ข้อ ๖ การขออนุญาตหรือแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(๑) การกำหนดประเภทของสถานที่จำหน่ายอาหาร
กำหนดตามลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการเพื่อคำนวณค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้
(๑.๑)
สถานที่จำหน่ายอาหารที่มีลักษณะเป็นตึกแถวหรืออาคารอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
ให้คำนวณพื้นที่บริเวณที่จำหน่ายอาหารทั้งหมดในอาคาร
นับจากขอบผนังด้านในทุกชั้นที่ประกอบกิจการ
ยกเว้นพื้นที่ซึ่งกั้นไว้เป็นสัดส่วนสำหรับใช้สอยเพื่อการอื่น
(๑.๒)
สถานที่จำหน่ายอาหารที่มีบริเวณให้คำนวณพื้นที่บริเวณภายในตัวอาคาร และรวมพื้นที่รอบอาคารที่ใช้สำหรับการจำหน่ายอาหารนั้นด้วย
ถ้าไม่มีขอบเขตที่แน่นอนให้คำนวณจากแนวเขตของพื้นที่ที่ประกอบกิจการนั้น
(๑.๓)
สถานที่จำหน่ายอาหารที่มีอาคารเชื่อมติดถึงกันให้คำนวณพื้นที่ประกอบกิจการรวมกันและให้มีใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งฉบับเดียว
แล้วแต่กรณี
ถ้าอาคารนั้นไม่เชื่อมติดถึงกันให้คำนวณพื้นที่แต่ละอาคารและแยกใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งแห่งละฉบับ
แล้วแต่กรณี
(๑.๔) สถานที่จำหน่ายอาหารที่ตั้งอยู่ในอาคารใด ๆ ให้ใช้เลขที่ของอาคารนั้นโดยให้พิจารณาจากลักษณะพื้นที่ที่ประกอบการ
ถ้าแยกเป็นสัดส่วนแต่ละแห่งไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเดียวกันหรือไม่ ให้มีใบอนุญาต
หรือหนังสือรับรองการแจ้งแห่งละฉบับ แล้วแต่กรณี
การคำนวณพื้นที่ให้คำนวณพื้นที่ประกอบกิจการ ในกรณีที่สถานที่จำหน่ายอาหารนั้นจัดให้มีห้องน้ำ
ห้องส้วมไว้ให้บริการ ให้คำนวณพื้นที่ของห้องน้ำ
ห้องส้วมรวมกับพื้นที่ของสถานที่จำหน่ายอาหารนั้นด้วย
(๒) การกำหนดประเภทของสถานที่สะสมอาหาร
กำหนดตามลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการเพื่อคำนวณค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้
(๒.๑) สถานที่สะสมอาหารที่มีลักษณะเป็นตึกแถวหรืออาคารที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่มีการตั้งวางสินค้าอาหารเต็มพื้นที่หรือตั้งวางสินค้าอาหารทั่วๆไปหลายจุด
ให้คำนวณพื้นที่บริเวณที่ตั้งวางสินค้าอาหารทั้งหมดภายในอาคารนับจากขอบผนังด้านในทุกชั้นที่ประกอบกิจการ
รวมกับพื้นที่ของห้องน้ำ ห้องส้วม
ยกเว้นพื้นที่กั้นไว้เป็นสัดส่วนสำหรับใช้สอยเพื่อการอื่น
กรณีตั้งวางสินค้าอาหารไม่เต็มพื้นที่หรือตั้งวางสินค้าอาหารที่จุดใดจุดหนึ่ง
เช่น ตู้แช่ โต๊ะ ชั้นวาง สินค้าอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึง
ให้คำนวณพื้นที่บริเวณที่ตั้งวางสินค้าอาหารนั้นรวมกับพื้นที่ห้องน้ำห้องส้วม
เปรียบเทียบกับพื้นที่ของอาคารทั้งหมด
หากมีพื้นที่ไม่เกินกึ่งหนึ่งของพื้นที่อาคารทั้งหมด ให้คำนวณพื้นที่ของอาคารทั้งหมด
กรณีสถานที่ประกอบกิจการนั้นมีหลายห้องติดกัน
กึ่งหนึ่งของพื้นที่ให้หมายถึงกึ่งหนึ่งของห้องที่วางสินค้าอาหารนั้น
(๒.๒) สถานที่สะสมอาหารที่เป็นอาคารโกดังเก็บสินค้าที่มีอาคารโกดังหลายหลัง
