ข้อ ๓ อำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ
องค์การมหาชน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีดังนี้
๓.๑
สำนักงานรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมืองเพื่อสนับสนุนภารกิจของรัฐมนตรี
ประสานนโยบายระหว่างกระทรวง อำนาจหน้าที่ดังกล่าวให้รวมถึง
(๑) รวบรวมข้อมูลวิเคราะห์กลั่นกรองเรื่องเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรี
รวมทั้งเสนอความเห็นประกอบการวินิจฉัยสั่งการของรัฐมนตรี
(๒) สนับสนุนการทำงานของรัฐมนตรีในการดำเนินงานทางการเมืองระหว่างรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรี รัฐสภาและประชาชน
(๓) ประสานงานการตอบกระทู้
ชี้แจงญัตติ ร่างพระราชบัญญัติ และกิจการอื่นทางการเมือง
(๔) ดำเนินการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์
ร้องเรียน หรือร้องขอความช่วยเหลือต่อรัฐมนตรี
(๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานรัฐมนตรี
หรือตามที่รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
๓.๒
สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจำทั่วไปของกระทรวง
และราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของกรมใดกรมหนึ่ง
ในสังกัดกระทรวงโดยเฉพาะ
รวมทั้งกำกับและเร่งรัดการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวงให้เป็นไปตามนโยบาย
แนวทางและแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง อำนาจหน้าที่ดังกล่าวให้รวมถึง
(๑) ศึกษา
วิเคราะห์ จัดทำข้อมูล เพื่อใช้ในการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของกระทรวง
(๒) พัฒนายุทธศาสตร์การบริหารของกระทรวง
(๓) แปลงนโยบายเป็นแนวทางและแผนการปฏิบัติงาน
(๔) จัดสรรและบริหารทรัพยากรของกระทรวงเพื่อให้เกิดการประหยัดคุ้มค่าและสมประโยชน์
(๕) กำกับ
เร่งรัด ติดตามและประเมินผล รวมทั้งประสานการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในสังกัดกระทรวง
(๖) พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารงานและการบริการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง
(๗) ดูแลงานประชาสัมพันธ์
การต่างประเทศ และพัฒนาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย
(๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
๓.๓
กรมวิทยาศาสตร์บริการ มีอำนาจหน้าที่
(๑) พัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการโดยการส่งเสริมสนับสนุนและดำเนินการรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ด้านเคมี
ด้านฟิสิกส์ และด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ตามมาตราฐานสากลเพื่อศักยภาพและขีดความสามารถห้องปฏิบัติการให้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทำให้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
(๒) พัฒนาศักยภาพบุคลากรห้องปฏิบัติการ
โดยการบริหารจัดการศึกษาและฝึกอบรมทางวิชาการและเทคนิคปฏิบัติการวิทยาศาสตร์
เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะให้แก่บุคลากรห้องปฏิบัติการของภาครัฐและภาคเอกชน
ให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
(๓) พัฒนาหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โดยการจัดหา จัดระบบ และจัดบริการสารสนเทศทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และดำเนินการให้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเป็นแหล่งกลางของข้อมูลทางวิชาการและข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ
(๔) วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชุมชน
โดยการศึกษา
วิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาที่สำคัญและตามความจำเป็น
รวมทั้งการถ่ายทอดไปสู่การใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
(๕) เป็นสถานปฏิบัติการกลางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ
โดยให้บริการวิเคราะห์ทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ทางด้านฟิสิกส์ เคมี
เคมีเชิงฟิสิกส์ ฟิสิกส์ เชิงกลและวิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
และวิเคราะห์ทดสอบมลพิษในสิ่งแวดล้อมทางด้านฟิสิกส์ เคมีเชิงฟิสิกส์ และฟิสิกส์เชิงกลและวิศวกรรม
รวมทั้งสอบเทียบความถูกต้องเที่ยงตรงของเครื่องมือและอุปกรณ์วัดแก่หน่วยงานทั้งของภารรัฐและภาคเอกชน
