ข้อ ๖ น้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ระหว่างการขนส่ง
ตามข้อ ๔ และข้อ ๕ ได้แก่
(๑) น้ำมันเชื้อเพลิงในเรือบรรทุกน้ำมันที่รอสูบถ่าย
หรืออยู่ระหว่างสูบถ่ายขึ้นเก็บในคลังน้ำมันใดก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา
ของวันที่เข้าตรวจวัด และสูบถ่ายแล้วเสร็จภายหลังเวลาดังกล่าวโดยมีเอกสารใบกำกับการขนส่ง
หรือใบขนสินค้าขาเข้ากรณีนำเข้ามาในราชอาณาจักร
ให้นับเป็นน้ำมันคงเหลือในคลังน้ำมันนั้น
(๒) น้ำมันเชื้อเพลิงที่จ่ายจากคลังน้ำมันทางท่อขนส่งน้ำมัน รถขนส่ง
รถไฟ หรือเรือบรรทุกน้ำมันก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่เข้าตรวจวัด
และถึงหรือส่งมอบให้คลังน้ำมันปลายทางภายหลังเวลาดังกล่าวโดยมีเอกสารใบกำกับการขนส่ง
ให้นับเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือในคลังน้ำมันปลายทาง
(๓) น้ำมันเชื้อเพลิงที่จ่ายจากคลังน้ำมันก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา
ของวันที่เข้าตรวจวัด โดยรถขนส่งเพื่อส่งให้สถานีบริการน้ำมัน
และถึงหรือส่งมอบให้สถานีบริการน้ำมันภายหลังเวลาดังกล่าวโดยมีเอกสารใบกำกับการขนส่ง
และใบเสร็จรับเงิน หรือใบแจ้งหนี้ หรือใบกำกับภาษี
ให้นับเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือของสถานีบริการนั้น
(๔) ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงตาม (๑) (๒) (๓)
ให้ใช้ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ระบุในเอกสารดังกล่าว
ยกเว้นกรณีขนส่งโดยเรือบรรทุกน้ำมัน ให้ใช้ปริมาณที่สูบถ่ายขึ้นถังแล้ว ณ
อุณหภูมิที่ ๓๐ องศาเซลเซียส หรือที่ ๘๖ องศาฟาเรนไฮต์
ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการน้ำมันมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างการขนส่ง
ให้จัดส่งเอกสารใบกำกับการขนส่ง ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี
แล้วแต่กรณี ไปยังกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน
ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่มีการตรวจวัด
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
วีระพล
จิรประดิษฐกุล
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๙ พฤศจิกายน
๒๕๕๔
ชาญ/ผู้ตรวจ
๑๖ พฤศจิกายน
๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๑๓๐ ง/หน้า ๒๗/๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