมศึกษา หรือสถานศึกษาอื่นของรัฐ โรงเรียนของเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

“การบริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียนหรือนักศึกษา” หมายความว่า การดำเนินการเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน หรือนักศึกษา และชำระเงินคืนกองทุน รวมทั้งการดำเนินการทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง

“การดำเนินการติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตามสัญญาที่ผู้กู้ยืมเงินทำไว้” หมายความว่า การเตรียมและตรวจสอบข้อมูลพร้อมเอกสารที่ต้องใช้ในการติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตามสัญญาที่ผู้กู้ยืมเงินทำไว้ การดำเนินคดี การบังคับคดี และการไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความ รวมทั้งการดำเนินการทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง

“ทำหน้าที่แทนเป็นการทั่วไป” หมายความว่า การจ้างให้ทำหน้าที่แทนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กองทุนกำหนด ดังต่อไปนี้

๑. การจ้างให้บริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียนหรือนักศึกษา ได้แก่

(๑) การดำเนินการเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน หรือนักศึกษา และชำระเงินคืนกองทุน

(๒) การจัดทำรายงานต่าง ๆ

(๓) การจัดเก็บข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ

(๔) การเตรียมการที่จำเป็นเพื่อเป็นข้อมูลที่ต้องใช้ในการจ้างให้ดำเนินการติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตามสัญญาที่ผู้กู้ยืมเงินทำไว้ต่อไป

(๕) การดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

๒. การจ้างให้ดำเนินการติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตามสัญญาที่ผู้กู้ยืมเงินทำไว้ ได้แก่

(๑) การเตรียมและตรวจสอบข้อมูลพร้อมเอกสารที่ต้องใช้ในการติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตามสัญญาที่ผู้กู้ยืมเงินทำไว้

(๒) การไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความ

(๓) การดำเนินคดีชั้นศาล

(๔) การบังคับคดี

(๕) การดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

“ทำหน้าที่แทนเป็นการเฉพาะเรื่อง” หมายความว่า การจ้างให้ดำเนินการตามกิจกรรมอย่างใดอย่างหนี่ง ที่กำหนดไว้ในการทำหน้าที่แทนเป็นการทั่วไปของการบริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน หรือนักศึกษา หรือการดำเนินการติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตามสัญญาที่ผู้กู้ยืมเงินทำไว้

“เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุ” หมายความว่า ผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการและพัสดุ หัวหน้ากลุ่มงานพัสดุ เจ้าหน้าที่พัสดุ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้จัดการให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้จัดการรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ แล้วรายงานผลให้คณะกรรมการทราบ และให้มีอำนาจกำหนดแนวทางปฏิบัติและวิธีการดำเนินการเพิ่มเติมได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

หมวดที่ ๑

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ กองทุนสามารถจ้างสถาบันการเงินให้ทำหน้าที่แทนเป็นการทั่วไป ทั้งกรณีการบริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียนหรือนักศึกษา หรือการดำเนินการติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตามสัญญาที่ผู้กู้ยืมเงินทำไว้ หรือทั้งสองกรณี

ในกรณีที่เห็นสมควร กองทุนสามารถจ้างสถาบันการเงินให้ทำหน้าที่แทนเป็นการเฉพาะเรื่อง กรณีการบริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียนหรือนักศึกษา หรือกรณีการดำเนินการติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตามสัญญาที่ผู้กู้ยืมเงินทำไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สถาบันการเงินที่รับจ้างตามข้อ ๕ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) มีนโยบายการเงินที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของกองทุน มีระบบงานการเงิน การรับชำระเงิน การให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งเป็นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย มีความพร้อมรองรับการประมวลผลงานสำหรับทุกระบบงานให้สามารถทำงานเชื่อมโยงหรือร่วมกับระบบงานของกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(๒) มีช่องทางที่เพียงพอในการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่นักเรียน หรือนักศึกษา หรือสถานศึกษา

(๓) มีคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กองทุนสามารถจ้างนิติบุคคลให้ทำหน้าที่แทนเป็นการทั่วไป หรือทำหน้าที่แทนเป็นการเฉพาะเรื่อง ในการดำเนินการติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตามสัญญาที่ผู้กู้ยืมเงินทำไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นิติบุคคลที่รับจ้างตามข้อ ๗ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้