ตลอดจนประชาชนทั่วไป
(๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
๓.๔
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ มีอำนาจหน้าที่
(๑) ปฏิบัติงานเลขานุการในคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
(๒) กำกับ
ดูแลความปลอดภัยทางรังสี นิวเคลียร์ และวัสดุนิวเคลียร์
(๓) ปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์
(๔) เสนอแนะนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ของการพัฒนาและใช้พลังงานปรมาณู
(๕) ประสานงานและดำเนินการด้านความร่วมมือให้เป็นไปตามพันธกรณีกับองค์การระหว่างประเทศ
และหน่วยงานในต่างประเทศ
(๖) ประสานงานและดำเนินการสนับสนุนแผนงานความมั่นคงแห่งชาติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณู
(๗) ประสานงานและดำเนินการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ
ในประเทศและต่างประเทศ
(๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
๓.๕
สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่
(๑) ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานวิชาการและงานธุรการให้แก่คณะกรรมการรวมทั้งประสานงานด้านการกำหนดแผน
การจัดการ และให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานและบุคคลต่างๆ
เกี่ยวกับการพัฒนาระบบมาตรวิทยา
(๒) พัฒนาระบบมาตรวิทยา
จัดหาและเก็บรักษามาตรฐานแห่งชาติ วัสดุอ้างอิง มาตรฐานของประเทศทุกสาขา
เพื่อให้สอดคล้องกับระบบมาตรวิทยาสากล รวมถึงการถ่ายทอดความถูกต้องของการวัดไปสู่มาตรฐานแห่งชาติ
(๓) ส่งเสริมการประกอบวิชาชีพด้านมาตรวิทยาและความสามารถของห้องปฏิบัติการสอบเทียบ
(๔) บริหารกองทุนตามกฎหมาย
และระเบียบซึ่งรัฐมนตรีกำหนด
(๕) ศึกษา
สำรวจและวิเคราะห์ทางวิชาการต่างๆ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการวางเป้าหมาย นโยบาย
และจัดทำแผนงานโครงการและมาตรการต่างๆ ในการพัฒนาระบบมาตรวิทยาของประเทศ
แล้วเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา
(๖) ออกใบรับรองตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขที่สถาบันกำหนดสำหรับเครื่องมือ อุปกรณ์
หรือวัสดุอ้างอิงที่ใช้ในการวัดปริมาณที่ได้ทำการสอบเทียบแล้วว่ามีความถูกต้องตามมาตรฐานแห่งชาติ
(๗) ศึกษา
พัฒนาเทคโนโลยีการวัด และสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านมาตรวิทยาของภาครัฐ
ผู้ประกอบการภาคเอกชน
และสถาบันการศึกษาส่งเสริมความร่วมมือในกิจกรรมด้านนี้ระหว่างภาครัฐและเอกชน
และสถาบันการศึกษา ตลอดจนกับนานาประเทศ
(๘) สนับสนุนห้องปฏิบัติการสอบเทียบของผู้ประกอบการภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมมาตรวิทยาและระบบการถ่ายทอดความถูกต้องการให้บริการข้อมูลและการให้คำปรึกษาเทคโนโลยีการวัดและการให้บริการอื่นๆ
ในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรวิทยา
(๙) สนับสนุนการเพิ่มสมรรถนะในการศึกษา
พัฒนาเทคโนโลยีการวัดระบบการถ่ายทอดความถูกต้องของเครื่องมือและอุปกรณ์การวัดความสอบกลับได้ตลอดจนการจัดโครงการลงทุนและโครงการที่เกี่ยวข้องกับการรับเทคโนโลยีด้านมาตรวิทยาจากต่างประเทศเพื่อให้ระบบมาตรวิทยาของประเทศมีประสิทธิภาพเชื่อถือได้และเป็นที่ยอมรับในระบบมาตรวิทยาสากล
(๑๐) ดำเนินงานและส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรวิทยาของประเทศ
รวมทั้งการพัฒนากำลังคนทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน
(๑๑) กระทำการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของสถาบันและตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(๑๒) จัดให้ได้มา
ถือกรรมสิทธิ์ เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม แลกเปลี่ยน โอน
รับโอน และขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีใดๆ ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์
รวมทั้งหลักทรัพย์ต่างๆ ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้มอบหรืออุทิศให้
(๑๓) รับค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์จากการศึกษา
พัฒนาเทคโนโลยีการวัด และค่าบริการในการให้บริการ
รวมทั้งทำความตกลงและกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าตอบแทนและค่าบริการนั้น ทั้งนี้
