法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 100 และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิ ได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี ตามมาตรา 102 พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
40
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้า

ที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

ตามมาตรา ๑๐๐ และการขอรับคืน

หรือยกเว้นภาษีสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิ

ได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

ตามมาตรา ๑๐๒

พ.ศ.

๒๕๔๒

เพื่ออนุวัตตามกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓๒ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราช

บัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่

ส่งออกนอกราชอาณาจักร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมี

สิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีและเพื่อให้การคืนและการยกเว้นภาษีเป็นไปโดยถูกต้อง

สะดวด รวดเร็ว

เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน

กรมสรรพสามิตจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษี

หรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

ตามมาตรา ๑๐๐ และการขอรับคืนหรือยก

เว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

ตามมาตรา ๑๐๒

พ.ศ. ๒๕๔๒"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นหรือขอคืนภาษีหรือลด

อัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้

ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. ๒๕๓๗

ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๓๗

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒ เป็นผู้รักษาการตามระเบียบ

นี้

การขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี

สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

ตามมาตรา ๑๐๐

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรที่ประสงค์จะใช้สิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษี

หรือลดอัตราภาษีจะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

๕.๑

เป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตซึ่งได้

ผลิตสินค้าที่จะทำการส่งออกนั้น หรือ

๕.๒ เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย

ต่างประเทศและเข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งสินค้าออกนอกราช

อาณาจักร ทั้งนี้

จะต้องซื้อหรือรับคืนสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรโดยตรงจากผู้ประกอบอุตสาหกรรม

และจะต้องทำสัญญาประกันและวางหลักประกันตามจำนวนที่กรมสรรพสามิตกำหนด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรที่ประสงค์จะขอรับยกเว้นหรือคืนภาษี

หรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตรา

ภาษี ต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒

หรือสรรพสามิตจังหวัด ตามแบบ ภษ. ๐๑-๒๘

ท้ายระเบียบนี้ โดยส่งมาทางโทรสาร หรือวิธีการอื่น

หรือเจ้าหน้านำส่ง ณ กรมสรรพสามิต หรือ

สำนักงานสรรพสามิตจังหวัดแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าตั้ง

อยู่ในเขต แล้วแต่กรณี พร้อมหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบคำขอ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ผู้ส่งออกแจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมคลัง

สินค้าทางเอกสาร ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้า

แล้วแต่กรณี เว้นแต่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒

เห็นสมควรจะสั่งให้ทำการตรวจสอบ

สินค้าด้วยก็ได้

สินค้าที่จะส่งออกนอกราชอาณาจักร

ซึ่งขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีนั้น

ให้ประทับตราหรือทำเครื่องหมาย "FOR EXPORT ONLY"

หรือ "FOR EXPERT" หรือ

เครื่องหมายใดๆที่ตัวสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าให้มองเห็นได้ชัดเจน

เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอ

ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี

เว้นแต่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒ จะสั่งเป็น

อย่างอื่น

กรณีที่จะส่งสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกนอกราชอาณาจักร

ผู้ส่งออกจะ

ต้องเติมสาร Marker ก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักร ณ

โรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือ

สถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี

โดยปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด และจะต้องปฏิบัติตามระเบียบ

ที่อธิบดีกำหนด เกี่ยวกับการขนย้ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

ตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติ

ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ก่อนส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ผู้ส่งออกต้องได้รับการตรวจสอบสินค้า

และลงลายมือชื่อรับรองการตรวจสอบ โดยพนักงานศุลกากรแล้ว

ในกรณีที่ส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกนอกราชอาณาจักร

ผู้ส่งออกต้องแจ้งให้

เจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่ด่านศุลกากรที่จะส่งออกตั้งอยู่ทราบเพื่อไปตรวจสอบสินค้าด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้ผู้ส่งออกแจ้งการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรต่อผู้อำนวยการสำนัก

บริหารการจัดเก็บภาษี ๒

หรือสรรพสามิตจังหวัดที่ได้ยื่นคำขอไว้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้า