(๑) เป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานดำเนินการติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระหนี้ ในกรณีงานติดตามทวงถามหนี้ นิติบุคคลนั้นต้องได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ตามกฎหมาย

(๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย อยู่ระหว่างพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด อยู่ระหว่างคำสั่งฟื้นฟูกิจการ และไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ

(๓) มีบุคลากรเฉพาะทาง เช่น ทนายความประจำ พนักงานติดตามทวงถามหนี้ ในจำนวนที่เหมาะสมกับปริมาณงานจ้างแต่ละคราวของกองทุน

(๔) เคยมีผลงานประเภทเดียวกับงานที่จ้าง ตามที่กองทุนกำหนดสำหรับการจ้างแต่ละคราว

(๕) ต้องไม่เป็นผู้ซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน ซึ่งได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง และต้องไม่เป็นผู้เคยมีการกระทำการอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงานในสัญญาใด ๆ กับกองทุนมาก่อน และให้หมายความรวมถึงหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้น ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทิ้งงานดังกล่าว

(๖) ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับนิติบุคคลรายอื่นผู้ยื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม ในการจ้างคราวเดียวกัน

(๗) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

การพิจารณาว่าเป็นผู้เคยมีการกระทำการอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงานในสัญญาใด ๆ กับกองทุนมาก่อนตาม (๕) ให้เป็นอำนาจของผู้จัดการ โดยให้นำหลักเกณฑ์การพิจารณาการกระทำการอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงานตามกฎหมายและระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการพัสดุมาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการจ้างสถาบันการเงินให้ทำหน้าที่แทนเป็นการทั่วไปหรือทำหน้าที่แทนเป็นการเฉพาะเรื่องตามข้อ ๕ และในการจ้างนิติบุคคลให้ทำหน้าที่แทนเป็นการทั่วไปตามข้อ ๗ ให้ผู้จัดการเสนอคณะกรรมการให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ

ในการจ้างนิติบุคคลให้ทำหน้าที่แทนเป็นการเฉพาะเรื่องตามข้อ ๗ ให้เป็นอำนาจของผู้จัดการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ แล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การดำเนินการให้มีการจ้างตามข้อ ๙ ด้วยวิธีใดตามระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการหรือผู้จัดการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ แล้วแต่กรณี

การดำเนินการจ้างทำหน้าที่แทนเป็นการเฉพาะเรื่อง จะจ้างสถาบันการเงิน หรือนิติบุคคลหลายราย สำหรับการดำเนินการจ้างคราวเดียวกันก็ได้

หมวดที่ ๒

การกำหนดขอบเขตงาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การกำหนดขอบเขตงานและหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้รับจ้าง ในการดำเนินการจ้างทำหน้าที่แทนเป็นการทั่วไปแต่ละครั้ง ให้ผู้จัดการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดขอบเขตงาน โดยให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการอย่างน้อยสองคน โดยให้แต่งตั้งจากพนักงานของกองทุน ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสำคัญ

ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของกองทุนจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกเป็นประธานกรรมการ หรือร่วมเป็นกรรมการกำหนดขอบเขตงานด้วยก็ได้

เมื่อจัดทำร่างกำหนดขอบเขตงานเสร็จแล้วให้เสนอต่อผู้จัดการเพื่ออนุมัติและแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการดำเนินการจ้างทำหน้าที่แทนเป็นการเฉพาะเรื่อง ผู้จัดการอาจแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดขอบเขตงานได้ตามที่เห็นสมควร หรือจะมอบหมายให้ฝ่ายหรือหน่วยงานภายในกองทุนที่เกี่ยวข้องดำเนินการกำหนดขอบเขตงานก็ได้ ในกรณีมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดขอบเขตงาน ให้นำความตามข้อ ๑๑ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การกำหนดขอบเขตงานจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคล อย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายการดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็น

(๒) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นข้อเสนอ

(๓) รายละเอียดของงานจ้าง

(๔) ระยะเวลาดำเนินการ

(๕) ระยะเวลาส่งมอบของงาน

(๖) หลักเกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอ

(๗) เงื่อนไขการชำระเงิน / อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละรายการ

(๘) หลักประกัน (ถ้ามี)

(๙) ค่าปรับ

(๑๐) ข้อสงวนสิทธิของกองทุน

(๑๑) วงเงินในการจ้าง (ถ้ามี)