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
(๑๔) ทำความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศในกิจการที่เกี่ยวกับการศึกษา
พัฒนาเทคโนโลยีการวัดและความสอบกลับได้
(๑๕) จัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนการศึกษา
พัฒนาเทคโนโลยีการวัดความสอบกลับได้และการประดิษฐ์หรือพัฒนาเครื่องมือหรืออุปกรณ์การวัดหรือความรู้เทคโนโลยีที่ใช้เป็นมาตรฐานในกิจการด้านมาตรวิทยา
(๑๖) เข้าร่วมกิจการหรือร่วมลงทุนกับบุคคลอื่นหรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดเพื่อประโยชน์แก่การพัฒนาระบบมาตรวิทยาของประเทศ
(๑๗) กู้ยืมเงิน
ให้กู้ยืมเงิน โดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สิน ทั้งนี้ เพื่อการศึกษา
พัฒนาเทคโนโลยีการวัด
และการบริการสอบเทียบความถูกต้องของเครื่องมือและอุปกรณ์การวัด
(๑๘) การกระทำอื่นใดอันจำเป็นในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
๓.๖
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย มีอำนาจหน้าที่
(๑) ริเริ่ม
จัดดำเนินการวิจัย
และให้บริการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศในทางเศรษฐกิจและสังคม
ให้แก่หน่วยงานของรัฐและวิสาหกิจเอกชน
(๒) วิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม
การอนามัยและสวัสดิภาพของประชาชน
(๓) สนับสนุนการเพิ่มผลผลิตตามนโยบายของรัฐบาล
โดยเผยแพร่ผลของการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศในทางเกษตรกรรม
อุตสาหกรรม และพานิชยกรรม
(๔) ฝึกอบรมนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๔) ให้บริการในการทดสอบ
ตรวจวัด และบริการอื่นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๖) ซื้อ
สร้าง จัดหา โอน รับโอน เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน
ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครองหรือทรัพย์สินต่างๆ และจำหน่ายสังหาริมทรัพย์
หรืออสังหาริมทรัพย์
ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุนหรืออุทิศให้
ในกรณีการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์
ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน
(๗) รับค่าตอบแทนในการวิจัย
และค่าบริการในการให้บริการภายในอำนาจหน้าที่ของสถาบัน
รวมทั้งทำความตกลงและกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าตอบแทนและค่าบริการนั้น
(๘) จัดตั้งหน่วยงาน
ดำเนินงานและปรับปรุงหน่วยงานเกี่ยวกับการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๙) ร่วมมือกับหน่วยงานอื่น
ไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือของเอกชนในกิจการที่เกี่ยวกับการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการนำผลของการวิจัยไปใช้ให้เป็นประโยชน์
(๑๐) จัดให้มีการดำรงไว้ซึ่งมาตรฐานแห่งชาติทางกายภาพ
เพื่อการตรวจวัดปริมาณและคุณภาพต่างๆ
(๑๑) รวบรวมและเผยแพร่ข้อนิเทศทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๑๒) จัดพิมพ์โฆษณาเอกสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตลอดจนกรรมวิธีในทางหรือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และเอกสารอื่นที่เกี่ยวกับงานของสถาบัน
(๑๓) กู้ยืมเงิน
ให้กู้ยืมเงิน โดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สิน หรือลงทุน ทั้งนี้
เพื่อการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเท่านั้น
การกู้ยืมเงิน
การให้กู้ยืมเงิน หรือการลงทุน
ถ้าเป็นจำนวนเงินเกินคราวละห้าล้านบาทต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน
(๑๔) ร่วมมือกับประเทศอื่น
องค์การ หรือหน่วยงานต่างประเทศในกิจการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๑๕) จัดให้มีและให้ทุนการศึกษาและทุนการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๓.๗
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
มีอำนาจหน้าที่
(๑) พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
ให้เป็นความรู้ที่ไร้พรมแดนและเกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม
(๒) ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม
และเป็นศูนย์ข้อมูลด้านทรัพยากรธรรมชาติจากข้อมูลดาวเทียม