ออกนอกราชอาณาจักร

เพื่อพิจารณาสั่งให้ยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออก

ราชอาณาจักรนั้น พร้อมด้วยหลักฐาน ดังนี้

๙.๑ แบบ ภษ. ๐๑-๒๘

ที่ได้รับการตรวจสอบและลงลายมือชื่อรับรองการตรวจ

สอบจากพนักงานศุลกากรแล้ว

๙.๒ คู่ฉบับใบขนสินค้าขาออกฉบับมุมน้ำเงิน

ซึ่งผ่านพิธีการศุลกากรเรียบร้อยแล้ว

๙.๓ เอกสารแสดงการสั่งซื้อสินค้า

๙.๔ ใบแสดงรายการและราคาสินค้า

๙.๕ กรณีขอคืนภาษี

จะต้องมีหลักฐานแสดงการเสียภาษีแสดงด้วย

๙.๖

กรณีที่เป็นสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จะต้องมีสำเนาบันทึกการตรวจ

สอบของเจ้าพนักงานสรรพสามิต ตามข้อ ๘ วรรค ๒ มาแสดงด้วย

๙.๗ หลักฐานอื่นๆ ที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี

๒ เห็นสมควร

กำหนดเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้ผู้ส่งออกจัดทำบัญชีแสดงการรับ-จ่ายสินค้าตามแบบท้ายระเบียบนี้และ

รายการให้ผู้ซึ่งรับคำขอไว้ตามข้อ ๖

ภายในวันที่สิบของเดือนถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะขอรับยกเว้น หรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับ

สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร โดยจะนำสินค้าไปเก็บไว้ ณ

สถานที่เก็บสินค้าเพื่อจะส่งสินค้านั้น

ออกนอกราชอาณาจักรต่อไป ให้ยื่นคำขอยกเว้น

หรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี ตามแบบ

ภษ. ๐๑-๒๘/๑ ท้ายระเบียบนี้ โดยส่งมาทางโทรสาร

หรือวิธีการอื่น หรือเจ้าหน้าที่นำส่ง ณ กรม

กรมสรรพสามิต

หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดแห่งท้องที่ที่โรงงานอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์

บนตั้งอยู่ในเขตแล้วแต่กรณี พร้อมหลักฐาน ดังนี้

๑๑.๑

หลักฐานแสดงความยินยอมให้ใช้สถานที่เก็บสินค้าจากเจ้าของหรือบุคคล

อื่นซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของสถานที่เก็บสินค้า

๑๑.๒

หนังสือยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเข้าทำการตรวจสอบสินค้า ตลอด

จนบัญชีต่างๆ

ภายในสถานที่เก็บสินค้าได้ตลอดเวลาจากเจ้าของหรือบุคคลอื่นซึ่งรับผิดชอบในการ

ดำเนินงานของสถานที่เก็บสินค้า

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ สถานที่เก็บสินค้าตามข้อ ๑๑ จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการสำนัก

บริหารการจัดเก็บภาษี ๒ ก่อน โดยให้ผู้ส่งออกแจ้งรายละเอียด

พร้อมยื่นหลักฐานเกี่ยวกับสถานที่เก็บ

สินค้าที่ขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีให้พิจารณาดังนี้

๑๒.๑ ชื่อ และสถานที่ตั้ง

ของสถานที่เก็บสินค้า

๑๒.๒ ชื่อเจ้าของหรือผู้มีอำนาจดำเนินการของสถานที่เก็บสินค้า

๑๒.๓

แบบแปลนแผนผังของสถานที่เก็บสินค้า กรณีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์

น้ำมันให้ระบุหมายเลขถังที่จะใช้เก็บด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้ผู้ส่งออกแจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือ

คลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ทราบ

เพื่อไปตรวจสอบสินค้าและลงลายมือชื่อรับรองการตรวจสอบในคำขอ

ก่อนนำออกจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนแล้วแต่กรณี

เพื่อไปเก็บไว้ในสถานที่เก็บ

สินค้า เว้นแต่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒

เห็นสมควรจะสั่งให้ทำการตรวจสอบทาง

เอกสารแทนการตรวจสอบสินค้า

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้ผู้ส่งออกแจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่สถานที่เก็บสินค้า