(๑๒) วิธีการจ้างและเหตุผลที่ต้องจ้างโดยวิธีนั้น

หมวดที่ ๓

วิธีการจ้างและการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลให้ทำหน้าที่แทนเป็นการทั่วไป หรือทำหน้าที่แทนเป็นการเฉพาะเรื่อง ตามข้อ ๕ และข้อ ๗ อาจกระทำได้ โดยวิธีดังต่อไปนี้

(๑) วิธีประกาศเป็นการทั่วไป ได้แก่ การที่กองทุนประกาศเชิญชวนสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตรงตามเงื่อนไขที่กองทุนกำหนดให้ยื่นข้อเสนอ

(๒) วิธีพิเศษ ได้แก่ การที่กองทุนเชิญชวนสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามรายใดรายหนึ่งโดยตรง ให้เข้ายื่นข้อเสนอ หรือให้เข้ามาเจรจา

วิธีประกาศเป็นการทั่วไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคล โดยวิธีประกาศเป็นการทั่วไป ให้กระทำโดยการประกาศเชิญชวนให้สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖ หรือข้อ ๘ แล้วแต่กรณี เพื่อให้เสนอการดำเนินงานต่อคณะกรรมการคัดเลือก และให้คณะกรรมการคัดเลือกทำการคัดเลือกสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลนั้นตามหลักเกณฑ์การพิจารณาที่กำหนดในขอบเขตงาน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การจ้างตามข้อ ๑๕ ภายหลังจากผู้จัดการอนุมัติขอบเขตงานตามข้อ ๑๓ แล้ว ให้ผู้จัดการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกขึ้นเพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้พร้อมกับกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือก โดยให้คณะกรรมการคัดเลือกมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ประกอบด้วย ประธานกรรมการคัดเลือก กรรมการคัดเลือกอย่างน้อยสองคน

ประธานกรรมการคัดเลือก จะแต่งตั้งจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก หรือพนักงานของกองทุนซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้จัดการหรือเทียบเท่าก็ได้

กรรมการคัดเลือก ให้แต่งตั้งจากพนักงานของกองทุน โดยให้คำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสำคัญ

ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของกองทุนจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกด้วยก็ได้

ให้ผู้จัดการแต่งตั้งพนักงานกองทุนจำนวนหนึ่งคนทำหน้าที่เป็นเลขานุการ และให้พนักงานกองทุนซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัสดุ จำนวนอย่างน้อยหนึ่งคนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ประธานกรรมการและกรรมการคัดเลือก ต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้ยื่นข้อเสนอในการจ้างครั้งนั้น ทั้งนี้ การมีส่วนได้เสียในเรื่องที่ประชุมพิจารณาของประธานกรรมการคัดเลือก และกรรมการคัดเลือกให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การประชุมของคณะกรรมการคัดเลือก ต้องมีกรรมการคัดเลือกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้ประธานกรรมการคัดเลือกและกรรมการคัดเลือกแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ โดยประธานกรรมการคัดเลือกต้องอยู่ด้วยทุกครั้งในการประชุม หากประธานกรรมการคัดเลือกไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้จัดการแต่งตั้งประธานกรรมการคัดเลือกคนใหม่เป็นประธานกรรมการคัดเลือกแทน

มติของคณะกรรมการคัดเลือกให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานกรรมการคัดเลือกออกเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ คณะกรรมการคัดเลือกโดยวิธีประกาศเป็นการทั่วไป มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาจัดทำประกาศเชิญชวน และกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น วิธีการเผยแพร่ประกาศเชิญชวน วัน เวลา และสถานที่รับและเปิดซองข้อเสนอราคา เป็นต้น

(๒) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นข้อเสนอและเอกสารต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในข้อเสนอ และวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม คำวินิจฉัยของคณะกรรมการคัดเลือกให้ถือว่าเป็นที่สุด

(๓) พิจารณาข้อเสนอ และสรุปผลการคัดเลือก

(๔) เจรจาต่อรองราคาค่าจ้างหรือค่าใช้จ่ายในรายการต่าง ๆ

ให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายที่ผ่านการคัดเลือก แล้วคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดพร้อมเหตุผลรายงานผลต่อผู้จัดการเพื่ออนุมัติหรือให้ความเห็นชอบก่อนนำเสนอคณะกรรมการอนุมัติจ้างต่อไป แล้วแต่กรณี

ในกรณีการจ้างตามข้อ ๑๐ วรรคสอง การคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุด จะมีจำนวนเท่าใดก็ได้