(๓) ให้บริการข้อมูลที่ได้จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศซึ่งรวมทั้งบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๔) ให้บริการให้คำปรึกษาและพัฒนาบุคลากรในด้านสำรวจข้อมูลจากระยะไกลด้วยดาวเทียมและภูมิสารสนเทศ
(๕) ศึกษา
ค้นคว้า วิจัย พัฒนา และดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกับเทคโนโลยีอวกาศ
ซึ่งรวมทั้งการพัฒนาและสร้างดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ขนาดเล็กเองได้
(๖) เป็นหน่วยงานหลักกำหนดมาตรฐานกลางสำหรับระบบสำรวจข้อมูลระยะไกลและระบบภูมิสารสนเทศที่เหมาะสม
(๗) ถือกรรมสิทธิ์
มีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพย์สิทธิต่างกัน
(๘) ก่อตั้งสิทธิ
หรือทำนิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน
(๙) เข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอื่นในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสำนักงาน
(๑๐) กู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์
(๑๑) เรียกเก็บค่าธรรมเนียม
ค่าบำรุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดำเนินกิจการ
(๑๒) จัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงาน
(๑๓) ติดต่อประสานงานและทำความตกลงร่วมมือในโครงการแลกเปลี่ยนหรือช่วยเหลือทางวิชาการกับหน่วยงานหรือองค์การต่างๆ
ทั้งในและต่างประเทศในกิจการอันเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสำนักงาน
(๑๔) ปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยงานเลขานุการของคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศและระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์
ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๑๕) กระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงาน
การเข้าร่วมทุนตาม (๙)
และการกู้ยืมเงินตาม (๑๐) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
๓.๘
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่
(๑) บริหารกองทุนตามกฎหมาย
ข้อบังคับ และมติของคณะกรรมการ
(๒) สำรวจ
ศึกษา และวิเคราะห์ทางวิชาการต่างๆ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการวางเป้าหมาย นโยบาย
และจัดทำแผน โครงการ และมาตรการต่างๆ ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ
แล้วนำเสนอต่อรัฐมนตรี
(๓) ดำเนินการวิจัย
พัฒนาและดำเนินการด้านวิศวกรรมและสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและวิศวกรรมของภาครัฐบาล
ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา และส่งเสริมความร่วมมือในกิจกรรมด้านนี้ระหว่างภาครัฐบาล
ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา ตลอดจนนานาประเทศเพื่อพัฒนาประโยชน์เชิงพาณิชย์
(๔) ดำเนินการและสนับสนุนการให้บริการในการวิเคราะห์ทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์
การสอบเทียบมาตรฐานและความถูกต้องของอุปกรณ์การให้บริการข้อมูลและการให้คำปรึกษาทางเทคโนโลยีและสนับสนุนการให้บริการอื่นๆ
ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๕) สนับสนุนการเพิ่มสมรรถนะในการเลือกและรับเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ตลอดจนการจัดการโครงการลงทุนและโครงการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศเพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม
และเพื่อเกื้อกูลการสร้างเสริมสมรรถนะทางเทคโนโลยีของประเทศ
(๖) ดำเนินการและส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ
รวมทั้งการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งในภาครัฐบาลและภาคเอกชน
(๗) กระทำการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานและตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(๘) จัดให้ได้มา
ถือกรรมสิทธิ์ เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม แลกเปลี่ยน โอน
รับโอน และขาย หรือจำหน่ายด้วยวิธีใดๆ ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์
รวมทั้งหลักทรัพย์ต่างๆ ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้มอบหรืออุทิศให้
(๙) รับค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญา
ค่าตอบแทนการให้ใช้หรือการโอนสิทธิบัตร และค่าบริการในการให้บริการ
รวมทั้งทำความตกลงและกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าตอบแทนและค่าบริการนั้น