ตั้งอยู่ทราบ

เพื่อไปตรวจสอบสินค้าที่รับเข้าเก็บในสถานที่เก็บสินค้า และลงลายมือชื่อ

รับรองการตรวจ

สอบในคำขอ เว้นแต่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒

เห็นสมควรจะสั่งให้ทำการตรวจสอบ

ทางเอกสารแทนการตรวจสอบสินค้า

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ผู้ส่งออกยื่นคำขอตามแบบ ภษ. ๐๑-๒๘/๑

ซึ่งได้รับการลงลายมือชื่อ

รับรองการตรวจสอบจากเจ้าพนักงานสรรพสามิตแล้ว

ต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒

หรือสรรพสามิตจังหวัดที่ได้ยื่นคำขอไว้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงงาน

อุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บนแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เมื่อผู้ส่งออกประสงค์จะส่งสินค้าซึ่งเก็บไว้ที่สถานที่เก็บสินค้าออกนอก

ราชอาณาจักร ให้ถือปฏิบัติตามข้อ ๖ ถึงข้อ ๑๐ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรได้รับอนุมัติให้ยกเว้นหรือคืนภาษี

หรือลดอัตราภาษีตามข้อ ๙ แล้ว

ให้ผู้ส่งออกแจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒ หรือ

สรรพสามิตจังหวัดที่ได้ยื่นคำขอตามข้อ ๑๑

ทราบภายในวันที่สิบของเดือนถัดไป เว้นแต่กรณีที่ผู้ส่งออก

ยื่นคำขอตามแบบ ภษ. ๐๑-๒๘ ณ

ที่แห่งเดียวกันกับที่ได้ยื่นแบบ ภษ. ๐๑-๒๘/๑ ไว้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ส่งออกที่ได้ยื่นคำขอตามแบบ ภษ. ๐๑-๒๘/๑ จะต้องดำเนินการส่ง

สินค้าออกนอกราชอาณาจักรให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา ๖ เดือน

นับแต่วันที่นำสินค้านั้นออกจาก

โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณีมิฉะนั้น

จะไม่ได้รับการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลด

อัตราภาษี

สำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่ยังไม่ได้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรภายในเวลาที่

กำหนด

และให้ผู้ส่งออกมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้านั้นในอัตราที่ใช้บังคับในขณะที่นำสินค้าออกจาก

โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ผู้ส่งออกดำเนินการให้เจ้าของสถานที่เก็บสินค้า

จัดทำบัญชีแสดงการ

รับ - จ่ายสินค้าที่เก็บไว้ในสถานที่เก็บสินค้า

โดยต้องลงรายการให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันที่มี

เหตุที่ต้องลงรายการเกิดขึ้น พร้อมหลักฐานประกอบการลงบัญชี

และเก็บไว้ประจำสถานที่เก็บสินค้า

เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กรณีที่สินค้าสูญหายหรือขาดจำนวนไปจากจำนวนที่นำออกจากโรง

อุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้า

แล้วแต่กรณี ผู้ส่งออกจะไม่รับการยกเว้น

หรือคืนหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้น

และให้มีหน้าที่เสียภาษีในอัตรา

ที่ใช้บังคับในขณะที่สินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะ

พิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย

หรือกรณีที่ขาดจำนวนไปเพราะยัง

มิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน

หรือสถานที่เก็บสินค้าเพื่อส่งออก

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒

และสำนักงาน

สรรพสามิตจังหวัด

ตรวจสอบหลักฐานการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ณ โรงอุตสาหกรรม คลัง

สินค้าทัณฑ์บน สถานที่เก็บสินค้าหรือที่ทำการของผู้ส่งออก

แล้วแต่กรณี ตามความเหมาะสม แต่ต้อง

ไม่น้อยกว่าสามเดือนต่อครั้ง

แล้วรายงานผลการตรวจสอบให้กรมสรรพสามิตทราบด้วย

การขอคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

มีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา

๑๐๒ (๑) (๒) และ (๓)