ในกรณีที่มีเหตุที่ทำให้การจัดทำรายงานล่าช้า ให้เสนอผู้จัดการพิจารณาขยายระยะเวลาตามความจำเป็น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ปรากฏว่า ไม่มีผู้ใดยื่นข้อเสนอภายในกำหนดเวลาตามประกาศเชิญชวน คณะกรรมการคัดเลือกอาจเสนอผู้จัดการให้อนุมัติขยายระยะเวลาการยื่นข้อเสนอออกไปอีกภายในกำหนดเวลาที่เหมาะสมก็ได้ ในกรณีที่ไม่มีการขยายระยะเวลา หรือเมื่อขยายระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ยังไม่มีผู้ใดยื่นข้อเสนอภายในกำหนดเวลาที่ขยายแล้วอีก ให้จัดทำรายงานเสนอผู้จัดการเพื่อให้พิจารณายกเลิกประกาศการจ้างในครั้งนั้น แล้วดำเนินการจ้างใหม่โดยวิธีพิเศษก็ได้ ทั้งนี้ ต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้เดิมในประกาศเชิญชวน

ในกรณีที่ปรากฏว่า มีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียว หรือมีผู้ยื่นข้อเสนอหลายราย แต่มีผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามเงื่อนไขเพียงรายเดียว ให้คณะกรรมการคัดเลือกจัดทำรายงานเสนอผู้จัดการเพื่อพิจารณายกเลิกการคัดเลือกครั้งนั้น แล้วดำเนินการจ้างใหม่โดยวิธีประกาศเป็นการทั่วไปหรือวิธีพิเศษก็ได้ ในกรณีที่ใช้วิธีพิเศษ ต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้เดิมในประกาศเชิญชวน เว้นแต่ คณะกรรมการคัดเลือกเห็นว่า ข้อเสนอนั้นมีความเหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อกองทุน และมีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการต่อไป โดยไม่ต้องยกเลิกการคัดเลือกให้คณะกรรมการคัดเลือกจัดทำรายงานเสนอผู้จัดการเพื่อดำเนินการต่อไป โดยอาจพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอราคารายนั้นได้

วิธีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคล โดยวิธีพิเศษ ให้กระทำได้ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นกรณีจำเป็นต้องจ้างผู้รับจ้างที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ หรือมีทักษะสูง

(๒) เป็นกรณีที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่กองทุน หรือเพื่อประโยชน์ของกองทุน

(๓) เป็นกรณีต้องจ้างผู้รับจ้างรายเดิมเพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็น หรือเพื่อประโยชน์ของกองทุน

(๔) เป็นกรณีที่ได้ดำเนินการโดยวิธีประกาศเป็นการทั่วไปมาแล้วแต่ไม่ได้ผลดี

การจ้างตามวรรคหนึ่งให้ตั้งคณะกรรมการคัดเลือกโดยวิธีพิเศษ เพื่อติดต่อโดยตรงให้สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามข้อ ๖ หรือข้อ ๘ แล้วแต่กรณี เข้าดำเนินงานตามขอบเขตงานที่กำหนดตามหมวดที่ ๒ กับกองทุน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ คณะกรรมการคัดเลือกโดยวิธีพิเศษ มีหน้าที่ ดังนี้

(๑) แจ้งเป็นหนังสือให้สถาบันการเงินหรือนิติบุคคล ทำการยื่นข้อเสนอให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในขอบเขตของงาน

(๒) พิจารณาข้อเสนอ

(๓) เจรจาต่อรองราคาค่าจ้างหรือค่าใช้จ่ายในรายการต่าง ๆ

เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกโดยวิธีพิเศษได้ผลการพิจารณาคัดเลือกแล้ว ให้รายงานผลต่อผู้จัดการเพื่ออนุมัติ หรือให้ความเห็นชอบก่อนนำเสนอคณะกรรมการอนุมัติจ้างต่อไป แล้วแต่กรณี

การแต่งตั้งและการประชุมของคณะกรรมการคัดเลือกโดยวิธีพิเศษ ให้นำความในข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวดที่ ๔

การทำสัญญา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ สัญญาจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลตามระเบียบนี้ต้องทำตามแบบที่กองทุนกำหนดโดยความเห็นชอบของสำนักงานอัยการสูงสุด

