ข้อ ๑๑ ให้อธิบดีกรมสรรพสามิตหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจหักเงินค่าปรับและเงินค่าขายของกลางที่ได้รับจากการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต ทุกฐานความผิด ยกเว้นความผิดตามบทกำหนดโทษในมาตรา ๑๘๔ (๔) มาตรา ๑๘๕ มาตรา ๑๘๘ (๓) มาตรา ๑๙๐ มาตรา ๒๐๑ และมาตรา ๒๐๒ ก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เพื่อจ่ายเป็นเงินสินบนและเงินรางวัลในอัตรา ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่มีผู้แจ้งความนำจับ ให้หักเงินค่าปรับและเงินค่าขายของกลาง เพื่อจ่ายเป็น
เงินสินบน อัตราร้อยละ ๒๐ แต่ไม่เกินคดีละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
เงินรางวัล อัตราร้อยละ ๒๐ แต่ไม่เกินคดีละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๒) กรณีที่ไม่มีผู้แจ้งความนำจับ ให้หักเงินค่าปรับและเงินค่าขายของกลาง เพื่อจ่ายเป็น
เงินรางวัล อัตราร้อยละ ๒๐ แต่ไม่เกินคดีละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
การแบ่งจ่ายเงินรางวัลให้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้จับ และเจ้าหน้าที่สนับสนุน ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพสามิตกำหนด ทั้งนี้ จะจ่ายให้เมื่อมีการเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาและผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับเรียบร้อยแล้ว หรือเมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดลงโทษปรับจำเลยในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต และจำเลยได้ชำระเงินค่าปรับเรียบร้อยแล้ว หรือเมื่อได้ขายของกลางในคดีแล้ว แล้วแต่กรณี สำหรับกรณีการหักเงินค่าขายของกลาง เพื่อจ่ายเป็นเงินสินบนและเงินรางวัลให้หักค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา ค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาด และค่าภาษี ออกก่อน (ถ้ามี)
เงินที่หักไว้ตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้นำไปใช้จ่ายก่อนส่งเข้าบัญชีเงินฝากตามข้อ ๑๒