แต่มีเลขที่ของอาคาร โกดังเลขที่เดียวและมีเจ้าของคนเดียวกัน
ให้คำนวณพื้นที่ของอาคารโกดังทั้งหมด รวมกับพื้นที่ของห้องน้ำ ห้องส้วม
และออกใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งฉบับเดียว แล้วแต่กรณี
กรณีที่มีอาคารโกดังหลายหลังและมีเลขที่ของอาคารโกดังเลขที่เดียวแต่มีเจ้าของหลายเจ้าของ
ให้คำนวณพื้นที่ของอาคารโกดังของแต่ละเจ้าของรวมกับพื้นที่ของห้องน้ำ ห้องส้วม
และออกใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองการแจ้งแล้วแต่กรณีให้แต่ละเจ้าของ
กรณีที่มีอาคารโกดังหลายหลังและมีเลขที่อาคารโกดังแต่ละหลัง
ให้คำนวณพื้นที่ของอาคารโกดังแต่ละหลังรวมกับพื้นที่ของห้องน้ำ ห้องส้วม
และออกใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งแล้วแต่กรณีแยกแต่ละโกดัง
กรณีที่มีเจ้าของสินค้าอาหารหลายเจ้าของในอาคารโกดังนั้น
ให้คำนวณพื้นที่ของสถานที่สะสมอาหารของแต่ละเจ้าของรวมกับพื้นที่ห้องน้ำ ห้องส้วม
และออกใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งแล้วแต่กรณีให้แต่ละเจ้าของ
(๓) การจัดตั้ง ใช้
และการดูแลรักษาสถานที่และสุขลักษณะของบริเวณที่ใช้จำหน่ายอาหาร และเก็บสะสมอาหาร
ที่จัดไว้สำหรับอาหารบริโภค ที่ใช้ทำ ประกอบ หรือปรุงอาหาร หรือที่สะสมอาหารให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(๓.๑) สถานที่เตรียมปรุง จำหน่าย
และเก็บอาหารต้องสะอาดเป็นระเบียบ
(๓.๒) จัดให้มีโต๊ะ เก้าอี้
หรือที่นั่งอย่างอื่นให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดอยู่เสมอ
(๓.๓)
ผนังและบริเวณที่ปรุงอาหารต้องใช้วัตถุถาวร แข็งแรง มีผิวเรียบไม่ดูดซึมน้ำ และทำความสะอาดได้ง่าย
การจัดตั้งถังบรรจุก๊าซต้องตั้งอยู่ในที่ปลอดภัย
(๓.๔) จัดให้มีภาชนะและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ
ในการประกอบ ปรุง การเก็บ และการบริโภค วางให้เป็นระเบียบในภาชนะโปร่งสะอาด
และมีการปกปิดเก็บสูงจากพื้นอย่างน้อย ๖๐ เซนติเมตร
(๓.๕)
จัดให้มีที่สำหรับทำความสะอาดภาชนะและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ล้างภาชนะด้วยน้ำยาล้างภาชนะ
แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ๒ ครั้ง หรือล้างด้วยน้ำไหล และที่ล้างภาชนะ ต้องวางสูงจากพื้นอย่างน้อย
๖๐ เซนติเมตร
(๓.๖)
จัดให้มีอ่างล้างมือที่ใช้การได้ดีและมีสบู่ล้างมือได้ตลอดเวลา
(๓.๗) จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียหรือระบบกำจัดของเสีย
และมูลฝอยด้วยวิธีที่ถูกหลักสุขาภิบาล
(๓.๘) พื้นทำด้วยวัสดุแข็งแรง สะอาด ไม่ชำรุด
(๓.๙) จัดให้มีทางระบายน้ำเสีย
ทางระบายน้ำเสียต้องง่ายต่อการทำความสะอาด และบำรุงรักษา
ระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำขัง ไม่มีเศษอาหารตกค้าง จัดให้มีการดักเศษอาหาร ดักไขมันก่อนระบายน้ำทิ้ง
ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
(๓.๑๐) จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ ณ จุดที่ทำการปรุง
ประกอบ จำหน่ายอาหาร และต้องมีการ