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะขอคืนหรือยกเว้นภาษีตาม

มาตรา ๑๐๒ (๑) และ (๒)

ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒ หรือสรรพสามิต

จังหวัด ตามแบบ ภษ. ๐๑-๓๔ ท้ายระเบียบนี้ ณ กรมสรรพสามิต

หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัด

แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน

หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ในเขต แล้วแต่กรณี พร้อม

ด้วยหลักฐาน ดังนี้

๒๒.๑

หนังสือแสดงความจำนงขอรับหรือการบริจาคสินค้าจากหัวหน้าส่วนราชการ

หรือองค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

๒๒.๒

หนังสือแสดงความจำนงหรือยืนยันแสดงการบริจาคของผู้ประกอบ

อุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตาม มาตรา

๑๐๒ (๒) และ (๒) แจ้งให้พนักงานสรรพสามิตทราบ

เพื่อไปตรวจสอบสินค้าก่อนนำออกจากโรง

อุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าแล้วแต่กรณี เว้นแต่ผู้อำนวยการสำนักบริหาร

จัดเก็บภาษี ๒ จะสั่งเป็นอย่างอื่น

ก่อนนำสินค้าตามวรรคหนึ่งออกจากโรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถาน

ที่เก็บสินค้า ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมประทับคำว่า

"คืนภาษี" หรือ "ยกเว้นภาษี" หรือเครื่องหมายใดๆ

แล้วแต่กรณี ที่ตัวสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้านั้น

ให้มองเห็นได้ชัดเจน เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอยก

เว้นหรือคืนภาษีเว้นแต่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี

๒ จะสั่งเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา

๑๐๒ (๓)

ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒ หรือสรรพสามิตจังหวัด

ตามแบบ

ภษ. ๐๑-๓๕ ท้ายระเบียบนี้ ณ

กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดแห่งท้องที่ที่โรง

อุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าของผู้นั้นตั้งอยู่ในเขต

แล้วแต่กรณี และให้ถือ

ปฏิบัติตามข้อ ๒๓ โดยอนุโลม

กรณีที่ขอคืนภาษีสำหรับสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

ให้ผู้ประกอบ

อุตสาหกรรมยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ซึ่งผู้ได้รับเอกสิทธิ

และกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อ

รับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้นแล้ว เป็นงวด งวดละ ๔

เดือนต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บ

ภาษี ๒ หรือสรรพสามิตจังหวัด ภายใน ๕ เดือน

นับแต่วันที่สิ้นงวด พร้อมหลักฐานใบเสร็จรับเงินค่า

สินค้า

ซึ่งผู้ได้รับเอกสิทธิ์ได้ลงลายมือชื่อและประทับตรารับรองแล้ว เพื่อพิจารณาสั่งให้คืนภาษีต่อไป

และให้ถือว่าผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้รับการเลื่อนหรือขยายกำหนดเวลาการยื่นคำขอและการแจ้งการ

จำหน่ายสินค้านั้น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม

คลัง

สินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าหรือแจ้งการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ตามมาตรา

๑๐๒

(๑) (๒) หรือ (๓) ต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี

๒ หรือสรรพสามิตจังหวัด ภายในหกสิบ

วันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี

ณ กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่ผู้นั้นได้ยื่นคำขอไว้

พร้อมด้วยหลักฐานที่กำหนด

ไว้ในแบบคำขอนั้น

เพื่อพิจารณาสั่งให้ยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น เว้นแต่กรณีการขอคืนภาษี

สำหรับสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามข้อ ๒๔ วรรคสอง

การขอรับคืนภาษียกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

มีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี ตามมาตรา ๑๐๒ (๔)

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตาม

มาตรา ๑๐๒ (๔)

ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒ หรือสรรพสามิตจังหวัด

ตามแบบ ภษ. ๐๑-๓๖ ท้ายระเบียบนี้ ณ

กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัด แห่งท้อง

ที่ที่โรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ในเขต แล้วแต่กรณี

กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมประสงค์จะขอยกเว้นภาษีสำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์

น้ำมันทีใช้เติมในอากาศยานไปต่างประเทศ

ให้ถือปฏิบัติตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง

หลักเกณฑ์

วิธีการ

และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบนไอพ่น

ที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับ

อากาศยานไปต่างประเทศ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ก่อนนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสหกรรม คลังสินค้า

ทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้า

ให้ผู้ประกอบอุตสหกรรมแจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่

โรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ทราบเพื่อไปตรวจสอบชนิดและจำนวน

ของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ก่อนนำออกจากโรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บ

สินค้า แล้วแต่กรณี

เว้นแต่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒ เห็นสมควรจะสั่งให้ทำการ

ตรวจสอบทางเอกสารแทน

น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จะนำไปใช้เติมเรือไปต่างประเทศ

จะต้องเติมสาร

Marker ก่อนนำออกโรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าแล้วแต่กรณี โดยปฏิบัติ

ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

แจ้งการนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปใช้เติม

อากาศยานหรือเรือเพื่อไปต่างประเทศ ต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี

๒ หรือสรรพสามิต

จังหวัดที่ได้ยื่นคำขอไว้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรง

อุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้า

แล้วแต่กรณี พร้อมหลักฐาน ดังนี้

๒๘.๑ หลักฐานการปล่อยให้อากาศหรือเรือไปต่างประเทศของพนักงานศุลกากร

๒๘.๒ ใบแสดงรายการสินค้า

๒๘.๓

กรณีขอคืนภาษีต้องมีหลักฐานการเสียภาษีมาแสดงด้วย

๒๘.๔

หลักฐานอื่นที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒ เห็นสมควร

กำหนดเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒ เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาสั่ง

ให้ยกเว้นหรือคืนภาษี

สำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำไปใช้เติมอากาศยานหรือเรื่องเพื่อไปต่าง

ประเทศ ตามมาตรา ๑๐๒ (๔)

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจัดทำบัญชีรับ - จ่าย

น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำ

มันที่นนำไปใช้เติมอากาศยานหรือเรือไปต่างประเทศตามแบบท้ายระเบียบนี้และรายงานให้ผู้อำนวย

การสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒

หรือสรรพสามิตจังหวัดซึ่งได้ยื่นคำขอไว้ทราบ ภายในวันที่สิบของ

เดือนถัดไป

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับน้ำมัน

และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำไปใช้เติมเรือไปต่างประเทศ

โดยจะนำน้ำมันและน้ำมันไปเก็บไว้ที่สถานที่เก็บ

สินค้าก่อนนำไปใช้เติมเรือไปต่างประเทศยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

ตามแบบ ภษ.

๐๑-๓๖/๑ ท้ายระเบียบนี้โดยส่งมาทางโทรสาร หรือวิธีการอื่น

หรือเจ้าหน้าที่นำส่ง ณ กรมสรรพสามิต

หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม

หรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ในเขต แล้ว

แต่กรณี พร้อมหลักฐานดังนี้

๓๑.๑

หลักฐานแสดงความยินยอมให้ใช้สถานที่เก็บสินค้าจากเจ้าของหรือบุคคล

อื่นซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของสถานที่เก็บสินค้า

๓๑.๒ หนังสือยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเข้าทำการตรวจสอบสินค้า

ตลอด

จนบัญชีหลักฐานต่างๆ

ภายในสถานที่เก็บสินค้าได้ตลอดเวลาจากเจ้าของหรือบุคคลอื่นซึ่งรับผิดชอบ

ในการดำเนินงานของสถานที่เก็บสินค้า

ในกรณีที่สรรพสามิตจังหวัดรับคำขอ

ให้แจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บ

ภาษี ๒ ทราบ ภายใน ๑๐ วันนับแต่วันรับคำขอ

สถานที่เก็บสินค้าสำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

ตามวรรค ๑ ให้เป็นไปตามข้อ

๑๒ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรง

อุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ทราบ เพื่อไปตรวจสอบชนิดและจำนวนน้ำมันและผลิตภัณฑ์