การทำสัญญารายใดถ้าจำเป็นต้องมีข้อความหรือรายการแตกต่างไปจากแบบสัญญาตามวรรคหนึ่ง โดยมีสาระสำคัญตามที่กำหนดไว้ในแบบสัญญาและไม่ทำให้กองทุนเสียเปรียบก็ให้กระทำได้ เว้นแต่ กองทุนเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้ส่งร่างสัญญานั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน

ในกรณีที่ไม่อาจทำสัญญาตามแบบสัญญาตามวรรคหนึ่งได้ และจำเป็นต้องร่างสัญญาขึ้นใหม่ ให้ส่งร่างสัญญานั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน เว้นแต่ การทำสัญญาตามแบบที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้เคยให้ความเห็นชอบมาแล้ว ก็ให้กระทำได้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การลงนามในสัญญาและการลงนามในสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมให้เป็นอำนาจของผู้จัดการ

หากผู้ได้รับการคัดเลือกไม่มาทำสัญญาภายในระยะเวลาที่กำหนด คณะกรรมการคัดเลือกสามารถดำเนินการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดรายถัดไปได้ (หากมี) โดยจัดทำรายงานเสนอผู้จัดการเพื่อขอความเห็นชอบก่อนดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอหรือเป็นคู่สัญญา ไม่ต้องวางหลักประกัน

กรณีนอกเหนือจากวรรคหนึ่ง ให้กำหนดให้มีหลักประกันการเสนอราคาและหลักประกันสัญญา เว้นแต่การจ้างที่ผู้จัดการเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีการวางหลักประกันการเสนอราคาหรือหลักประกันสัญญา

การกำหนดมูลค่าหลักประกัน ให้กำหนดมูลค่าหลักประกันในอัตราร้อยละห้าของวงเงินงบประมาณหรือราคาที่จ้างในครั้งนั้น ในกรณีจำเป็น ให้ผู้จัดการสามารถกำหนดมูลค่าหลักประกันให้เหมาะสมกับการจ้างในครั้งนั้นได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การทำสัญญาจ้างให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวระหว่างร้อยละ ๐.๐๑ - ๐.๑๐ ของวงเงินตามสัญญา

การกำหนดค่าปรับตามวรรคหนึ่งในอัตราหรือเป็นจำนวนเงินเท่าใด ให้ผู้จัดการคำนึงถึงราคา กำหนดระยะเวลาของงาน และลักษณะของงาน หรือผลกระทบต่อความเสียหายแก่กองทุนแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้กำหนดเรื่องค่าปรับไว้ในเอกสารเชิญชวนหรือขอบเขตงานให้ชัดเจนด้วย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ สัญญาที่ได้ลงนามแล้วจะแก้ไขไม่ได้ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจตามข้อ ๙ ที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้

(๑) ในกรณีที่มีความจำเป็น หากการแก้ไขนั้นไม่ทำให้กองทุนเสียประโยชน์ หรือเพื่อประโยชน์ของกองทุน หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ

(๒) เป็นการแก้ไขตามที่กำหนดไว้ในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ของกองทุน กฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีการแก้ไขสัญญาที่กองทุนเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้ส่งร่างสัญญาที่แก้ไขนั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนลงนาม

การแก้ไขสัญญาตามวรรคหนึ่ง ต้องอยู่ภายในขอบข่ายแห่งวัตถุประสงค์เดิมของสัญญา หากมีความจำเป็นต้องเพิ่มหรือลดวงเงิน หรือเพิ่มหรือลดระยะเวลาส่งมอบหรือระยะเวลาในการทำงาน หรือเพิ่มลดเนื้องาน ให้ตกลงไปพร้อมกัน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ สัญญาที่กองทุนทำตามระเบียบนี้ ต้องมีข้อตกลงในการห้ามสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่ง ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เว้นแต่ การจ้างช่วงงานบางส่วนที่ได้รับอนุญาตจากผู้จัดการแล้ว ผู้รับจ้างช่วงที่ได้รับอนุญาตไม่สามารถไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำได้อีก เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้จัดการก่อน ซึ่งสามารถให้จ้างช่วงได้อีกทอดเดียวเท่านั้น

การจ้างช่วงทั้งหมดหรือแต่บางส่วนที่ฝ่าฝืนข้อตกลงตามที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ต้องกำหนดให้มีค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนข้อตกลงนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตามสัญญาหรือตามที่ผู้จัดการกำหนดอัตราค่าปรับให้เหมาะสมกับการฝ่าฝืนข้อตกลงนั้น