ระบายอากาศภายในร้านเพียงพอโดยมีช่องระบายอากาศไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของพื้นที่
(๓.๑๑) เตรียม
ปรุงอาหารบนโต๊ะที่สูงจากพื้นอย่างน้อย ๖๐ เซนติเมตร ไม่เตรียมบนพื้นและบริเวณหน้าห้องน้ำห้องส้วม
(๓.๑๒) จัดให้มีห้องส้วมไว้บริการจำนวนเพียงพอ
(๓.๑๓)
ถ้าจะขยายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ประกอบการค้าและทำให้สุขลักษณะ เปลี่ยนแปลงไปจะต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
(๓.๑๔)
จัดให้มีเครื่องมือดับเพลิงติดตั้งไว้ในที่สามารถหยิบใช้ได้สะดวก
มีระบบป้องกันอัคคีภัยตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และถังแก๊สต้องได้มาตรฐาน
(๓.๑๕) ปฏิบัติการอื่น ๆ
ให้ถูกสุขลักษณะตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมาย
หรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
(๔) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการป้องกันมิให้เกิดเหตุรำคาญและป้องกันโรคติดต่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(๔.๑)
มีการระบายอากาศเพียงพอและติดเครื่องหมายห้ามสูบบุหรี่บริเวณที่ปรุงอาหาร ต้องมีเครื่องดูดควัน
พัดลม ปล่องระบายควันสูงเพียงพอไม่ก่อให้เกิดเหตุรำคาญ
(๔.๒) รักษาสถานที่ให้สะอาดอยู่เสมอ
(๔.๓)
จัดให้มีที่รองรับมูลฝอยก่อนกำจัดต้องมีการจัดเก็บอย่างมิดชิด
(๔.๔)
ดูแลรักษาส้วมให้ถูกสุขลักษณะต้องมีอ้างล้างมือที่สะอาด ใช้การได้ดี และมีสบู่หรือน้ำยาล้างมือใช้ตลอดเวลา
(๔.๕)
ถ้ามีสัตว์ที่จะฆ่าเป็นอาหารต้องแยกให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม
(๔.๖)
จัดวางสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบและรักษาให้สะอาดอยู่เสมอ
(๔.๗) ปฏิบัติการอื่น ๆ ให้ถูกสุขลักษณะตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
หรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมาย หรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
(๕)
เพื่อประโยชน์ในการควบคุมหรือกำกับดูแลสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหารที่ได้รับใบอนุญาตหรือได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง
เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจกำหนดเวลาจำหน่ายอาหารบางประเภทหรือบางชนิดได้
(๖) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้จำหน่ายอาหาร
ผู้ปรุงอาหาร และผู้ให้บริการต้องปฏิบัติดังนี้
(๖.๑) ผู้จำหน่ายอาหาร
ผู้ปรุงอาหารและผู้ให้บริการต้องแต่งกายสะอาด สวมเสื้อมีแขน
ผู้ปรุงต้องผูกผ้ากันเปื้อนที่สะอาด สวมหมวกหรือเน็ทคุลมผมที่สะอาดขณะปฏิบัติงาน
(๖.๒) ผู้จำหน่ายอาหาร
ผู้ปรุงอาหารและผู้ให้บริการต้องผ่านการตรวจสุขภาพว่าไม่เป็นโรคที่น่ารังเกียจและต้องผ่านการทดสอบความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหาร
(๖.๓) ผู้จำหน่ายอาหาร
ผู้ปรุงอาหารและผู้ให้บริการต้องล้างมือให้สะอาดก่อนเตรียมปรุง ประกอบ
จำหน่ายอาหารทุกครั้งใช้อุปกรณ์ในการหยิบจับอาหารที่ปรุงแล้วทุกชนิดและถ้ามีบาดแผลที่มือต้องปิดแผลให้มิดชิด