น้ำมัน

และลงลายมือชื่อรับรองการตรวจสอบในคำขอก่อนนำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้า

ทัณฑ์บน

เพื่อส่งไปยังสถานที่เก็บสินค้าเว้นแต่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๒

เห็นสมควร

จะสั่งให้ทำการตรวจสอบทางเอกสารแทนการตรวจสอบน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งให้เจ้าหน้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่

สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ทราบ

เพื่อไปตรวจสอบชนิดและจำนวนน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้า

สถานที่เก็บสินค้า และลงลายมือชื่อรับรองการตรวจสอบในคำขอเว้นแต่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการ

จัดเก็บภาษี ๒

เห็นสมควรจะสั่งให้ทำการตรวจสอบทางเอกสารแทนการตรวจสอบสินค้า

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นคำขอตามแบบ ภษ. ๐๑-๓๖/๑

ซึ่งได้รับการ

ลงลายมือชื่อรับรองการตรวจสอบจากเจ้าพนักงานสรรพสามิตแล้วต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดเก็บ

ภาษี ๒

ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลัง

สินค้าทัณฑ์บนแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมประสงค์จะน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งเก็บไว้

ที่สถานที่เก็บสินค้าไปใช้เติมเรือไปต่างประเทศ ให้ถือปฏิบัติตามข้อ

๒๖ ถึงข้อ ๓๐ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ยื่นคำขอตามแบบ ภษ. ๐๑-๓๖/๑ ไว้จะต้องนำ

น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปใช้เติมอากาศยานหรือเรือไปต่างประเทศให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา

เดือน นับแต่วันที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

แล้ว

แต่กรณี มิฉะนั้นจะไม่ได้รับการยกเว้นหรือคืนภาษี

สำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามชนิดและ

จำนวนที่ยังไม่ได้น้ำไปใช้

และให้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันจำนวน

ดังกล่าวในอัตราที่ใช้บังคับในขณะที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลัง

สินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมดำเนินการให้เจ้าของสถานที่เก็บสินค้าจัดทำ

บัญชีแสดงการรับ -

จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งเก็บไว้ที่สถานที่เก็บสินค้าเพื่อนำไปใช้เติม

อากาศยานหรือเรือไปต่างประเทศ ตามแบบท้ายระเบียบนี้

โดยต้องลงรายการให้แล้วเสร็จภายใน

สามวันนับแต่วันที่มีเหตุที่ต้องลงรายการเกิดขึ้น

และให้เก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า เพื่อให้เจ้าพนัก

งานสรรพสามิตตรวจสอบต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ถ้าปรากฏว่าสินค้าที่ขอยกเว้นหรือคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๒ ที่ได้มีการรับ

หรือการใช้สิทธิสินค้านั้น

มีจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน

หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะไม่ได้รับการยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับ

สินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้น

และให้มีหน้าที่เสียภาษีในอัตราที่ใช้บังคับ

อยู่ในขณะที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม

หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะพิสูจน์

ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย

หรือกรณีที่ขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้

นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้านั้น

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ให้สำนักบริหารจัดเก็บภาษี ๒

และสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดจัดทำราย

งานประจำเดือนการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีเสนอกรมสรรพสามิตภายในวันที่สิบห้าของ

เดือนถัดไปทุกเดือน

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การปฏิบัติตามระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือ

ลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ.

๒๕๓๗ ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๓๗ ก่อน

วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๒ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตาม

ความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี

สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบ

อุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

จนถึงวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ

ประกาศ

ณ วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒

สมชัย ฤชุพันธ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

[รก.๒๕๔๒/พ๔๗ง/๘/๕ กรกฎาคม ๒๕๔๒]

อาภรณ์/พิมพ์

/๓/๑/๔๕

40 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 100 และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิ ได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี ตามมาตรา 102 พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a98a4105d08df81e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com