หมวดที่ ๕

การตรวจการจ้าง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในการตรวจการจ้างตามสัญญาที่ทำตามระเบียบนี้ ให้ผู้จัดการตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้างพร้อมกับกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจการจ้าง แล้วรายงานผลการพิจารณาภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้ามีเหตุที่ทำให้การรายงานล่าช้า ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเสนอผู้จัดการพิจารณาขยายเวลาให้ตามความจำเป็น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ คณะกรรมการตรวจการจ้างให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ประกอบด้วย ประธานกรรมการตรวจการจ้าง และกรรมการตรวจการจ้างอย่างน้อยสองคน ซึ่งแต่งตั้งจากพนักงานของกองทุน โดยให้คำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสำคัญ

ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของกองทุนจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกร่วมเป็นกรรมการตรวจการจ้างด้วยก็ได้ แต่จำนวนกรรมการที่เป็นบุคคลจากภายนอกจะต้องไม่มากกว่าจำนวนกรรมการตามวรรคหนึ่ง

ให้ผู้จัดการแต่งตั้งพนักงานของกองทุนจำนวนหนึ่งคนทำหน้าที่เป็นเลขานุการ และในกรณีจำเป็นหรือเห็นสมควร จะแต่งตั้งพนักงานของกองทุนซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัสดุ จำนวนอย่างน้อยหนึ่งคนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้

ประธานกรรมการและกรรมการตรวจการจ้าง ต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับคู่สัญญาในการจ้างครั้งนั้น ทั้งนี้ การมีส่วนได้เสียในเรื่องที่ประชุมพิจารณาของประธานกรรมการ และกรรมการตรวจการจ้างให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ คณะกรรมการตรวจการจ้างมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) ตรวจรับงานจ้าง ณ ที่ทำการของกองทุน หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง

การตรวจรับงานจ้าง ณ สถานที่อื่น ในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลง จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้จัดการก่อน

(๒) ตรวจรับงานจ้างให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้

(๓) ให้เริ่มตรวจรับงานจ้างในวันที่ผู้รับจ้างนํางานมาส่ง และดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด

(๔) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้รับงานจ้างไว้และถือว่าผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานจ้างถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างนํางานจ้างนั้นมาส่ง แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่การเงินพร้อมกับทำหลักฐานการตรวจรับ โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบของกองทุนและรายงานให้ผู้จัดการทราบ

(๕) ในกรณีที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานจ้างถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวน หรือส่งมอบครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้อง โดยถือปฏิบัติตาม (๔) และให้รีบรายงานผู้จัดการ เพื่อแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบภายในเจ็ดวันทำการนับถัดจากวันที่ตรวจพบ แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิ์กองทุนที่จะปรับผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น

(๖) ถ้ากรรมการตรวจการจ้างบางคนไม่ยอมรับงานจ้างโดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอผู้จัดการเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าผู้จัดการสั่งการให้รับงานจ้างไว้ จึงดำเนินการตาม (๔) หรือ (๕) แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในการตรวจการจ้างตามสัญญาที่ทำตามระเบียบนี้ หากผู้จัดการเห็นสมควรจะตั้งพนักงานของกองทุนคนใดทำการตรวจการจ้างให้ถูกต้องครบถ้วนตามรายละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา แทนการตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้ โดยให้ถือปฏิบัติตามข้อ ๓๐ โดยอนุโลม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การดำเนินการเกี่ยวกับการจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลให้ทำหน้าที่แทนเป็นการทั่วไปหรือเป็นการเฉพาะเรื่อง ทั้งการบริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียนหรือนักศึกษา หรือการดำเนินการติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตามสัญญาที่ผู้กู้ยืมเงินทำไว้ ที่ได้ดำเนินการก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับและยังไม่แล้วเสร็จ ให้ดำเนินการตามกฎหมายข้อบังคับ ระเบียบ หลักเกณฑ์ คำสั่ง หรือมติคณะกรรมการที่ใช้อยู่เดิมจนกว่าจะแล้วเสร็จหรือจนกว่าจะปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

ประสงค์ พูนธเนศ

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

อัมพิกา/จัดทำ

๑ กันยายน ๒๕๖๓

สุภาทิพย์/ตรวจ

๑๕ กันยายน ๒๕๖๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๑๘๙ ง/หน้า ๓/๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลให้ทำหน้าที่บริหารและจัดการการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ติดตามและเร่งรัดให้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2563 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a8d383f53da5efc2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com