(๑๐) ทำความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ
ในกิจการที่เกี่ยวกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนาและวิศวกรรม
(๑๑) จัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๑๒) เข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่นหรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดเพื่อประโยชน์แก่การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๑๓) กู้ยืมเงิน
ให้กู้ยืมเงิน โดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สินหรือการลงทุน ทั้งนี้
เพื่อการวิจัยและพัฒนา และการบริการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การกู้ยืมเงินหรือการลงทุน
ถ้าเป็นจำนวนเงินเกินวงเงินที่รัฐมนตรีกำหนดต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน
(๑๔) กระทำการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน
๓.๙
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่
(๑) ดำเนินการส่งเสริมและแสดงกิจกรรมหรือผลงานสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เพื่อให้ความรู้และความบันเทิงแก่ประชาชน
(๒) ดำเนินการรวบรวมวัตถุ
จำแนกประเภทวัตถุ จัดทำบันทึกหลักฐานและสงวนรักษาผลงาน
สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ในการศึกษา
วิจัยและความก้าวหน้าทางวิชาการ
(๓) ดำเนินการส่งเสริมการวิจัย
การให้บริการด้านวิชาการและนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชน
(๔) จัดนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รวมทั้งกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๕) เป็นศูนย์รวมทางด้านข้อมูลและวิชาการเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และให้บริการที่เกี่ยวเนื่องแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนตามความเหมาะสม
(๖) ร่วมมือกับองค์กรอื่นทั้งในและต่างประเทศ
เพื่อประโยชน์ด้านการพัฒนาพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
(๗) ดำเนินกิจกรรมหรือธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
(๘) ถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง
หรือมีทรัพย์สิทธิต่างๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ
ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใดๆ
เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร
ตลอดจนรับทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้
(๙) ว่าจ้างหรือรับจ้างทำกิจการที่เกี่ยวกับกิจการขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
(๑๐) รับค่าตอบแทนหรือค่าบริการภายในอำนาจหน้าที่ขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
(๑๑) กู้ยืมเงิน
ให้กู้ยืมเงิน โดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์ หรือลงทุนเพื่อประโยชน์แก่กิจการขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
(๑๒) เข้าร่วมกิจการหรือร่วมทุนกับบุคคลอื่นหรือถือหุ้นในบริษัทจำกัด
หรือบริษัทมหาชนจำกัด
เพื่อประโยชน์แก่กิจการขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
(๑๓) กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ของเอกชน
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๑๔) กำหนดอัตราการให้บริการและความสะดวกต่างๆ
ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง
ตลอดจนผลประโยชน์จากการดำเนินกิจการขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
และจัดระเบียบเกี่ยวกับวิธีชำระราคาและค่าบริการ
(๑๕) จัดระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้และรักษาทรัพย์สินขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
(๑๖) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน
๓.๑๐
ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่
(๑) เป็นศูนย์เครื่องมือวิจัยกลางระดับชาติที่จะใช้ปฏิบัติการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสาขาต่างๆ
ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
(๒) เป็นศูนย์ปฏิบัติการวิจัยกลาง
รองรับการวิจัยในระดับบัณฑิตศึกษา
(๓) เป็นฐานรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมของภาคเอกชนที่ต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และโทรคมนาคม