และสวมถุงมือที่สะอาดอยู่เสมอ หรือหยุดปฏิบัติงานที่มีโอกาสสัมผัสกับอาหาร
(๖.๔) ไม่สูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงานเกี่ยวกับอาหาร
(๖.๕) ห้ามผู้ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองการแจ้ง แล้วแต่กรณี
ทำการจำหน่ายอาหาร ปรุงอาหาร ให้บริการและสะสมอาหาร
เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าตนเป็นโรคติดต่อหรือซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเป็นพาหะและได้รับแจ้งความเป็นหนังสือว่าตนเป็นพาหะของโรคติดต่อ
(๗) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะของอาหาร
กรรมวิธีการจำหน่าย การทำ ประกอบ ปรุง เก็บรักษาหรือสะสมอาหาร
ตลอดจนสุขลักษณะของภาชนะ อุปกรณ์ น้ำใช้ และของใช้อื่น ๆ ต้องมีการปฏิบัติ
ดังต่อไปนี้
(๗.๑) การจำหน่าย ทำ ประกอบ ปรุง วาง เก็บ
สะสมอาหารหรือการล้างภาชนะอุปกรณ์ ต้องทำในที่สะอาด ซึ่งสูงกว่าพื้นอย่างน้อย ๖๐
เซนติเมตร และที่เก็บสะสมอาหาร ต้องป้องกันสัตว์นำโรคได้
(๗.๒) จัดให้มีน้ำดื่ม เครื่องดื่มสะอาด
ใส่ในภาชนะที่สะอาดมีการปกปิด และมีที่ตักที่มีด้ามยาว
หรือมีก๊อกน้ำหรือทางเทรินน้ำ
(๗.๓)
น้ำแข็งที่ใช้บริโภคต้องสะอาดมีคุณภาพมาตรฐานเป็นไปตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
และควรเก็บในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิด วางสูงจากพื้นอย่างน้อย ๖๐ ซนติเมตร พร้อมทั้งมีอุปกรณ์ที่มีด้ามสำหรับคีบหรือตักโดยเฉพาะ
ไม่นำอาหารหรือสิ่งของอื่นแช่ปนกับน้ำแข็ง เพื่อสำหรับบริโภค
(๗.๔)
ใช้เครื่องปกปิดอาหารตลอดจนภาชนะที่ใช้สำหรับประกอบ ปรุง เก็บรักษา หรือสะสมอาหาร
ให้ป้องกันฝุ่นละอองและสัตว์นำโรคได้
(๗.๕)
การเตรียมอาหารก่อนปรุงต้องล้างให้สะอาดโดยเฉพาะผักสดและผลไม้ น้ำที่ใช้ประกอบ
ปรุง แช่ ล้างอาหารและภาชนะต้องใช้น้ำสะอาด
(๗.๖) ใช้ภาชนะที่สะอาดสำหรับใส่และปรุงอาหาร
อาหารที่ปรุงสำเร็จพร้อมบริโภคต้องเก็บในภาชนะที่สะอาด มีการปกปิดอาหาร
วางสูงจากพื้นอย่างน้อย ๖๐ เซนติเมตร
(๗.๗)
ห้ามมิให้ใช้ภาชนะที่ทำด้วยสังกะสีหรือตะกั่ว ต้มอาหารที่มีเกลือปนอยู่ด้วย
(๗.๘)
ห้ามมิให้ขายอาหารอันเป็นการไม่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
(๗.๙) ภาชนะที่บรรจุอาหารหรือใส่เครื่องปรุงรสต่าง ๆ
ต้องใช้วัสดุที่ออกแบบที่ถูกหลักสุขาภิบาลอาหารและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค
(๗.๑๐)
ภาชนะที่ใช้แล้วต้องล้างและเก็บให้ถูกหลักสุขาภิบาลอาหาร
ส่วนภาชนะประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งห้ามนำกลับมาใช้อีก
(๗.๑๑) เนื้อสัตว์ที่มีไว้ขาย ทำ ประกอบ ปรุงอาหาร
ต้องผ่านการตรวจจากสัตวแพทย์และเก็บในภาชนะปกปิด
(๗.๑๒) ห้ามนำสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว
เข้ามาในสถานที่ประกอบอาหาร
(๗.๑๓) ปฏิบัติการอื่น ๆ
ให้ถูกสุขลักษณะตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมาย
หรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น